โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ภาษีสหรัฐ 36% สะเทือนชะตากรรมแรงงานในทุกขนาดธุรกิจรวมเกือบ 24 ล้านคน อนาคตธุรกิจเอสเอ็มอีแขวนบนเส้นด้ายกว่า 5,000 แห่ง ต่างประเทศทยอยหยุดสั่งสินค้าตั้งแต่กันยายน อย่างน้อย 20% ในอุตสาหกรรมและภาคบริการของไทยไม่พ้นแรงกระแทกหนัก

BTimes

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 14.22 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 05.47 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นายณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวว่า การประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่ 36% นั้น ถือว่าเป็นวิกฤตซ้ำเติมที่อาจทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีรายย่อยสูญเสียความสามารถทางการแข่งขัน โดยเฉพาะกลุ่มรับจ้างผลิต อาจถูกยกเลิกออร์เดอร์ หรือ ถูกลดปริมาณการสั่งซื้อ ผลกระทบนี้จะส่งผลต่อแรงงานในภาค SMEs กว่า 3.7 ล้านคน และผู้ประกอบการอีก เกือบ 5,000 ราย ที่มีข้อจำกัดในการปรับตัว จึงเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งออกมาตรการเยียวยาเร่งด่วน เช่น สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน ช่วยเหลือในการเปิดตลาดใหม่ ส่งเสริมการใช้นวัตกรรม และเจรจากับสหรัฐอเมริกาเพื่อขอปรับลดภาษีให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้

เมื่อสัปดาห์ผ่านไป ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย เปิดเผยว่า อัตราภาษีที่ไทยถูกเก็บร้อยละ 36 ยังถูกทรัมป์ขู่ว่าหากไทยขึ้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตราใดก็จะจัดเก็บภาษีเพิ่มเข้าไปอีกในสัดส่วนที่เท่ากัน ซึ่งขึ้นอยู่กับทีมเจรจาของไทยที่ต้องจบก่อนเส้นตายในวันที่ 1 สิงหาคม นี้ ภาคการส่งออกและโซ่อุปทานของไทยเกี่ยวข้องมีบทบาทสำคัญต่อการจ้างงาน โดยมีการประมาณการเบื้องต้นว่ามีแรงงานที่เกี่ยวข้องประมาณ 18 – 20 ล้านคน หากอัตราภาษีนำเข้าไปตลาดสหรัฐฯ ที่ไทยถูกเรียกเก็บสูงกว่าประเทศคู่แข่งสูงกว่าเวียดนามและอินโดนีเซีย จะมีผลอย่างมากต่อการลดลง ทั้งเชิงปริมาณและมูลค่า

ผลที่ตามมาคือ การลดกำลังการผลิต ซึ่งจะมีผลต่อแรงงานส่วนเกินทั้งทางตรงและทางอ้อมที่อาจต้องสูญเสียตำแหน่งงาน หรืออาชีพ ผลกระทบขึ้นอยู่กับว่าแรงงานเหล่านั้น ทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมหรือภาคบริการที่ต้องพึ่งพิงตลาดสหรัฐฯ เป็นสัดส่วนเท่าใดยิ่ง สัดส่วนมากผลกระทบก็ยิ่งสูง ตัวอย่างภาคส่วนที่อาจได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีทรัมป์ เช่น 1.เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 2.ผลิตภัณฑ์ยาง 3.อัญมณีและเครื่องประดับ 4.เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 5.เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์และส่วนประกอบอื่น ๆ 6.เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 7.รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 8.อุปกรณ์กึ่งตัวนำ-ทรานซิสเตอร์ 9.เหล็กและผลิตภัณฑ์จากเหล็ก 10.ผลิตภัณฑ์พลาสติก 11.อาหารสัตว์ และ 12. อาหารทะเล/ผลไม้กระป๋องและแปรรูป

ภายใต้ภาวะเช่นนี้ ผู้นำเข้าสหรัฐฯ จะมีการปรับพอร์ตแหล่งนำเข้าใหม่ ซึ่งคาดว่าคำสั่งซื้อจะเริ่มลดลงในช่วงเดือนกันยายน อุตสาหกรรมและภาคบริการอย่างน้อย 1 ใน 5 จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง การผลิตที่ลดลงมีผลต่อการใช้แรงงานลดลงแต่จำนวนเท่าใดในขณะนี้ยังประเมินไม่ได้

ภาคแรงงานที่อยู่ในภาคส่งออกและโซ่อุปทานที่ได้รับผลกระทบ เป็นทั้งผู้ผลิต ขณะเดียวกันเป็นผู้บริโภค ครัวเรือนแรงงาน จึงเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดของประเทศ ส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอยที่จะลดลงกระทบเป็นลูกโซ่ไปถึงภาคค้าส่ง-ค้าปลีกและการซื้อสินค้าประเภทถาวร เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ยานพาหนะหรืออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะได้รับผลกระทบตามมาอย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...