“KTSF” เฟ้น “หุ้นไทย” ไซส์ใหญ่-พื้นฐานดี...ร่วมเติบโตไปกับศก.ไทย !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว”กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว”จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’(Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar”ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Equity General” ที่เน้นลงทุน “หุ้นไทย” ที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี มีความมั่นคง และให้ผลตอบแทนที่ดี มี Valuation ที่เหมาะสม
ปัจจุบัน “หุ้นไทย” เองก็ยังไม่ไปไหนไกล “Downside” ค่อนข้างจำกัด มองไปเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยในปีหน้าที่ให้กันไว้ 1,550 – 1,600 จุด “Upside” ยังมีพอสมควร ตามทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
มูลค่าตลาดในปัจจุบันก็ถือว่าไม่แพง มี Forward 12m P/E ที่ 14.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต10 ปีที่ 15.4 เท่า และคาดกำไรบจ.ปี25 จะโต 13% (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 6 ธ.ค. 24)
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นทั่วไป” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar”** มาฝากกัน
“KTSF” ร่วมเติบโตไปกับศก.ไทย กับ “หุ้นใหญ่” พื้นฐานดี
สำหรับกองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้ชื่อว่า “KTSF:กองทุนเปิดกรุงไทยหุ้นทุนปันผล” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.กรุงไทย’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6”(เสี่ยงสูง) จัดตั้งเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2543 เน้นลงทุน“หุ้นไทย” ที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี มีความมั่นคง และให้ผลตอบแทนที่ดี มี Valuation ที่เหมาะสม โดยมีกลยุทธ์การจัดพอร์ตแบบ “Core & Satellite” เพื่อมุ่งหวังให้กองทุนมีผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนีชี้วัดอย่างสม่ำเสมอ ความผันผวนน้อยกว่าในทุกภาวะตลาด
หน้าตาพอร์ต…สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” & “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘KTSF’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 ต.ค. 24) นั้น มีการจัดสรรการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย
- บริการ 28.26%
- เทคโนโลยี 20.02%
- ทรัพยากร 18.05%
- ธุรกิจการเงิน 13.61%
- อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง 10.07%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุดก็เป็นหุ้นใหญ่ที่ผู้นำแต่ละอุตสาหกรรมที่นักลงทุนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น DELTA 7.77%, GULF 6.47%, ADVANC 5.88%, CPALL 5.67% และ AOT 5.49% ตามลำดับ”
“ในแง่ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกอง ‘KTSF’’ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนนั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 24) เฉลี่ยอยู่ที่ 7.79% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 8.32% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของความผลการดำเนินงานจะเฉลี่ยอยู่ที่ 17.89% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 18.07% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีการลงทุนมักมีความเสี่ยงเช่นเดียวกันโดยในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -34.73%”
นอกจากนี้ นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมานั้นก็ได้มีการ “จ่ายปันผล” รวมทั้งสิ้น 55 ครั้ง รวมเป็นเงิน 25.19 บาทต่อหน่วย ซึ่งน่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับนักลงทุนที่ลงทุนได้เป็นอย่างดี
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1,000 บาท เท่านั้น
ส่วนนักลงทุนที่สนใจกองทุนได้มีเงื่อนไขการลงทุน “ขั้นต่ำในครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ของกองทุนจะอยู่ที่ 1,000 บาท ในส่วนการขายคืนนั้นสามารถทำได้อย่างอิสระโดยไม่มีกำหนดทั้งในด้านมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำ แต่จะมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 3วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน (T+3)
ทั้งนี้หากไม่พูดถึงช่องทางการซื้อขายกองทุนก็คงไม่ได้ ซึ่งผู้ลงทุนสามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง สาขาธนาคารกรุงไทยและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆ หรือช่องทางออนไลน์ผ่าน ผ่านระบบ Internet Trading : KTAM SMART TRADE (www.ktam.co.th)
ภาพรวม “ตลาดหุ้นไทย” Downside จำกัด Upside เปิด ตามภาพเศรษฐกิจของประเทศที่มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องในปีหน้า การคัดเลือกหุ้นเป็นหัวใจสำคัญในการได้มาซึ่งผลตอบแทนที่ดีเหนือตลาด (Alpha) ได้ ใครกำลังมองหาโอกาสลงทุนใน “หุ้นไทย” สไตล์ Active Fund เพื่อตอบโจทย์การลงทุนระยะยาว เชื่อว่า “กองหุ้นทั่วไป” ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่มากก็น้อย
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน