โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

กรมราชทัณฑ์ : ปัญหาการขาดแคลนผ้าอนามัยในเรือนจำหญิง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 ธ.ค. 2563 เวลา 07.21 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2563 เวลา 07.21 น.

 

“ปัญหาการขาดแคลนผ้าอนามัยในเรือนจำหญิง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม  กรมราชทัณฑ์ ได้ออกเอกสารเผยแพร่ต่อสื่อมวลชน ในประเด็น  เกี่ยวกับผ้าอนามัยของผู้ต้องขังหญิง โดยระบุว่า ในปัจจุบันกรมราชทัณฑ์ได้วางแนวทางในการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการผ้าอนามัยสำหรับผู้ต้องขังหญิง ซึ่งได้มีการส่งเสริมการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงให้ได้รับการปฏิบัติอย่างมีมาตรฐาน และเป็นไปตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 ในส่วนที่ 4 สุขอนามัยของผู้ต้องขัง ประกอบกับระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับการอนามัยและการสุขาภิบาล พ.ศ.2561  หมวดที่ 2 สุขอนามัยของผู้ต้องขัง

โดยเฉพาะข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง และมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง (ข้อกําหนดกรุงเทพ  หรือ The Bangkok Rules) ซึ่งกำหนดให้เรือนจำมีการสนับสนุนอุปกรณ์ของใช้ส่วนตัวให้แก่ผู้ต้องขังหญิงทุกคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ประกอบด้วย เสื้อ ผ้าถุง ผ้าเช็ดตัว ยกทรง กางเกงใน ผ้าขนหนู สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ผงซักฟอก และผ้าอนามัย

อย่างไรก็ดี ปัญหาสำคัญของประเทศไทย คือ จำนวนผู้ต้องขังหญิงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2560 มีจำนวนผู้ต้องขัง 42,772 คน เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จากปี 2551 ซึ่งมีจำนวนเพียง 26,321 คน และจากสถิติปรากฏข้อมูลว่าประเทศไทยมีจำนวนผู้ต้องขังหญิง มากเป็นอันดับ 4 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย หรือ หากเทียบกับประชากร 100,000 คน ถือว่าประเทศไทย มีอัตราส่วนผู้ต้องขังหญิงเป็นอันดับ 1 ของโลก

ในปัจจุบัน กรมราชทัณฑ์ มีผู้ต้องขังหญิงในการควบคุมดูแล จำนวน 44,328 คน แต่เป็นผู้ต้องขังหญิงที่อยู่ในวัยที่มีประจำเดือน  ซึ่งจะได้รับการแจกผ้าอนามัย จำนวนประมาณ 40,000 คน โดยในแต่ละปีกรมราชทัณฑ์ได้รับงบประมาณเป็นค่าจัดซื้อผ้าอนามัยแจกผู้ต้องขังหญิง เฉลี่ยคนละ 120 แผ่นต่อปี หรือคนละ 10 แผ่นต่อเดือน และกรมราชทัณฑ์ยังได้ประสานงานเครือข่ายภาคสังคม

ในการสนับสนุนสวัสดิการและสงเคราะห์ผู้ต้องขังในส่วนนี้เพิ่มเติม ทั้งนี้ หากเกิดกรณีผ้าอนามัยที่แจกเพื่อสวัสดิการไม่เพียงพอ หรือไม่เป็นไป   ตามรสนิยมของแต่ละบุคคล เรือนจำได้มีบริการร้านค้าสงเคราะห์เพื่อสวัสดิการผู้ต้องขัง เพื่อเป็นทางเลือกในการซื้อผ้าอนามัยส่วนตัวตามความพึงพอใจของแต่ละบุคคล

โดยผ้าอนามัยที่เป็นสวัสดิการผู้ต้องขังหญิง เป็นสินค้าที่ถูกควบคุมคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างถูกต้องตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญมีการติดตามประเมินการเข้าถึงบริการสุขภาพพื้นฐานซึ่งเป็นการดำเนินการ โดยสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับกรมราชทัณฑ์ และมีระบบการควบคุมมาตรฐานการดำเนินงาน โดยกำหนดเป็นตัวชี้วัดการปฏิบัติราชการของเรือนจำ ในการดำเนินการตามมาตรฐานเรือนจำ 10 ด้าน ด้านที่ 9 มาตรฐานด้านการให้บริการผู้ต้องขัง การอนามัยเรือนจำ (ข้อ 63-70)

จากการตรวจสอบข้อมูลการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำต่างๆ ไม่พบว่ามีข้อเท็จจริงในเรื่องการลักขโมยผ้าอนามัยกันในเรือนจำแต่อย่างใด ซึ่งกรมราชทัณฑ์ได้กำหนดมาตรการและแนวทางปฏิบัติเพื่อให้ผู้ต้องขัง มีการปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัย ซึ่งหากมีการลักขโมยหรือทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นในเรือนจำก็จะมีการดำเนินการทางวินัยกับผู้ต้องขัง และบทลงโทษตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2560

สำหรับกรณี กลุ่มนิสิตคณะผู้จัดทำโครงการ The Women in that day project ได้เผยแพร่เนื้อหา “ปัญหาผ้าอนามัยในเรือนจำ” ผ่านช่องทาง Facebook Twitter และ Instagram ในวันที่ 27 ตุลาคม 2563 ทางกลุ่มนิสิตได้รับแจ้งจากองค์กรที่เกี่ยวข้องว่าข้อมูลในเนื้อหาดังกล่าวอาจมีความคลาดเคลื่อน และมีการใช้ภาษาที่อาจสร้างความไม่สบายใจให้กับผู้ต้องขังหญิง รวมไปถึงภาพลักษณ์ขององค์กรที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ทางกลุ่มนิสิตฯ ได้ตระหนักถึงปัญหาและความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจึงขอแสดงความเสียใจและขอโทษในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอน้อมรับความผิดพลาดดังกล่าวด้วยการลบเนื้อหา “ปัญหาผ้าอนามัยในเรือนจำ” ออกจากทุกช่องทางที่ได้เผยแพร่ไปแล้ว

กรมราชทัณฑ์ขอเรียนเพิ่มเติมว่า แม้กรมราชทัณฑ์จะได้รับการจัดสรรงบประมาณค่าใช้จ่ายของผู้ต้องขังแต่ละคนต่อปีค่อนข้างจำกัด  อันส่งผลต่อค่าจัดซื้อผ้าอนามัยแจกผู้ต้องขังหญิงด้วยนั้น แต่กรมราชทัณฑ์ยังคงยึดมั่นปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงให้เป็นมาตรฐาน เพื่อให้ผู้ต้องขังหญิงที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลได้รับการปฏิบัติอย่างมีมาตรฐาน และพร้อมที่จะดำเนินการแก้ไขปรับปรุง และพัฒนาให้ได้มาตรฐานต่อไป

 

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...