นักวิเคราะห์คาด “เฟด” หั่นดอกเบี้ยรวม 0.75% ในการประชุมอีก 3 ครั้งปี 2567
นักวิเคราะห์คาด "เฟด" หั่นดอกเบี้ยรวม 0.75% ในการประชุมอีก 3 ครั้ง ในเดือนกันยายน พฤศจิกายน และธันวาคม 2567 และจะลดดอกเบี้ย 0.25% ในแต่ละไตรมาสใน 4 ไตรมาสของปี 2568
วันที่ 19 สิงหาคม 2567 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผลการสำรวจของรอยเตอร์ระบุว่า นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุม 3 ครั้งที่เหลือของปี 2567 ซึ่งถือเป็นการปรับลดมากกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนที่แล้ว โดย นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ที่มองว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยนั้นไม่น่าจะเกิดขึ้นได้
ด้านนักลงทุนยังกล่าวว่า การเทขายในตลาดอย่างรุนแรงแต่เป็นเวลาสั้นๆ ก็เป็นแรงผลักดันให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการยกเลิกสถานะเลเวอเรจขนาดใหญ่อันเป็นผลจากการที่ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นอย่างกะทันหัน
แม้ว่าคณะกรรมการเฟดบางคนจะส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่ผลสำรวจของรอยเตอร์สระหว่างวันที่ 14-19 ส.ค. ระบุว่านักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว ข้อมูลล่าสุด รายงานยอดขายปลีกที่แข็งแกร่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจมีผลการดำเนินงานค่อนข้างดี ขณะที่อัตราเงินเฟ้อลดลง
โดยตามผลการสำรวจของผู้ตอบแบบสอบถาม 54% หรือ 55 คนจาก 101 คน มองว่าธนาคารกลางสหรัฐจะลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในเดือนกันยายน พฤศจิกายน และธันวาคม ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในช่วง 4.50-4.75% ภายในสิ้นปี 2567
ขณะที่ก่อนหน้านี้ ตลาดคาดการณ์ว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในเดือนกันยายน ปัจจุบันกำลังคาดการณ์ความน่าจะเป็น 70% ที่จะมีการลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนหน้า
นอกจากนี้ผู้ตอบแบบสำรวจ 34 คน คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ และผู้ตอบแบบสำรวจ 1 คนคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียว ส่วนนักเศรษฐศาสตร์ 11 คนคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1.00% หรือมากกว่านั้น
อีกทั้งคาดว่าเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในแต่ละไตรมาสใน 4 ไตรมาสของปี 2568 ปัจจุบันตลาดกำหนดราคาการลดอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ประมาณ 2.00% ภายในสิ้นไตรมาสที่ 3 ของปี 2568
ทั้งนี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโต 2.8% ต่อปีในไตรมาสที่ 2 ซึ่งเร็วกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 2.0% มาก จากการสำรวจพบว่าการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5% ในปีนี้ ซึ่งเร็วกว่าที่เจ้าหน้าที่เฟดมองว่าอัตราการเติบโตที่ไม่ก่อให้เกิดเงินเฟ้ออยู่ที่ 1.8% ในปัจจุบัน
อ้างอิง : reuters.com