โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"โนเบิล" แจงที่ดินคอนโดฯ 3 โครงการบนถนน “รัชดาฯ” ได้รับอนุญาตถูกต้อง-ไม่มีคดีติดตัว

Positioningmag

อัพเดต 02 ส.ค. 2566 เวลา 07.17 น. • เผยแพร่ 02 ส.ค. 2566 เวลา 07.06 น.

หลังศาลปกครองสูงสุดออกคำตัดสินคดี “แอชตัน อโศก” ยังผลให้อสังหาฯ หลายค่ายต้องออกโรงชี้แจงลักษณะโครงการของตนเองบ้างเพื่อให้ความสบายใจต่อลูกค้า โดยล่าสุด“โนเบิล” ซึ่งมีคอนโดฯ 3 แห่งบนถนน “รัชดาฯ” ที่ใช้ทางเข้าออกผ่านที่ดินของ รฟม. จัดแถลงข่าวชี้แจงถึงการเปิดทางเข้าออกที่ดินทุกผืนเนื่องมาจากเป็นที่ดินตาบอด ไม่มีการย้ายหรือขยายถนนให้ผิดไปจากเดิม และทั้ง 3 โครงการไม่มีการฟ้องร้องคดีใดๆ ติดตัว

“ธงชัย บุศราพันธ์” รองประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) นำทีมชี้แจงต่อสื่อมวลชน เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูล คลายข้อสงสัยของลูกค้าและลูกบ้านต่อการใช้ที่ดินของโครงการ 3 แห่งในเครือซึ่งเกี่ยวพันกับที่ดินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้แก่ โครงการนิว โนเบิล รัชดา-ลาดพร้าว, โครงการโนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา 1 และ โครงการโนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา 2 ดังนี้

นิว โนเบิล รัชดา-ลาดพร้าว

สำหรับโครงการนิว โนเบิล รัชดา-ลาดพร้าว เป็นคอนโดมิเนียมสูง 34 ชั้น บริเวณสถานี MRT ลาดพร้าว ซึ่งโครงการนี้ยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง คาดจะก่อสร้างเสร็จปี 2567 และปัจจุบันมีลูกค้าจองซื้อแล้ว 80% ของโครงการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,600 ล้านบาท
ธงชัยแจกแจงประวัติของที่ดินโดยไล่ไทม์ไลน์ความเปลี่ยนแปลงของที่ดิน ดังนี้
พ.ศ. 2495 – ที่ดินแปลงเดิมมีทางเข้าออกติดกับถนนลาดพร้าว ฝั่งตะวันออกของที่ดินติดที่ดินการรถไฟ
พ.ศ. 2544 - รฟม. เวนคืนที่ดินแปลงนี้ฝั่งที่ติดกับถนนลาดพร้าว ทำให้ที่ดินเกิดเป็นที่ดินตาบอด ไม่มีทางเข้าออกถนน
[caption id="attachment_1439560" align="aligncenter" width="550"]

ที่ดินถูกเวนคืนจึงทำให้เกิดเป็นที่ดินตาบอด (ภาพจาก: โนเบิล)[/caption]
พ.ศ. 2547 - รฟม. ก่อสร้างอาคารจอดแล้วจรสถานีลาดพร้าวบนที่ดินที่เวนคืนมา และมีการทำทางเข้าออกของอาคารดังกล่าวออกทางถนนรัชดาภิเษก
พ.ศ. 2557 – เจ้าของที่ดิน ณ ขณะนั้นขอเปิดทางภาระจำยอมเพื่อเข้าออกที่ดินตาบอด และขอเชื่อมใช้ทางเข้าออกของอาคารจอดแล้วจรสถานีลาดพร้าวซึ่งมีอยู่แล้ว เพื่อให้ที่ดินผืนนี้สามารถเข้าออกทางถนนรัชดาภิเษกได้ โดย รฟม. มีการเก็บค่าตอบแทนการผ่านถนนอาคารจอดแล้วจรโดยเรียกเก็บครั้งเดียว และเจ้าของที่ดินเดิมชำระครบแล้ว
ที่ดินแปลงนี้ได้ใบอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของ รฟม. เป็นทางผ่าน เลขที่ รฟม. 012/0099 ลงวันที่ 20 มกราคม 2557 อ้างอิงการอนุญาตตาม“ประกาศการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เรื่องกำหนดประเภทการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินของ รฟม. เป็นทางผ่าน” ประกาศ ณ วันที่ 26 กันยายน 2556 ซึ่งที่ดินแปลงนี้ถือว่าเข้าเกณฑ์ข้อ 9.1(1) ในประกาศฉบับนี้ กล่าวคือ การเวนคืนของ รฟม. ทำให้ที่ดินนี้มีสภาพตาบอด จึงต้องให้ผ่านที่ดิน รฟม. เป็นทางเข้าออกได้
[caption id="attachment_1439561" align="alignnone" width="1000"]

โนเบิล รฟม.

ที่ดินเดิมมีการขอเชื่อมต่อกับทางเข้าออกอาคารจอดแล้วจรของ รฟม. เพื่อเป็นทางผ่านออกสู่ถนนใหญ่คือถนนรัชดาภิเษกได้[/caption]
พ.ศ. 2560 - โนเบิลฯ ติดต่อซื้อที่ดินแปลงนี้ และมีการพัฒนาโครงการนิว โนเบิล รัชดา-ลาดพร้าวในเวลาต่อมา โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางเข้าออกที่เจ้าของเดิมได้ขออนุญาตไว้ทั้งในแง่ขนาดถนนและตำแหน่งถนน
ถนนบนที่ดินภาระจำยอมของโครงการมีขนาดความกว้าง 12.5 เมตร และไปเชื่อมต่อกับถนนทางเข้าออกอาคารจอดแล้วจรของ รฟม. ซึ่งมีความกว้าง 13.0-21.5 เมตร (แต่ละช่วงถนนมีความกว้างไม่เท่ากัน) เพื่อออกสู่ถนนรัชดาภิเษก

โนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา 1และ 2

สองโครงการนี้เป็นคอนโดฯ 2 แปลงที่อยู่ติดกัน บริเวณสถานี MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ ซึ่งขายห้องชุดหมดแล้วทุกยูนิต ลูกบ้านมีการโอนกรรมสิทธิ์ย้ายเข้าอยู่อาศัยแล้ว 4 ปี
ลักษณะที่ดินเดิมมีทางเข้าออกที่ติดกับถนนรัชดาภิเษก โดย รฟม. เข้าเวนคืนที่ดินในปี 2543 ฝั่งติดถนนรัชดาภิเษกเพื่อทำอาคารจอดแล้วจรและแนวก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน (หลังก่อสร้างรถไฟฟ้าเสร็จ แนวก่อสร้างนี้ถูก รฟม. พัฒนาเป็นที่จอดรถเช่นกัน) ทำให้ที่ดินเดิมขาดออกเป็น 2 แปลง แบ่งเป็นแปลงใหญ่ด้านในที่ไม่ติดกับถนนรัชดาภิเษกเกิดเป็นที่ดินตาบอด และเหลือที่ดินลักษณะชายธงสามเหลี่ยมผืนเล็กที่ยังติดกับถนนรัชดาภิเษก
[caption id="attachment_1439562" align="alignnone" width="1000"]

กรณีของโนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา 1 และ 2[/caption]
เจ้าของที่ดินเดิมจึงดำเนินการขอภาระจำยอมให้กับที่ดินแปลงใหญ่ด้านในที่กลายเป็นที่ดินตาบอดได้ใช้ทางเข้าออกผ่านที่ดินของ รฟม. และไปเชื่อมกับที่ดินชายธงที่ยังเหลือเพื่อเป็นทางออกถนนรัชดาภิเษกได้ดังเดิม ปัจจุบันจะเห็นว่าทางเข้าออกโครงการโนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา 1 และ 2 จะเข้าผ่านทางซอยรัชดาภิเษก 6 และเป็นทางเดียวกับทางเข้าที่จอดรถ รฟม. สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ

“โนเบิล” ขอย้ำไม่มีคดีฟ้องร้อง– กรณี “แอชตัน อโศก” กระทบการหาที่ดิน

ธงชัยกล่าวย้ำว่า ทั้ง 3 โครงการไม่มีคดีฟ้องร้องใดๆ หรือการร้องเรียนจากหน่วยงานใดทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากลูกค้า/ลูกบ้านมีความกังวลจากกรณีแอชตัน อโศก จึงมีการติดต่อขอข้อมูลจากโนเบิลมาประมาณ 30 ราย ทำให้บริษัทมีการทำหนังสือเอกสารชี้แจง และจัดแถลงข่าวเพื่อให้ข้อมูลต่อสาธารณะ
ปัจจุบันที่ดินของบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับการเวนคืนที่ดินโดย รฟม. มีเพียง 3 โครงการนี้ ในแลนด์แบงก์ปัจจุบันไม่มีที่ดินรอการพัฒนาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ รฟม. ส่วนการหาซื้อที่ดินในอนาคต คาดว่าจะต้องระมัดระวังสูงขึ้นเนื่องจากการตีความกฎหมายที่ไม่ชัดเจนที่เกิดขึ้น
“เราคงต้องระวังกับการซื้อที่ดินมากขึ้น ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าที่ดินนี้ถูกเวนคืนจนเป็นที่ดินตาบอดและต้องขอภาระจำยอมจริงไหม ไม่มีการขอแก้ไขใดๆ จริงไหม เพราะอ้างอิงกรณีแอชตัน อโศกจะเห็นได้ชัดเจนมากว่าถ้าที่ดินมีการขอแก้ไขทางเพื่อประโยชน์ของเอกชน จะเกิดข้อขัดแย้งทันที และเราต้องดูต่อเนื่องว่า รฟม. หรือ กทม. จะมีการเปลี่ยนเกณฑ์อะไรต่อไปไหมในภายหน้า ซึ่งผู้ประกอบการทุกรายน่าจะมองคล้ายๆ กัน” ธงชัยกล่าว

ข้อสังเกตความแตกต่าง “ขอขยายถนน-เปลี่ยนย้ายจุดเข้าออก”

จากคดีแอชตัน อโศก มาถึงกรณี 3 โครงการของโนเบิลที่ไม่เป็นคดี เราจะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างที่สำคัญคือ “การขยายและเปลี่ยนจุดที่เป็นถนนภาระจำยอม”
เนื่องจากที่ดินที่ตั้งโครงการแอชตัน อโศกแต่เดิมนั้น หลังจากถูกเวนคืนจนเป็นที่ดินตาบอด รฟม. จึงอนุญาตให้ทางเข้าออกเป็นถนนภาระจำยอม แต่ถนนดังกล่าวนี้มีความกว้างเพียง 6.4 เมตร และเดิมถนนภาระจำยอมจะอยู่ติดกับปล่องระบายอากาศของรถไฟฟ้าใต้ดิน
ต่อมา บริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย อโศก จำกัด ผู้พัฒนาโครงการ ได้ร้องขอใช้ประโยชน์ที่ดิน รฟม. ทำถนนความกว้าง 6.6 เมตร เพื่อรวมกับถนนภาระจำยอมเดิมให้ได้ถนนที่มีความกว้างมากขึ้นเป็น 13.0 เมตร และขอย้ายจุดตัดถนนทางเข้าออกไปชิดกับฝั่งสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์แทน เมื่อมีความกว้างของถนนเข้าออกดังนี้แล้ว จะทำให้เข้าเกณฑ์ที่ดินที่สามารถก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่พิเศษได้
ขณะที่โครงการ 3 แห่งของโนเบิลจะเป็นการใช้ถนนภาระจำยอมตามเดิมที่เจ้าของที่ดินรายเดิมเคยขออนุญาตกับ รฟม. ไว้ ไม่มีการเปลี่ยนตำแหน่งถนน และไม่มีการขอขยายถนนให้กว้างมากขึ้น
นี่จึงเป็นชนวนสำคัญในการฟ้องร้องและตัดสิน นั่นคือศาลปกครองมองว่า รฟม. มีการให้โครงการแอชตัน อโศกใช้ประโยชน์ที่ดินเพิ่มเติมเป็นถนนกว้าง 6.6 เมตรที่นอกเหนือจากภาระจำยอมสำหรับที่ดินตาบอด ถือว่าผิดหลักเกณฑ์วัตถุประสงค์ในการเวนคืน และไม่ใช่ส่วนที่ถือว่า ‘ต้อง’ ให้ผ่านเข้าออกแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม เมื่อผลตัดสินออกมาในช่วงที่โครงการก่อสร้างเสร็จไปแล้ว และมีลูกบ้านกว่า 600 ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในโครงการ ห้องชุดหลายยูนิตมีการผ่อนสินเชื่อบ้านกับธนาคาร จึงเป็นคำถามสำคัญว่าจากนี้ลูกบ้านทั้งหมดจะมีชะตาชีวิตอย่างไรต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...