นมแพลนต์เบส โต 9% แซงนมวัว “วี ฟาร์ม“ รุกหนักนมข้าวโพด ฝ่าปัจจัยกำลังซื้อคนไทยจำกัด
วี ฟาร์ม เผย นมแพลนต์เบส เมกะเทรนด์ โต 9% ต่อปี สูงกว่านมวัวที่โต 6% ต่อปี สบช่องส่ง “นมข้าวโพด” รุกหนักตลาดนมพืช เจาะรุ่นใหม่ จ่อสยายปีก ตปท. เพิ่ม ตั้งเป้าปี 2567 รายได้โต 250 ล้านบาท 20% ฝ่าปัจจัยลบกำลังซื้อจำกัด
วันที่ 28 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมาตลาดนมพืช หรือ นมแพลนต์เบส (Plant-Based Milk) มีมูลค่าราว ๆ 2.3 หมื่นล้านบาท หลัก ๆ ยังเป็นนมถั่วเหลือง ครองมูลค่าสูง 2 หมื่นล้านบาท และที่เหลือจะเป็นนมพืชอื่น ๆ อาทิ นมอัลมอนด์ นมโอ๊ต นมข้าวโพด ประมาณ 1 พันล้านบาท
[caption id="attachment_126467" align="aligncenter" width="1024"]
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วี ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด[/caption]
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วี ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์“วี ฟาร์ม” เปิดเผยว่า ตลาดนมแพลนต์เบสโลกตั้งแต่ปี 2567 - 2573 คาดเติบโตเฉลี่ย (CARG) 13% ส่วนในไทยนมแพลนต์เบส เติบโต 9% ต่อปี สูงกว่าอัตราการเติบโตของนมวัวที่ขยายตัวเพียง 6% ต่อปี
“คนหันมาทานนมพืชมากขึ้นเป็นเมกะเทรนด์ ทั้งจากกลุ่มคนรักสุขภาพ และกลุ่มคนแพ้แลคโตส จึงเป็นโอกาสของนมข้าวโพด ซึ่งปีที่ผ่านมาแบรนด์วี ฟาร์ม เติบโตเกือบ 3 เท่า ยอดขายเฉลี่ย 8,000-9,000 ขวด/วัน และครองส่วนแบ่งตลาด 64% ในร้านสะดวกซื้อ”
อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมานมข้าวโพด เผชิญความท้าทาย คือ คนรู้จักน้อย และดูมีอายุมากเกินไปสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ นำไปสู่การรุกทำการตลาดครั้งใหญ่ของวีฟาร์ม เพื่อขยายฐานผู้บริโภคกว้างขึ้น
เบื้องต้น ได้เริ่มนำนมข้าวโพด และสินค้ากลุ่มข้าวโพดคลุก เข้าไปทำเมนูร่วมกับ All Cafe อาทิ คอร์นชีสปั่น ที่ได้แรงบันดาลใจจากเมนูสุดฮิตในเกาหลีใต้ ตลอดจนปังเย็นคอร์นบัตเตอร์ สร้างความสนุกให้แก่เมนูข้าวโพด และปรับภาพลักษณ์ส้นค้าให้เด็กลง
รวมไปถึงการออกสินค้าใหม่เป็น น้ำนมข้าวโพดวีฟาร์ม x ไร่สุวรรณ รูปแบบพาสเจอร์ไรซ์ เน้นความสดใหม่ หลังเก็บ 1 วัน ส่งเข้าโรงงานผลิตทันที ปัจจุบันมีกำลังผลิต 5,000 ขวด/วัน
ขณะที่ช่องทางขายเตรียมกลับไปขายในซูเปอร์มาร์เก็ต โดยพัฒนาสินค้ากลุ่มนมข้าวโพดรูปแบบ SSP ที่อยู่ได้ราว ๆ 15-21 วัน จากเดิมเน้นขายสินค้ากลุ่มพาสเจอร์ไรซ์ อยู่ได้ไม่เกิน 14 วัน ในร้านสะดวกเซเว่น-อีเลฟเว่น ถึง 95% รวมไปถึงการขยายในกลุ่มฟู้ดเซอร์วิส อาทิ ร้านโจนส์สลัด
นอกจากนี้ เตรียมรุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น ทั้งในประเทศแถบ CLMV + 3 ประเทศ อาทิ สปป.ลาว กัมพูชา มาเลเซีย รวมไปถึง จีน เกาหลี และญี่ปุ่น โดยอนาคตมองการร่วมกับพาร์ตเนอร์ทำการผลิตสินค้านอกประเทศในรูปแบบ OEM โรงงานในประเทศนั้น ๆ
“ด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว วางเป้านมข้าวโพดจะขยับสัดส่วนรายได้มาเป็น 25% ในปี 2567 จากปัจจุบันนมข้าวโพดอยู่ที่ 20% ส่วนข้าวโพดฝัก-คลุก อยู่ที่ 65% และขนมอยู่ที่ 10% ที่เหลือเป็นส่งออกต่างประเทศ โดยมีเป้ารายได้ 250 ล้านบาท เติบโต 20% จากปี 2566”
อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ตลาดนมข้าวโพดมีทั้งสัญญาณบวกและความท้าทาย แบ่งเป็น
- ปัจจัยบวก : มีเทศกาลกินเจ ช่วงตุลาคมนี้ ซึ่งปกติในช่วงดังกล่าว บริษัทฯ จะมียอดขายเติบโตราว 30%
- ปัจจัยท้าทาย : ด้านผลผลิตทางการเกษตรจากปัญหาอุทกภัย แต่บริษัทฯ บาลานซ์ความเสี่ยงโดยการขยายพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพด ขณะที่ปัจจัยน่าจับตาอีกประการ กำลังซื้อคนไทยมีจำกัดมากขึ้น คนเลือกซื้อของที่จำเป็นและต้องกินจริง ๆ