โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กระเจี๊ยบ กินถูกวิธี ช่วยลดน้ำหนักได้

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 11 ก.ย 2562 เวลา 09.20 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2562 เวลา 09.19 น.

กระเจี๊ยบแดง มีสรรพคุณในการเป็นยาขับปัสสาวะ ขับยูริก ช่วยลดการอักเสบของไต ลดความดันโลหิตสูง ลดคอเลสเตอรอล ลดไขมันในเลือด Anthrocyanin ที่เป็นส่วนประกอบของสารสีแดงในกระเจี๊ยบ มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ช่วยปกป้องตับไม่ให้ถูกทำลาย

การกิน คือ การนำกลีบเลี้ยง (หรือส่วนที่เราใช้ต้มน้ำกระเจี๊ยบ) มาต้มหรือชงน้ำดื่ม ครั้งละ 5-10 กรัม หรือถ้าใช้ใบตากแห้งต้มน้ำดื่ม ก็จะช่วยบรรเทาอาการไอ

นอกเหนือไปจากการใช้เพื่อรักษาโรคแล้ว กระเจี๊ยบยังมีสรรพคุณในด้านความงามด้วย นั่นคือ ช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้ โดยมีการศึกษาในหนูอ้วนที่ได้รับน้ำต้มกระเจี๊ยบกินต่อเนื่องเป็นเวลา 2 เดือน พบว่า ช่วยให้น้ำหนักของหนูลดลงได้ ช่วยควบคุมน้ำหนักในหนูโดยไม่ก่อให้เกิดความผิดปกติต่อตับ ระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ก็ลดลงไปพร้อมกันด้วย เช่นเดียวกับลูกค้าอภัยภูเบศรท่านหนึ่ง ที่ซื้อชาชงสมุนไพรกระเจี๊ยบของอภัยภูเบศรไปกินเป็นประจำสม่ำเสมอ หลังจากกินไปสักระยะก็พบว่าน้ำหนักลดลงมากจนมีคนทัก และได้ลองแนะนำให้คนในครอบครัวกินก็พบว่า ได้ผลเช่นเดียวกัน จึงได้มาบอกเล่าให้กับทีมพนักงานอภัยภูเบศรได้รับทราบและเผยแพร่ต่อไป

ซึ่งเราก็คิดว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก ถ้าใครจะนำไปใช้หรือลองกินกันดูก็ไม่เสียหาย และในส่วนของกากหลังจากต้มน้ำกระเจี๊ยบแล้ว ก็ยังมีประโยชน์ คือ มีไฟเบอร์สูง ช่วยระบาย ทำให้อุจจาระนุ่ม หรือนำไปเป็นส่วนผสมในการทำขนม คุกกี้ ก็จัดเป็นขนมสุขภาพได้อีกแบบหนึ่ง ทราบแบบนี้แล้ว ใครที่กำลังหาวิธีลดน้ำหนักอยู่ ลองพิจารณากระเจี๊ยบดู

ขอบคุณข้อมูลจาก อภัยภูเบศรสาร ฉบับที่ 92 คอลัมน์ คนงามเพราะแต่ง โดย ภญ.วัจนา ตั้งความเพียร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...