โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โฟร์โมสต์ วิจัยโภชนาการเด็กไทย หนุนรัฐใช้ข้อมูลพัฒนาประเทศ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 พ.ย. 2563 เวลา 13.17 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2563 เวลา 13.05 น.

บ.ฟรีสแลนด์คัมพิน่า ผู้ผลิตโฟร์โมสต์ ทำวิจัยภาวะโภชนาการเด็กไทย เผยเด็กไทย 60% ได้รับสารอาหารต่ำกว่ามาตรฐาน สนับสนุนภาครัฐนำข้อมูลไปพัฒนาการขับเคลื่อนด้านอาหารของประเทศ

“สถาบันวิจัยฟรีสแลนด์คัมพิน่า” เผยผลงานวิจัยโครงการสำรวจภาวะโภชนาการในเด็กไทยครั้งที่ 1 (Southeast Asia Nutrition Survey: SEANUTS I) ที่ได้ดำเนินการเมื่อปี 2553-2554 อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำรวจภาวะโภชนาการเด็กในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในประเทศไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม และมาเลเซีย เพื่อเป็นประโยชน์ให้ไทยนำผลการสำรวจมาพัฒนาต่อยอดทั้งด้านผลิตภัณฑ์อาหาร และกิจกรรมที่ตอบโจทย์ภาวะโภชนาการของเด็กไทย เป็นส่วนหนึ่งของกลไกการขับเคลื่อนและบูรณาการงานด้านอาหารและโภชนาการของประเทศ

ในขณะเดียวกันสถาบันฯ ร่วมกับ “สถาบันโภชนาการของมหาวิทยาลัยมหิดล” กำลังสำรวจภาวะโภชนาการในเด็กไทยครั้งที่ 2 (SEANUTS II) โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (2 พ.ย. 2563) เผยความคืบหน้าของเฟส 2 ว่า ลุล่วงไปกว่า 60% โดยกลุ่มข้อมูลเป็นเด็กไทยอายุตั้งแต่ 6 เดือนถึง 12 ปี

นายวิภาส ปวโรจน์กิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายนมพร้อมดื่มภายใต้แบรนด์ โฟร์โมสต์ (Foremost) กล่าวว่า ผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่าเด็กไทยร้อยละ 20 มีภาวะทุพโภชนาการ (double burden of malnutrition) เด็กอยู่ในภาวะที่ร่างกายขาดสารอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการขาดวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต และมีภาวะโภชนาการเกิน คือได้รับอาหารในสัดส่วนที่มากเกินไปเกิดการสะสมทำให้เด็กมีภาวะน้ำหนักเกินกว่ามาตรฐาน

นอกจากนั้น เด็กไทยร้อยละ 60 ได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการพัฒนาและการเจริญเติบโตต่ำกว่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนด ทั้งแคลเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินเอ และวิตามินซี อันเป็นผลมาจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตและการรับประทานอาหารของเด็กที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

“สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ แม้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีแสงแดดตลอดทั้งปี แต่ 1 ใน 3 ของเด็กไทยยังได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอ ซึ่งทำหน้าที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายเพื่อการสร้างมวลกระดูก สืบเนื่องมาจากรูปแบบการใช้ชีวิตของเด็กในปัจจุบันเปลี่ยนไป เด็กอยู่กับอุปกรณ์เทคโนโลยีมากขึ้นและถูกแสงแดดซึ่งเป็นแหล่งสังเคราะห์วิตามินดีตามธรรมชาติน้อยลง”

ล่าสุดสถาบันวิจัยฟรีสแลนด์คัมพิน่าร่วมมือกับสถาบันโภชนาการของมหาวิทยาลัยมหิดล เริ่มโครงการ SEANUTS II โดยได้ดำเนินการสำรวจภาวะโภชนาการของเด็กกว่า 18,000 คนทั้งในประเทศไทย อินโดนีเซีย เวียดนามและมาเลเซีย เพื่อให้ได้ทราบถึงข้อมูลความต้องการเชิงลึกด้านสารอาหารและโภชนาการของเด็ก

“อิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของร่างกายที่แข็งแรงนอกจากพันธุกรรมแล้ว ยังเกิดจากการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่ม ดังนั้น หากประชากรวัยเด็กเกิดภาวะทุพโภชนาการก็จะเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศได้”

โดยเฉพาะเด็กวัยเจริญเติบโตที่อายุตั้งแต่ 6 เดือน จนถึง 12 ปี ถือเป็นช่วงวัยที่ควรส่งเสริมด้านโภชนาการที่ครบถ้วนทั้งการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเสริมด้วยการดื่มนมทุกวัน ฉะนั้นการมีโภชนาการที่เหมาะสมกับความต้องการของทุกเพศและช่วงวัย

นายวิภาส กล่าวเพิ่มเติมว่า ฟรีสแลนด์คัมพิน่าประเทศไทยได้นำข้อมูลจากการสำรวจครั้ง 1 มาสานต่อพันธกิจในการมอบโภชนาการที่ดีจากน้ำนมโคแก่เด็กและเยาวชนไทย ภายใต้แนวคิด Win with Nutrition เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตของเด็กไทยให้เป็นไปอย่างเหมาะสมตามวัย

ก่อนหน้านี้เรามีโครงการอื่น ๆ ที่สำเร็จลุล่วงไปแล้ว เช่น โครงการ ดื่ม.ขยับ.รับ.สุขภาพ (Drink.Move.BeStrong) ที่เน้นความสำคัญของการเลือกบริโภคน้ำนมโคคุณภาพสูง ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็น ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ, โครงการจูเนียร์ เอ็นบีเอ ไทยแลนด์ โดยโฟร์โมสต์ (Jr. NBA Thailand presented by Foremost) เฟ้นหาสุดยอดเยาวชนไทยไปเปิดประสบการณ์บาสเก็ตบอลระดับโลก,

โครงการโฟร์โมสต์ ไอรอนคิดส์ ไทยแลนด์ (Foremost Ironkids Thailand) การแข่งขันไตรกีฬาสำหรับเด็กให้ได้พิสูจน์ความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายและจิตใจของตัวเด็กเอง และโครงการ Nutrifit Program ที่ร่วมมือกับสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความรู้แก่เด็ก ๆ ในโรงเรียนทั่วประเทศ ในเรื่องการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงโดยการรับประทานอาหารที่สมดุลและออกกำลังกาย

ในขณะที่ข้อมูลเชิงลึกดังกล่าวยังได้ถูกนำมาใช้เพื่อพัฒนาด้านโภชนาการ ในผลิตภัณฑ์นมสำหรับเด็กของฟรีสแลนด์คัมพิน่าประเทศไทย ทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อภาครัฐในการนำข้อมูลจากการสำรวจดังกล่าวมาศึกษาพัฒนา และต่อยอดนโยบายการพัฒนาและแผนการปฏิบัติ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกลไกการขับเคลื่อนและบูรณาการงานด้านอาหารและโภชนาการของประเทศ

ด้าน รศ.ดร.นิภา โรจน์รุ่งวศินกุล ที่ปรึกษาสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และหัวหน้าโครงการ SEANUTS กล่าวว่า การสำรวจสถานการณ์ของภาวะโภชนาการในเด็กไทยครั้งที่ 2 ลุล่วงไปกว่า 60% หรือคิดเป็นเด็กจำนวนกว่า 2,200 คน โดยคาดว่าจะครบถ้วนตามเป้าหมาย 3,545 คน ภายในสิ้นปี 2563

“การสำรวจ SEANUTS ครั้งที่ 2 จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการบริโภคโปรตีนและภาวะโภชนาการ”

ทั้งนี้จากข้อมูล กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขเมื่อปี 2562 รายงานสถานการณ์ปัญหาทุพโภชนาการในประเทศไทย พบเด็ก 0-5 ปี มีภาวะเตี้ยร้อยละ 10.6 ภาวะอ้วนร้อยละ 9.1 และภาวะผอมร้อยละ 5.6 หรือ 1 ใน 10 ของเด็กปฐมวัยไทยมีภาวะเตี้ยหรืออ้วน และเมื่อเด็กเติบโตเข้าสู่วัยเรียนในช่วงอายุ 6-14 ปี มีแนวโน้มพบภาวะเตี้ยร้อยละ 8.3 และผอมร้อยละ 4.3

นอกจากนี้ยังพบว่ามีภาวะอ้วนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 13.1 ตามลำดับ แต่ปัญหาดังกล่าวมีแนวโน้มดีกว่าสถานการณ์เฉลี่ยระดับนานาชาติที่พบว่าอัตราเด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ปี ที่ไม่แคระแกร็น อยู่ที่ระดับ 0.89 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยมาตรฐานโลกที่กำหนดค่าไว้ในระดับ 0.77

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...