โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

มองการลงทุนครบทั้ง “ระยะสั้น” & “ระยะยาว”…ช่วยรับมือและสร้างโอกาสลงทุนไปพร้อมๆ กัน !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 22 ธ.ค. 2568 เวลา 06.48 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2564 เวลา 13.33 น. • ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์

เข้าสู่ครึ่งหลังของปี พร้อมกับสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศที่เปลี่ยนไปในทางที่ ‘ดีขึ้น’ และ ‘แย่ลง’ คงไม่ต้องพูดถึงกันมากว่าสถานการณ์โควิด19 เป็นอย่างไรโดยเฉพาะในบ้านเรา แต่ที่น่าพูดถึงอย่างมากคือเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรในช่วงที่เหลือของปีนี้ไปจนถึงปีหน้า จากการระบาดยังคงรุนแรงของสายพันธ์ใหม่ นำมาซึ่งการควบคุมการประกอบธุรกิจที่กระทบเศรษฐกิจในระดับกลางถึงระดับล่างเพิ่มขึ้นไปอีก
“ความหวังใน ‘การเปิดเศรษฐกิจ’ ของประเทศไทยยังถูกจับตามองต่อเนื่อง ซึ่งหากมองไปที่ต่างประเทศ แม้จะคงเผชิญการระบาดให้เห็นอยู่หลายประเทศ แต่ก็เห็นสัญญาณการเริ่มกลับมาฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกมากขึ้น ผู้ชมที่เข้าไปเชียร์ทีมชาติตนเองในการแข่งฟุตบอลยูโร, การเดินทางภายในประเทศของสหรัฐฯ ที่เริ่มกลับมาพร้อมๆ กับนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเรื่องขึ้นดอกเบี้ยและการลด QEที่สะท้อนว่าการคุมการระบาดและการฉีดวัคซีนนั้นมีประสิทธิภาพจนเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจอย่างมาก”
ดังนั้นด้านการหาผลตอบแทนจาก “การลงทุนตลาดต่างประเทศ” ดูมีความน่าสนใจมากขึ้นอย่างแน่นอน อย่างที่เคยได้กล่าวไว้ในตอนที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามต้องไม่ลืมว่าขณะนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มกลับมาฟื้นตัวความไม่แน่นอนยังมีอยู่สูง การเปิดเศรษฐกิจรับการลงทุนและเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศยัง“ถูกจำกัดอยู่” โดยเฉพาะใน ‘เอเชีย’ และ ‘ไทย’
“การลงทุนจึงมีทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบกดดันอยู่ แต่หากพิจารณากลยุทธ์ในเวลานี้ ควรมองการลงทุนทั้งใน ‘ระยะสั้น’ และ ‘ระยะยาว’ เพื่อเป็นทั้งการรับมือและสร้างโอกาสลงทุนไปพร้อมๆ กัน”

โดย “การลงทุนระยะสั้น” ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังนี้ ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงของไทยมีความเสี่ยงที่จะเกิดแรงขายได้อยู่เสมอเพราะการระบาดที่รุนแรงของสายพันธ์เดลต้าในประเทศที่คาดว่าจะระบาดรุนแรงขึ้นและอาจกระทบระบบเศรษฐกิจให้ปรับตัวลงไปอีก ทิศทางการลงทุนระยะสั้น 3-6 เดือน ต้องเน้นหุ้นกลุ่มที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งกับกลุ่มที่มีปัจจัยบวก/ลบจากสถานการณ์การระบาดในช่วงสั้น
“กลุ่มที่ได้รับปัจจัยบวก เช่นหุ้นกลุ่มพลังงาน,ส่งออก, กลุ่มอิเล็คทรอนิกส์, กลุ่มแพคเกจจิ้งและในกลุ่มที่ได้รับปัจจัยลบจนราคาถูกเทขายในช่วงที่ผ่านมาและจะมีการฟื้นตัวในลำดับถัดไปอย่าง โรงพยาบาล, ห้างสรรพสินค้า ซึ่งการลงทุนควรพิจารณาถือเงินสดส่วนหนึ่งเพื่อรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาปรับตัวลงมา”
รวมไปถึงสินทรัพย์อย่าง“หุ้นกู้เอกชน” ที่มีเรตติ้งในระดับที่น่าลงทุน ส่วนต่างประเทศภูมิภาคสหรัฐฯ,จีน, ยุโรป ยังน่าสนใจแต่ต้องเลือกธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงสั้น แต่ต้องระมัดระวังเนื่องจากเป็นการลงทุนในระยะสั้นทำความผันผวนยังมีค่อนข้างมากนักลงทุนต้องปรับการลงทุนให้ไวกับจังหวะตลาด
ส่วน“การลงทุนระยะยาว” ในช่วง 3-5 ปี เน้นการลงทุนที่มีแนวโน้มเติบโตสูงคือ การลงทุนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมทั่วโลก ที่เปลี่ยนแปลงและเติบโตสูงอย่างแน่นอนหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายออนไลน์, การใช้เทคโลยีในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น รถยนต์, วีดิโอเกมส์, ความบันเทิง, การแพทย์ รวมถึง กลุ่มพลังงานสะอาดยังแนะนำอสังหาริมทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศที่จะกลับให้ผลตอบแทนน่าสนใจหลังสถานการณ์คลี่คลายเช่นกัน
“สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเวลานี้อาจทำให้ ‘ตลาดหุ้น’ มีความน่าสนใจลดลงไปเมื่อเทียบกับหลายประเทศ แต่ก็ยังเป็นที่สนใจของนักลงทุนทั่วโลกอยู่เสมอ เมื่อมองดูแล้วเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นการฟื้นตัวกลับมาอย่างเต็มที่คงเป็นไปได้ค่อนข้างยากเมื่อพิจารณาถึงการระบาดที่รุนแรงและการแก้ปัญหาในปัจจุบัน แม้ภาคเศรษฐกิจบางส่วนยังได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว แต่ก็ทดแทนภาคส่วนที่เสียหายไปไม่ได้ เศรษฐกิจของประเทศไม่ได้เติบโตมาส่วนใดส่วนหนึ่งแต่เติบโตและเดินหน้าได้เพราะเศรษฐกิจระดับล่างถึงระดับบน”
“ความเชื่อมั่น” คือปัจจัยสำคัญ ซึ่งจะนำกลับมาได้ด้วยการแก้ปัญหาวิกฤตที่ถูกจุดและการจัดลำดับความสำคัญที่ต้องทำอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้การแก้ปัญหายิ่งกลายเป็นสร้างวิกฤตซ้ำเข้าไปอีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...