ผงะศพผูกคอบนศาลาการเปรียญ เป็นชายรักชาย โพสต์ให้มาเก็บร่าง
ผงะศพผูกคอบนศาลาการเปรียญ ในวัด เป็นชายรักชาย โพสต์ให้มาเก็บร่าง
ผงะศพผูกคอบนศาลาการเปรียญ – เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด บึงกาฬ รายงานคดีสลด พบศพคนผูกคอตายบนชั้น2 ศาลาการเปรียญภายในวัดบ้านซำบอน หมู่ที่6 ต.เหล่าทอง อ.โซ่พิสัย
เหตุการณ์ดังกล่าว ร.ต.อ.ศักดิ์ชัย พันธวงษ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.โซ่พิสัย อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ได้รับแจ้งจากพระในวัดเมื่อเวลา17.00 น. วันที่26 ม.ค. จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ชัยยุทธ ธรรมสุนา ผกก.ทราบ
จากนั้นไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.ชาติชาย วัฒนาสุข รอง.ผกก.สส.พ.ต.ท.หาญชนะ พรมดี สว.สส.พ.ต.ท.ทรงยศ หินนนน์ รอง ผกก.สอบสวน แพทย์เวร ร.พ.โซ่พิสัย และหน่วยกู้ภัยสว่างศรีวิไลจุดโซ่พิสัย
ภายในวัดพบชาวบ้านกำลังจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก เนื่องจากที่บนชั้น2 ของศาลาการเปรียญวัดซำบอนหรือวัดสิริธรรมาราม พบศพนายเก่ง ศรีสง่า อายุ28 ปี ชาวบ้านโนนป่าบาก ต.บัวตูม อ.โซ่พิสัย มีเชือกไนลอนผูกคออยู่
ในกระเป๋ากางเกงพบเงินสดจำนวนหนึ่ง บัตรประชาชน บัตร ATM และรูปถ่าย1 ใบไม่พบร่องรอยการต่อสู้และบาดแผลใดๆ ตามร่างกายคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ2 วัน
สอบสวนเบื้องต้น น.ส.ประทุมมา แสนทำพล เพื่อนของผู้ตายเล่าว่า เมื่อวันที่24 ม.ค.ก่อนที่ผู้ตายจะหายตัวไปขณะที่นั่งดื่มเหล้าอยู่ด้วยกันอยู่ๆ บอกว่าจะกลับไปบ้านให้อาหารหมาก่อน และพูดในเป็นนัยๆ ว่าชอบผู้ชายอยู่ในวัด ซึ่งเป็นลูกชายของพระ
จากนั้นเวลาประมาณสองทุ่มได้โพสต์เฟซบุ๊กแปลกๆ ข้อความว่า“วัดป่าซำบอนเหมือนนรก พระลูกวัดรูปหนึ่งเหมือนเปรตไม่มีสติ สมาธิ ใช้แต่อารมณ์ ตีได้แม้เรา ไม่ชอบเรา ห้ามทุกสิ่ง มารับศพด้วยนะที่วัดบ้านซำบอน”
ด้านพ.ต.อ.ชัยยุทธ ธรรมสุนา ผกก.เปิดเผยว่าจากสอบสวน น.ส.พรทิพย์ บุญภา ญาติของผู้ตายทราบว่า เมื่อคืนวันที่24 ม.ค.ผู้ตายได้โพสต์เข้ามาทางเฟซบุ๊กว่าให้มารับศพที่วัดป่าซำบอน และแม่ผู้ตายที่ไปทำงานอยู่ต่างประเทศก็ได้โทร.มาหาให้ติดตามหาลูกให้ด้วย ญาติๆ จึงไปตามหาที่วัดเพราะทราบว่าผู้ตายมักจะไปช่วยงานอยู่ที่วัดประจำ
เมื่อไปถามพระลูกวัดรูปหนึ่งก็ได้รับคำตอบว่ามีการทุบตีกันจริง เพราะผู้ตายมาทำร้ายเด็กวัดคนหนึ่ง จากนั้นก็ไม่รู้ว่าผู้ตายไปไหน จนมาพบศพแขวนคอตัวเองตายบนศาลาวัด และผู้ตายเคยเล่าว่าชอบลูกชายพระในวัด แต่ถูกกีดกันห้ามปรามไม่ให้มายุ่งเกี่ยว จึงอาจไม่ใช่การผูกคอตัวเองตาย
เจ้าหน้าที่ส่งศพไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตายที่แท้จริงที่สถาบันนิติเวชขอนแก่นตามคำร้องขอของญาติๆ และรวบรวมเก็บพยานหลักฐานที่สำคัญในที่เกิดเหตุ เช่น เชือก ชิ้นเล็บ รอยเลือด ที่บริเวณข้างห้องน้ำห่างจากศาลาการเปรียญประมาณ40 เมตรไปตรวจด้วย คาดว่าใช้เวลาประมาณ1 เดือนคงทราบผล เบื้องต้นยังไม่ได้ควบคุมใครเป็นผู้ต้องสงสัย.