โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผ่อนรถต่อไม่ไหว ทำอย่างไรได้บ้าง?

Checkraka

เผยแพร่ 23 มี.ค. 2563 เวลา 05.34 น. • เช็คราคา.คอม

ผ่อนรถต่อไม่ไหว ทำอย่างไรได้บ้าง?

ภาวะเศรษฐิจชะลอตัว การถูกเลิกจากงานหรือการต้องปรับรายจ่ายให้น้อยกว่ารายได้นั้น ย่อมมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันทั้งสิ้น ซึ่งหลายคนที่เกิดปัญหาด้านการเงินอาจกระทบกับภาระที่ต้อง "ผ่อนค่างวดรถยนต์" ซึ่งยังเหลืออีกหลายงวดและไม่รู้จะทำอย่างไรดี บทความนี้มีคำแนะนำเบื้องต้นเพื่อใช้เป็นทางออกในการปลอดหนี้หรือปิดภาระในการผ่อนรถได้  ในกรณีที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระค่างวดรถยนต์อยู่และเกิดปัญหาต้องการหยุดผ่อนชำระ หรือ ต้องการขายต่อ เพื่อลดค่าใช้จ่ายนั้น ให้พิจารณาดูองค์ประกอบดังนี้

ผ่อนชำระไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนงวดทั้งหมด

กรณีที่อยู่ระหว่างการผ่อนชำระมาแล้วไม่ถึงครึ่งของจำนวนงวดทั้งหมด เช่น จำนวนงวดผ่อน 60 งวด ผ่อนไปเพียง 20 งวด ซึ่งกรณีนี้ต้องทำใจก่อนว่า ถ้าต้องการขายต่ออาจจะต้องเพิ่มเงินในส่วนต่างที่ราคาขายต่อไม่ถึงจำนวนเงินที่กู้ไฟแนนซ์มาซื้อรถคันนั้น ตัวอย่างคือ หากกู้ไฟแนนซ์มา 1 ล้านบาท (ไม่รวมดอกเบี้ย) ราคากลางขายต่อเหลือ 800,000 บาท ส่วนต่างที่ต้องจ่ายเพิ่มเองนั่นคือ 200,000 บาท เป็นต้น ในกรณีนี้อาจมี 2 ทางเลือกได้แก่ 

1. ขายดาวน์ เปลี่ยนสัญญา  การขายแบบ ขายราคาดาวน์ เปลี่ยนสัญญาการซื้อขายใหม่ เพื่อให้ผู้ซื้อรายใหม่ผ่อนชำระต่อเนื่อง วิธีนี้จะเจ็บน้อยที่สุด เพราะเป็นการขายในราคาดาวน์ และทำการเปลี่ยนสัญญาจากชื่อผู้ครอบครองเดิม (ผู้ขาย) เป็นชื่อผู้ซื้อหรือครอบครองคนใหม่ โดยผู้ซื้อนั้นเพียงแค่ผ่อนชำระค่างวดต่อเนื่องจากเดิมที่ผู้ขายผ่านอยู่แล้ว โดยที่ผู้ซื้อใหม่จะได้แคมเปญดอกเบี้ยเป็นของรถยนต์ใหม่ต่อไปหรือได้แคมเปญเดิมต่อจากที่ผู้ขายทำเรื่องไว้ได้ทันที วิธีนี้ผู้ซื้อจะเสียดอกเบี้ยน้อยกว่าการซื้อในรูปแบบรถยนต์มือสองหรือจัดไฟแแนซ์ใหม่ เช่น ผู้ขายซื้อรถมามีดอกเบี้ยพิเศษ 0.99 % ผู้ซื้อก้จะใช้อัตราดอกเบี้ยเดียวกันจนผ่อนครบสัญญา เป็นต้น 

การขายดาวน์นี้ผู้ซื้อจะต้องทำการยื่นเรื่อง นำเอกสารและหลักฐานการขอกู้ไฟแนนซ์เหมือนการซื้อรถปกติ เพียงแต่ส่งเอกสารการกู้ซื้อรถให้กับไฟแนนซ์เจ้าเดิมที่ผู้ขายใช้อยู่เท่านั้นเอง การขายดาวน์ผู้ขายอาจจะพอได้เงินติดตัวเป็นค่ารถ ค่าน้ำมันเล็กน้อย และสามารถที่จะตั้งราคาขายดาวน์ตามต้องการได้อีกด้วย (ขึ้นกับราคาตลาด รุ่น ยี่ห้อของรถ และความพึงพอใจ)  ข้อเสียของวิธีขายดาวน์ ถ้าผู้ซื้อสามารถหาไฟแนนซ์ได้แคมเปญดีกว่าก็อาจไม่ต้องการผ่อนต่อจากแคมเปญเดิม ซึ่งอาจทำให้ขายยากขึ้นหรือถูกต่อรองราคามากขึ้น และหรือถ้าผู้ซื้อกู้ไฟแนนซ์ไม่ผ่านก็ไม่สามารถทำเรื่องผ่อนชำระต่อจากสัญญาเดิมได้ 

2. ขายราคาเต็มปกติ การขายแบบปกติคือ การขายเงินสดหรือผู้ซื้อใหม่อาจกู้ไฟแนนซ์และนำเงินสดมาจ่ายให้แก่ผู้ขาย และผู้ขายนำเงินไปปิดบัญชีหรือจ่ายปิดยอดผ่อนชำระที่ไฟแนนซ์ การขายแบบนี้ข้อดีคือ ง่ายทั้งผู้ที่ต้องการขายและซื้อรถ เพราะเพียงแค่ทำเรื่องกู้ไฟแนนซ์เพื่อซื้อรถ เมื่อเรื่องผ่านก็สามารถผ่อนได้ทันที โดยที่บางครั้งไม่ต้องดาวน์หรือใช้เงินออกรถซักบาท วิธีนี้จึงง่ายต่อการซื้อ-ขาย แต่ข้อเสียคือ ผู้ขายอาจต้องเพิ่มเงินเพื่อให้ครบยอดที่กู้ไฟแนนซ์มา ทำให้เกิดความเดือดร้อนในการต้องหาเงินก้อนเพื่อมาปิดบัญชี ทั้ง 2 กรณีนี้หากมียอดหนี้เงินคงเหลือมาก ๆ คงต้องเลือกดูว่าวิธีไหนสะดวกที่สุด 

กรณีที่ผ่อนชำระค่างวดเกินครึ่งทาง

การผ่อนชำระมาจนเกินครึ่งทาง นับว่าเจ็บตัวน้อยที่สุด เพราะยอดรวมคงเหลือที่ค้างในการต้องปิดบัญชีของไฟแนนซ์ จะลดลงต่ำกว่าครึ่งของที่กู้ไฟแนนซ์ เช่น ยอดเงินที่กู้ไฟแนนซ์ 1 ล้านบาท (ไม่รวมดอกเบี้ย) ราคาขายต่อ 700,000 บาท (ทั้งนี้ขึ้นกับรุ่นรถและราคากลาง) ส่วนต่างคงเหลือ 200,000 บาท เป็นต้น  

การขายรถยนต์ต่อนั้นอาจมีหลายปัจจัย เช่น รุ่นรถยนต์ ความนิยม เป็นตัวกำหนดราคา และความรวดเร็วในการขาย ซึ่งไม่สามารถกำหนดได้เหมือนกันทุกคันหรือระยะเวลา และอาจมีอีกหลายวิธีในการปรับลดภาระได้ขึ้นกับความสะดวกของแต่ละบุคคลด้วยครับ สำหรับกรณีนี้ผู้ขายอาจพอมีเงินเหลือเก็บจากการขายรถยนต์ต่อมากกว่าในกรณีที่ผ่อนชำระไม่ถึงครึ่งทาง ดังนั้น แนะนำว่า ถ้ายังพอมีกำลังในการจ่ายค่างวดรถกัดฟันส่งต่ออีกนิดให้เหลือค่างวดน้อยที่สุด หรืออย่างน้อยเกินครึ่ง เช่น จำนวนผ่อนรถ 6 ปี ผ่อนมาแล้ว 2 ปี อดทนให้ผ่อน 3 ปี เพื่อให้ยอดเงินกู้น้อยลง  

วิธีสุดท้ายที่ไม่อยากแนะนำคือ "เจรจาคืนรถ" วิธีที่นี้ขอให้เป็นตัวเลือกสุดท้าย หากจำเป็นถึงขีดสุดจริง ๆ การเจรจากับไฟแนนซ์เพื่อขอยกเลิกการเชาซื้อรถยนต์และคืนรถยนต์ให้ไฟแแนนซ์ นับเป็นการแก้ปัญหาขั้นสุดท้าย โดยทางไฟแแนซ์จะนำรถยนต์คันนั้นไม่ประเมินราคาขายต่อ ซึ่งส่วนมากทางบริษัทไฟแนนซ์ก็จะใช้เวลาในการขายทอดตลาดนานกว่าปกติ ด้วยขั้นตอนต่าง ๆ ภายในระบบของไฟแนนซ์เองและหลังจากประกาศขายแล้วก็มีระยะเวลารอผู้ซื้อรายใหม่ 

ระหว่างนี้อาจทำให้เสียโอกาสในเรื่องของราคารถที่จะค่อย ๆ ลดลงตามระยะเวลา บางคันกว่าเรื่องจะจบก็อาจใช้เวลาเป็นปี แต่อย่าลืมว่ายอดคงค้างที่กู้ยืมมานั้นยังเท่าเดิม ณ วันล่าสุดที่คืนรถคันนั้น!  กลายเป็นว่านอกจากจะได้ราคาขายต่ำกว่าปกติแล้ว ยังต้องเพิ่มส่วนต่างอีกมากเพื่อนำมาจ่ายปิดบัญชี แต่ทั้งนี้อาจมีการขอผ่อนชำระเป็นงวด ๆ ได้ ขึ้นกับการตกลงกับทางไฟแนนซ์หรือสถาบันการเงินนั้นด้วย   

การ "ปล่อยให้ยึดรถ" มีขั้นตอนคล้ายกับการขอคืนรถเพียงแต่ว่า หากเป็นการถูกยึดรถนั้น จะเสียประวัติหรือติดเครดิตบูโรทันที ซึ่งจะส่งผลในระยะยาวหากต้องการกู้ซื้อรถยนต์คันต่อไป จะทำให้ไฟแแนซ์พิจารณาปล่อยกู้ยากมากขึ้นและอาจมีดอกเบี้ยสูงกว่ารายทั่วไป เรียกว่าวิธีนี้ไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยงเลยครับ! 

นอกจากนี้เมื่อจบประบวนการต่าง ๆ แล้ว ยังต้องผ่อนชำระยอดที่เหลือค้างอีกด้วย  ความจำเป็นต้องรีบขายตัดภาระเร่งด่วน ก็ให้ลองคำนวนดูว่าหากขายรถควรตั้งราคาเท่าไหร่ให้เหมาะสม รวมถึงต้องเพิ่มเงินอีกเท่าไหร่เพื่อที่จะปิดยอดบัญชี หากขายดาวน์ควรตั้งราคาเท่าไหร่ หรือบางกรณีอาจจำเป็นต้อง "ยกให้ฟรีไปผ่อนต่อ" ก็เคยเห็นมาแล้ว 

ในสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีนัก การยอม "ปล่อยภาระ" บ้างอย่างออกไก็นับว่าเป็นการเคลียร์หนี้สิ้นแม้จะต้องยอมหาเงินส่วนต่างมาปิดในเรียบร้อยก็ตาม เรียกว่า "เจ็บแต่จบ" นอกจากนี้หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มในการปิดยอดบัญชีหรือการขายแบบเปลี่ยนสัญญาได้ที่สถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์) ที่ผู้กู้ใช้บริการอยู่ได้อีกด้วย หมายเหตุ

  • บทความนี้เป็นการแนะนำเบื้องตันเท่านั้น 
  • การคำนวนและตัวอย่างการคิดค่างวดผ่อนชำระ เป็นการสมมุติขึ้นอาจไม่ตรงกับความจริง 
  • โปรดสอบถามสถาบันการเงินเพื่อทราบขั้นตอนต่าง ๆ ของการปิดยอดบัญชี
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...