โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Rebalancing Portfolio สิ่งที่นักลงทุนไม่ค่อยทำ แต่สำคัญอย่างยิ่ง!

Finnomena

อัพเดต 10 เม.ย. 2562 เวลา 03.08 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2561 เวลา 06.33 น. • FINNOMENA Admin

Rebalancing Portfolio สิ่งที่นักลงทุนไม่ค่อยทำ แต่สำคัญอย่างยิ่ง!

อะไรคือการทำ Portfolio Rebalancing?

Rebalancing หรือ การปรับสมดุลพอร์ตการลงทุน อธิบายให้เข้าใจง่ายๆก็คือ การปรับสัดส่วนของสินทรัพย์หลักที่เราวางแผนลงทุนในระยะยาว (Strategic Asset Allocation : SAA) ให้กลับมาอยู่ในสัดส่วนที่เราตั้งใจลงทุนไว้ในตอนแรก ด้วยวิธีคือ ขายสินทรัพย์ที่มีน้ำหนักเกินสัดส่วนที่กำหนด และ ซื้อสินทรัพย์ที่มีน้ำหนักต่ำกว่าที่เรากำหนด นั่นเอง

ยกตัวอย่างเช่น…

นาย A ตั้งใจจัดพอร์ตด้วยเงินลงทุน 10 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น กองทุนรวมตราสารหนี้ 50% และ กองทุนรวมตราสารทุน 50%

วันเวลาผ่านไป จากเงิน 10 ล้าน กลายเป็น 11 ล้าน ซึ่งมาจากสัดส่วนของหุ้นที่สร้างผลตอบแทนได้มากกว่าตราสารหนี้ จึงทำให้ สัดส่วนรวมของพอร์ตเปลี่ยนไปเป็น กองทุนรวมตราสารหนี้ 46% และ กองทุนรวมตราสารทุน 54%

ซึ่งสิ่งที่เราต้องทำก็คือ เราต้องทำให้สัดส่วนการลงทุนโดยรวมกลับมา ให้ใกล้เคียงกับสัดส่วนที่เป็นความตั้งใจแรกในการลงทุนของเราที่ (50:50) ด้วยการขายกองทุนหุ้นออกมาซื้อตราสารหนี้ให้สัดส่วนกลับมาเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ 50% และ กองทุนรวมตราสารทุน 50%

โดยสรุปแล้วการ Rebalancing ก็คือ การควบคุมความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนไม่ให้ผันผวนเกินกว่าที่นักลงทุนจะรับได้ ด้วยการวางแผนการจัดการปรับสมดุลอย่างเป็นระบบ

แล้วเมื่อไหร่ถึงควรทำ Rebalancing?

  • กำหนดด้วยเวลา (Time) เช่น กำหนดว่าจะ Rebalancing ทุกๆไตรมาส ทุกๆครึ่งปี หรือ ทุกๆปี
  • ด้วยสัดส่วน (Threshold) เช่น จะปรับเมื่อสินทรัพย์ใดๆ มีการ +/- เกิน 10%
  • เมื่อตัวนักลงทุนเองมีสไตล์การลงทุนที่เปลี่ยนไป เช่น หากอายุมากแล้วอาจจะลดสัดส่วนของหุ้นลง และเพิ่มสัดส่วนตราสารหนี้ขึ้น

โดยปกติ การปรับสมดุลพอร์ต จะเกิดขึ้นบนเงื่อนไขในข้อ 1 และข้อ 2 เป็นหลัก โดยที่ข้อ 3 จะเกิดไม่ได้บ่อย โดยที่นักลงทุนมีหน้าที่ที่จะต้องประเมินตัวเองอย่างต่อเนื่องๆในระยะทางที่ลงทุน หรือให้ผู้ดูแลการลงทุนแนะนำ

มีผลการทดสอบ Rebalancing ไหม? ว่าส่งผลต่อพอร์ตการลงทุนอย่างไร?

ตารางด้านบนเป็นการศึกษาเรื่อง Rebalancing ของ Vanguard โดยเทียบระหว่างพอร์ตที่ Rebalancing ทุกปี และพอร์ตที่ไม่ Rebalance เลย โดยเริ่มต้นพอร์ตการลงทุนที่ 50% หุ้น และ 50% ตราสารหนี้เท่ากัน

จะเห็นว่า มีบางช่วงที่พอร์ตที่ไม่มีการ Rebalancing เลยมีน้ำหนักในหุ้นสูงถึง 97% ของพอร์ตโดยรวม ขณะที่ให้ผลตอบแทนได้ใกล้เคียงกัน คือ 8.9% และ 8.1% ต่อปี

ที่น่าสนใจอยู่ที่บรรทัดสุดท้าย คือ ความเสี่ยงในแต่ละปี พอร์ตการลงทุนที่ Rebalancing ทุกๆปี มีความผันผวนอยู่ที่ 9.9% และพอร์ตที่ไม่มีการ Rebalancing มีความผันผวนที่ 13.2% ซึ่งถือว่า ต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญทีเดียว

เห็นหรือยังครับ ความสำคัญของการ Rebalancing Portfolio หากใครที่ไม่เคยปรับพอร์ต หรือหากพอร์ตของท่านไม่เคยได้รับการดูแลเลย ทั้งนี้ FINNOMENA มีบริการให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่สนใจการลงทุน สามารถลงทะเบียนรับสิทธิได้ที่นี่ https://www.finnomena.com/nter-exclusive/

  ที่มาบทความ โดย Mr. Messenger : https://www.finnomena.com/mr-messenger/re-balancing-a-must-for-any-investors/ แหล่งที่มาข้อมูล :- Best practices for portfolio rebalancing, Vanguard Research (November 2015) Rebalancing: An Important Tool for Controlling Portfolio Risk, Alliance Berstein http://www.investopedia.com/articles/pf/05/051105.asp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...