“ฟ็อกซ์ อาย” จากเทรนด์สวย สู่สัญลักษณ์เหยียดชาวเอเชีย
“ฟ็อกซ์ อาย” จากเทรนด์สวย สู่สัญลักษณ์เหยียดชาวเอเชีย
จากกรณีเกิดกระแสดราม่าในการแข่งขันวอลเลย์บอล เนชันส์ ลีก ที่ทางทีมวอลเลย์บอลสาวไทยได้พลาดท่าแพ้ไป 0-3 เซต แต่ทว่าผู้แข่งขันนักวอลเลย์บอลชาวเซอร์เบียกับทำท่า ฟ็อกซ์ อาย (Fox Eyes) ซึ่งท่าทางดังกล่าวถูกมองว่าเป็นกิริยาที่ดูถูกแล้วเหยียดชาวเอเชียอย่างมากในปัจจุบันนี้
ฟ็อกซ์ อาย เกิดขึ้นมาจากเทรนด์แฟชั่นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เริ่มมาจากเป็นคำที่ใช้เรียกสไตล์การแต่งหน้าของทางตะวันตกโดยจะเขียนอายไลน์เนอร์ที่หางตาแบบชี้ขึ้นให้ดูเหมือนสุนัขจิ้งจอก ตอนแรกเทรนด์นี้เป็นที่นิยมในหมู่ดาราเซเลบอย่างแพร่หลาย จนทำให้เกิดเป็น ฟ็อกซ์ อาย ชาเลนจ์ (Fox eye challenge) ในติ๊กต็อกในเวลาต่อมา
ฟ็อกซ์ อาย ชาเลนจ์ ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งมีชาวเอเชียนอเมริกันหลายคนออกมาแสดงความคิดเห็นอีกแง่มุมหนึ่งพร้อมกับตั้งคำถามว่าเทรนด์ดังกล่าวนั้นมันคือความสวยงามหรือการเหยียดเชื้อชาติกันแน่
เนื่องจากการทำตาลักษณะยกขึ้นให้มีขนาดเล็กนั้นเป็นสิ่งที่คนเอเชียนถูกล้อมาโดนตลอด ทำให้หลายคนเกิดความไม่มั่นใจแต่เหตุใดทำไมคนขาวถึงมองว่าเป็นความสวยงามและเรื่องตลกซะงั้น
‘ฟ็อกซ์ อาย’ ถูกเชื่อโยงกับจกระแส#StopAsianHate แฮทแท็กต่อต้าน ‘อาชญากรรมที่มีเหตุจากความเกลียดชังต่อคนเอเชีย’ ที่กำลังถูกพูดถึงทั่วโลก หลังจากชาวเอเชียถูกตกเป็นเป้าหมายของการเกลียดชังเนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คนอเมริกันเชื้อสายเอเชียในสหรัฐฯ ถูกคุกคามหรือทำร้ายเนื่องจากความเกลียดชังด้านเชื้อชาติหรือสีผิว มากกว่า3,795 ครั้ง ภายในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งปี
ผลสำรวจพบว่ากว่า1,710 กรณีแสดงให้เห็นถึง การคุกคาม ทารุณในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น‘การคุกคามทางวาจา’ ต่อมาด้วย การผลักไสไม่แยแส และการทำร้ายร่างกาย เช่น การไอหรือถ่มน้ำลายใส่ เป็นต้น
เหยื่อจากความเกลียดชังส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า โดยคิดเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ถึง42.2 เปอร์เซ็นต์ ตามด้วยคนเกาหลี14.8 เปอร์เซ็นต์ ชาวเวียดนาม8.5 เปอร์เซ็นต์ และ ชาวฟิลิปปินส์7.9 เปอร์เซ็นต์
ที่มา wionews.com