“ซีอีโอ SCBX” ชี้ขยายเพดานหนี้สาธารณะเกิน 70% ทางแก้จุดอับ เศรษฐกิจไทย โตช้า
อาทิตย์ ซีอีโอ SCBX ชี้ เศรษฐกิจไทย โตช้า หนี้สินครัวเรือนสูง คนไทยกว่า 60% มีรายจ่ายมากกว่ารายได้ ช่องว่างทางการคลังไม่เหลือพอ เผยขยายเพดานหนี้สาธารณะมากกว่า 70% ทำได้ในยามไม่ปกติ แนะรัฐบาลลดนโยบายเซ็กซี่มาเน้นเรื่องใกล้ตัว
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอสซีบี เอกซ์ (SCBX) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยเผชิญกับความท้าทายอยู่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะปัจจัยที่กดดันจากหนี้สินครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ประชาชนกว่า 60% ยังมีรายจ่ายมากกว่ารายได้ ทำให้การผลักดันเศรษฐกิจไทยไปข้างหน้า หรือทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตในระดับที่สูงขึ้น 5% หรือ 7% ทำได้ค่อนข้างลำบาก
รัฐบาลเชื่อว่าปัญหาที่เห็นมีความจำเป็นต้องกระตุ้นและเยียวยา หากเศรษฐกิจไม่ผลักดันแรง ๆ จะ Take off และหากไม่ Take off ก็จะวิ่งช้า ๆ เป็นโจทย์ยากของ Policy Maker ที่จะทำอย่างไร โดยเอาทรัพยากรที่มีไป จัดสรรอย่างไร เพราะงบประมาณจำกัด และต้องกู้มา
รวมทั้งยังมีความกังวลในเรื่องสังคม ทำให้โครงการจาก 5 แสนล้านบาท เหลือ 1 แสนล้านบาท ทำให้จากแรงผลักดันแรง ๆ ก็เป็นไปได้ช้า เหมือนโยนหินลงไปในทะเลที่โยนลงไปแล้วหาย
อย่างไรก็ดี สิ่งที่รัฐบาลทำถือว่าดี แต่ยังไม่เพียงพอ ซึ่งการพาประเทศให้พ้นแรงถ่วงจะต้องทำทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และยาว โดยหลักการ คือ การกระตุ้นและเยียวยาพร้อมกันขนาดใหญ่ เป็นสิ่งจำเป็น หากเยียวยาแล้วต้องกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายและลงทุนด้วย
ตัวอย่างเช่น Entertainment Complex หรือดิจิทัลวอลเลต และการอนุญาตการถือครอง 99 ปี หากดูจากทรัพยากร (Resource) ที่มีภายใต้การเยียวยา ปรับปรุง ระยะสั้น-ยาว ภายใต้จีดีพี และหนี้ครัวเรือน 90% และหนี้สาธารณะที่อยู่กว่า 60% จากกรอบเพดาน 70% สะท้อนว่าไทยมีพื้นที่เหลือน้อยมาก และอยู่ในจุดอับที่ไม่มีทรัพยากรมาดำเนินการ
“ถ้าไม่หลอกตัวเอง ตอนนี้เพดานหนี้สาธารณะอยู่ที่ 70% แปลว่าเหลือรูมน้อยมาก สิ่งที่อยากเสนอ คือ กรอบวินัยการเงินการคลัง ในเรื่องของหนี้สาธารณะ ควรจะทำให้เป็นเรื่องเป็นราวว่า หากจะต้องทำให้มันขึ้นไปชั่วคราวจะกี่ปี และต้องทำไปมากแค่ไหน และนำรายได้ภาษีตรงไปที่งบประมาณโดยตรง เพื่อนำไปส่งผ่านไปสู่สวัสดิการ สาธารณสุข และลดภาระหนี้ หรือรถไฟฟ้าความเร็วสูง อาจจะเป็นแค่การขนส่ง รวมถึงเน้นดำเนินการให้เกิดประโยชน์”
อย่างไรก็ดี เรื่องของการรักษากรอบวินัยการเงินการคลัง เป็นเรื่องที่ดีถูกต้องในภาวะประเทศปกติ แต่ตอนนี้เห็นว่าประเทศไทยไม่ปกติอย่างแรง เพราะตัวเลขชี้วัดต่าง ๆ สะท้อนว่าตัวเลขไม่ปกติอย่างแรง ซึ่งจะทำอย่างไรให้การเยียวยาและกระตุ้นไปพร้อม ๆ กัน และลิงก์ไปกับสิ่งที่ทำระยะยาว
“เรามีไอเดียพร้อม แต่จะเอาไอเดียมาให้เกิดประโยชน์ได้จริง เช่น เราฟังภูเก็ตแซนด์บอกซ์ และอื่น ๆ เป็นนโยบายเซ็กซี่ โดยอยากให้รัฐบาลทำเรื่องเซ็กซี่น้อยลง เน้นเรื่องใกล้ตัว เช่น ไม่ท่วม ไม่แล้ง ภาคอุตสาหกรรมได้ประโยชน์จากทรัพยากรเพียงพอ และอาจเปลี่ยนจากบรรเทากระตุ้นจากการให้ แต่ส่งตรงไปให้คนยากจน หรือ Subsidy ให้คนที่มีภาระหนี้ให้กับคนที่มีรายได้น้อย มีภาระน้อยลง เป็นสิ่งที่จำเป็นมากในปี68”