โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่า หลังตัวเลขการจ้างงานต่ำกว่าคาด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ม.ค. 2563 เวลา 11.53 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 11.53 น.
แฟ้มภาพ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/1) ที่ระดับ 30.20/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (10/1) ที่ระดับ 30.22/24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินสหรัฐเคลื่อนไหวอ่อนค่าหลังจากคืนวันศุกร์ (10/1) กระทรวงแรงงานสหรัฐได้มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 145,000 ตำแหน่งในเดือนธันวาคม ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 160,000 ตำแหน่ง ยิ่งไปกว่านั้นตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.1% เทียบเท่ากับเพิ่มขึ้น 3 เซนต์ในเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้นน้อยกว่าช่วงเดือนพฤศจิกายน จาก 0.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึัน 2.9% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราต่ำกว่า 3.0% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2561 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.1%

ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ ในขณะที่อัตราการว่างงานยังคงทรงตัวที่ระดับ 3.5% ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี เมื่อพิจารณาตลอดทั้งปี 2562 พบว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 2.1 ล้านตำแหน่ง ลดลงอย่างมากจากระดับ 2.7 ล้านตำแหน่งในปี 2561 นอกจากนี้ การจ้างงานนอกภาคเกษตรในปี 2562 คิดเป็นตัวเลขเฉลี่ย 176,000 ตำแหน่งตัวเดือน ซึ่งเป็นตัวเลขต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2554 นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเผยสต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งลดลง 0.1% ในเดือนพฤศจิกายน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนตุลาคม ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่า สต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งอาจทรงตัวในเดือนพฤศจิกายน

สำหรับสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ล่าสุดนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวว่า พวกเขาไม่มีความสงสัยเลยที่อิหร่านมีความตั้งใจที่จะโจมตีฐานทัพทหารของสหรัฐ และกองกำลังพันธมิตรในอิรักเมื่อวันพุธ (8/1) เพื่อตอบโต้กลับที่ผู้บัญชาการกองกำลังระดับสูงเสียชีวิต นอกจากนี้ยังได้แถลงการณ์ว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐได้ลงนามเห็นชอบมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อประเทศอิหร่านฉบับใหม่ ซึ่งสหรัฐจะขยายขอบเขตการคว่ำบาตรทางการค้า ครอบคลุมภาคการก่อสร้าง, สิ่งทอ, เครื่องนุ่งห่ม และเหมืองแร่ เพื่อตอบโต้การถอนตัวออกจากข้อตกลงปลดอาวุธนิวเคลียร์

นอกจากนี้ สหรัฐได้ขยายขอบเขตการห้ามบริษัทสัญชาติอเมริกันทำธุรกิจกับบริษัทอิหร่านทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อตอบโต้การที่อิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (7/1) อย่างไรก็ดีสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มบานปลายเป็นประเด็นทางการเมืองในสหรัฐ โดยล่าสุดวันศุกร์ (11/1) นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐกล่าวว่าจะดำเนินการยื่นญัตติการถอดถอนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ต่อให้วุฒิสภาภายในสัปดาห์หน้า โดยจะหารือกับพรรคเดโมแครตในวันอังคาร (14/1) โดยเมื่อเรียบร้อยแล้วจะส่งเรื่องต่อให้วุฒิสภาพร้อมเอกสารสำคัญซึ่งจะถือเป็นการเริ่มการไต่สวนของวุฒิสภาได้ทันที ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 30.15-30.23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ  30.20/22 บาท/ดอลลาร์

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (13/1) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1119/21 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (10/1) ที่ระดับ 1.1093/95 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งตามการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดีนักลงทุนยังคงติดตามการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ โดยล่าสุด นายเกิร์ท ฮัน วิลเกอ ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางอังกฤษกล่าวกับหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์ส ว่า เขาจะลงมติสนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมในเดือนนี้โดยจะอ้างอิงจากข้อมูลเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.111-1.1135 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1132/36 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.11132/36 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (13/1) เปิดตลาดที่ระดับ 109.60/63 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (10/1) ที่ระดับ 109.61/63 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ในระหว่างวันค่าเงินเยน
เคลื่อนไหวทรงตัว เนื่องจากเป็นวันหยุด (วันบรรลุนิติภาวะ) จึงทำให้ปริมาณซื้อขายค่อนข้างน้อย โดยค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 109.45-109.79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 109.71/73
เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของอังกฤษ เดือนพฤศจิกายน (13/1), ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของสหรัฐ เดือนธันวาคม (14/1), ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ เดือนธันวาคม (14/1), ดุลการค้าของจีนเดือนธันาคม (14/1), ดัชนีราคาผู้บริโภคของอังกฤษ เดือนธันวาคม (15/1), ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซน เดือนพฤศจิกายน (15/1), ดุลการค้าของยูโรโซน เดือนพฤศจิกายน (15/1), ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ เดือนธันวาคม (15/1), รายงานดัชนีการผลิตรัฐนิวยอร์กเดือนมกราคม (15/1), ดัชนีราคาผู้บริโภคของเยอรมนี เดือนธันวาคม (16/1), ยอดค้าปลีกพื้นฐานของสหรัฐ เดือนธันวาคม (16/1), จำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ (16/1), รายงานดัชนีการผลิตรัฐฟิลาเดลเฟีย เดือนมกราคม (16/1), ใบอนุญาตก่อสร้างของสหรัฐเดือนธันวาคม (17/1), ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของจีน ไตรมาส 4 (1/1), ดัชนีราคาผู้บริโภคของูโรโซนเดือนธันวาคม (17/1), ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ของสหรัฐ จาก JOLTs เดือนพฤศจิกายน (17/1)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.1/-1.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -2.00/-0.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...