โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

ทำไมคนญี่ปุ่นเรียกขอบขนมปังว่า “หูขนมปัง” ?

conomi

อัพเดต 06 ก.ย 2567 เวลา 11.53 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย 2567 เวลา 05.00 น. • conomi.co

ส่วนขอบสีน้ำตาลของขนมปังเป็นส่วนที่มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ แต่เพื่อน ๆ รู้ไหมคะว่าขอบขนมปังในภาษาญี่ปุ่นมีชื่อเรียกที่น่ารักมาก นั่นคือ pan no mimi (パンの耳) แปลว่า หูขนมปัง อันที่จริงก็มีชื่อเรียกที่ถูกต้องคือ gaisou (外皮, 外相) แต่เรียกว่าหูแล้วฟังดูน่ารักกว่าเยอะเลยว่าไหมคะ แล้วทำไมคนญี่ปุ่นถึงเรียกขอบขนมปังว่าหูขนมปัง ? เกี่ยวอะไรกับหูของคนหรือเปล่า ? เราไปหาคำตอบกันค่ะ

ทำไมคนญี่ปุ่นเรียกขอบขนมปังว่า “หูขนมปัง” ?

ขนมปัง

ว่ากันว่าตั้งแต่ในอดีตคนญี่ปุ่นจะเรียกสิ่งที่อยู่ตรงขอบของวัตถุว่า “หู” ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นคือ mimi (耳) เนื่องจากหูเป็นอวัยวะที่อยู่บริเวณขอบของใบหน้าคนเรา คำว่าหูจึงมีความหมายแฝงถึงส่วนที่เป็นขอบของวัตถุนั้น ๆ แม้กระทั่งขนมปัง ก็เรียกส่วนขอบสีน้ำตาลว่าหูเช่นกัน แต่นอกจากขนมปังแล้วยังมีการใช้คำว่าหูในสิ่งอื่น ๆ อย่างเช่น
senbei no mimi (せんべいの耳 : หูของเซมเบ้) หมายถึงส่วนขอบที่กรอบ ๆ ของขนมเซมเบ้ kiji no mimi (生地の耳 : หูของผ้า) หมายถึงริมขอบผ้าที่เย็บกันด้ายรุ่ย

ขอบขนมปังในภาษาอังกฤษ

ขนมปัง

ในภาษาอังกฤษ ส่วนขอบขนมปังจะเรียกว่า crust นอกจากนี้ในภาษาอังกฤษยังมีคำว่า heel of bread หรือส้นเท้าของขนมปังอีกด้วย ใช้หมายถึงขนมปังแผ่นปิดหัวปิดท้ายที่ผู้คนไม่ค่อยทานกัน และส่วนที่เป็นเนื้อขนมปังสีขาว ภาษาอังกฤษเรียกว่า crumb ในภาษาญี่ปุ่นก็มีชื่อเรียกเช่นกันว่า naisou (内相, 内層)

ขอบขนมปังในภาษาฝรั่งเศสและภาษาจีน

ขนมปัง

นอกจากภาษาญี่ปุ่นกับภาษาอังกฤษที่มีคำเกี่ยวกับร่างกายในการเรียกขนมปังแล้ว ภาษาฝรั่งเศสกับภาษาจีนก็มีเช่นกัน โดยคำว่าขอบขนมปังในภาษาฝรั่งเศสจะเรียกว่า croûte de pain ส่วนในภาษาจีนจะเรียกว่า miànbāopí (面包皮) ซึ่งทั้ง 2 คำนี้แปลตรงตัวได้ว่าเปลือกหรือผิวขนมปังนั่นเอง

นอกจากหูแล้วยังมี “ตา” อีกด้วย!

ขนมปัง

เพื่อน ๆ รู้ไหมคะว่าในภาษาญี่ปุ่นนอกจากขนมปังจะมีหูแล้วยังมีตาอีกด้วยนะ เรียกว่า shokupan no me (食パンの目) หรือตาขนมปัง ซึ่งก็คือรูหรือโพรงของฟองอากาศบนเนื้อขนมปังนั่นเอง เดิมทีในเนื้อแป้งขนมปังจะมีฟองอากาศเล็ก ๆ อยู่ข้างในซึ่งมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สะสมอยู่ เมื่อโดนความร้อนเข้าไป ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะขยายตัว ขนมปังก็จะพองฟูมีขนาดใหญ่ขึ้น ขนมปังที่อบในแม่พิมพ์ แป้งก็จะขยายขึ้นไปด้านบนตามธรรมชาติ ดังนั้นหากตาหรือฟองอากาศในเนื้อแป้งยืดขยายในแนวตั้ง แสดงว่าขนมปังนั้นสุกและผ่านการนวดแป้งมาอย่างดี จะได้รสสัมผัสที่เหนียวนุ่ม เป็นขนมปังที่ได้คุณภาพ

น่าสนใจมากเลยนะคะที่ในแต่ละภาษาก็มีวิธีการเรียกขอบขนมปังแตกต่างกันไป ยิ่งในภาษาญี่ปุ่นที่เรียกว่าหูก็ยิ่งฟังดูน่ารักน่าทานขึ้นมาทันที มีใครชอบทานขอบขนมปังบ้างไหมเอ่ยย

สรุปเนื้อหาจาก camelia

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...