โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘ลาว’ผวา‘แอนแทรกซ์’ลามข้ามแดน! ห้ามนำเข้าสัตว์-สั่งพ่นยาฆ่าเชื้อยานพาหนะจาก‘ไทย’

แนวหน้า

เผยแพร่ 04 พ.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

5 พ.ค. 2568 สำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานข่าว Laos steps up vigilance over anthrax outbreak ระบุว่า กระทรวงเกษตรและป่าไม้ของ สปป.ลาว ออกประกาศเรียกร้องให้ทางการและประชาชนเฝ้าระวังและตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากโรคแอนแทรกซ์ หลังจากมีรายงานการระบาดของโรคดังกล่าวในจังหวัดมุกดาหาร ประเทศไทย ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของลาว

โดยขอให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนและผู้ประกอบการ ระงับการนำเข้าและขนส่งปศุสัตว์ เช่น วัว ควาย แกะ แพะ สุกร ม้า และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่เกี่ยวข้องจากไทย ขณะที่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนได้รับคำสั่งให้บังคับใช้มาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด รวมถึงการตรวจสอบอย่างละเอียด ห้ามนำเข้าสัตว์จากไทย และบังคับใช้การพ่นยาฆ่าเชื้อในยานพาหนะทุกคันที่เดินทางมาจากไทย

“ขอให้เจ้าของปศุสัตว์ติดตามสุขภาพสัตว์ของตนอย่างใกล้ชิดและรายงานอาการที่น่าสงสัยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบทันที นอกจากนี้ ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงของโรคแอนแทรกซ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ควรดำเนินการรณรงค์ฉีดวัคซีน โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงสูงโดยไม่ชักช้า” แถลงการณ์จากกระทรวงเกษตรและป่าไม้ของ สปป.ลาว ระบุ

ทั้งนี้ โรคแอนแทรกซ์ เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อ Bacillus anthracis ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่สร้างสปอร์ โดยพบได้ตามธรรมชาติในดินและมักพบในปศุสัตว์และสัตว์ป่า ผู้คนสามารถป่วยเป็นโรคแอนแทรกซ์ได้หากสัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้อหรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ปนเปื้อน

ขอบคุณเรื่องจาก

https://english.news.cn/20250505/4ebea543383a4ddc8f5d5aba3543c5f2/c.html

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

https://www.naewna.com/local/881920 ‘สมศักดิ์’สั่งเฝ้าระวังโรค‘แอนแทรกซ์’เข้มข้น ยับยั้งการแพร่ระบาด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...