โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ฟ็อกซ์ อาย” จากเทรนด์สวย สู่สัญลักษณ์เหยียดชาวเอเชีย

Khaosod

อัพเดต 02 มิ.ย. 2564 เวลา 06.01 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 06.01 น.

“ฟ็อกซ์ อาย” จากเทรนด์สวย สู่สัญลักษณ์เหยียดชาวเอเชีย

จากกรณีเกิดกระแสดราม่าในการแข่งขันวอลเลย์บอล เนชันส์ ลีก ที่ทางทีมวอลเลย์บอลสาวไทยได้พลาดท่าแพ้ไป 0-3 เซต แต่ทว่าผู้แข่งขันนักวอลเลย์บอลชาวเซอร์เบียกับทำท่า  ฟ็อกซ์ อาย (Fox Eyes) ซึ่งท่าทางดังกล่าวถูกมองว่าเป็นกิริยาที่ดูถูกแล้วเหยียดชาวเอเชียอย่างมากในปัจจุบันนี้

สรุปดราม่าลิโบโร่เซอร์เบีย ชาวเน็ตเดือด หลั่งน้ำตา หน่องช่วยเคลียร์ | Site titl

ฟ็อกซ์ อาย เกิดขึ้นมาจากเทรนด์แฟชั่นในช่วง 2-3  ปีที่ผ่านมา เริ่มมาจากเป็นคำที่ใช้เรียกสไตล์การแต่งหน้าของทางตะวันตกโดยจะเขียนอายไลน์เนอร์ที่หางตาแบบชี้ขึ้นให้ดูเหมือนสุนัขจิ้งจอก ตอนแรกเทรนด์นี้เป็นที่นิยมในหมู่ดาราเซเลบอย่างแพร่หลาย จนทำให้เกิดเป็น ฟ็อกซ์ อาย ชาเลนจ์ (Fox eye challenge) ในติ๊กต็อกในเวลาต่อมา

Image

ฟ็อกซ์ อาย ชาเลนจ์ ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งมีชาวเอเชียนอเมริกันหลายคนออกมาแสดงความคิดเห็นอีกแง่มุมหนึ่งพร้อมกับตั้งคำถามว่าเทรนด์ดังกล่าวนั้นมันคือความสวยงามหรือการเหยียดเชื้อชาติกันแน่

เนื่องจากการทำตาลักษณะยกขึ้นให้มีขนาดเล็กนั้นเป็นสิ่งที่คนเอเชียนถูกล้อมาโดนตลอด ทำให้หลายคนเกิดความไม่มั่นใจแต่เหตุใดทำไมคนขาวถึงมองว่าเป็นความสวยงามและเรื่องตลกซะงั้น

Image

‘ฟ็อกซ์ อาย’ ถูกเชื่อโยงกับจกระแส#StopAsianHate แฮทแท็กต่อต้าน ‘อาชญากรรมที่มีเหตุจากความเกลียดชังต่อคนเอเชีย’ ที่กำลังถูกพูดถึงทั่วโลก หลังจากชาวเอเชียถูกตกเป็นเป้าหมายของการเกลียดชังเนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  คนอเมริกันเชื้อสายเอเชียในสหรัฐฯ ถูกคุกคามหรือทำร้ายเนื่องจากความเกลียดชังด้านเชื้อชาติหรือสีผิว มากกว่า3,795 ครั้ง ภายในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งปี 

U.S. Senate passes bill to fight anti-Asian hate crimes | Reuters

ผลสำรวจพบว่ากว่า1,710 กรณีแสดงให้เห็นถึง การคุกคาม ทารุณในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น‘การคุกคามทางวาจา’ ต่อมาด้วย การผลักไสไม่แยแส และการทำร้ายร่างกาย เช่น  การไอหรือถ่มน้ำลายใส่ เป็นต้น

เหยื่อจากความเกลียดชังส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า โดยคิดเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ถึง42.2 เปอร์เซ็นต์ ตามด้วยคนเกาหลี14.8 เปอร์เซ็นต์ ชาวเวียดนาม8.5 เปอร์เซ็นต์ และ ชาวฟิลิปปินส์7.9 เปอร์เซ็นต์

Rise in anti-Asian violence is putting strain on NYC restaurant owners

ที่มา wionews.com 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...