“นาข้าวขั้นบันไดเซนมาอิดะ” แห่งอิชิกาว่า กับ 4 เหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงควรมาเที่ยวให้ได้สักครั้ง?
นาข้าวขั้นบันไดเซนมาอิดะที่เมืองวาจิมะ จังหวัดอิชิกาว่า คือหนึ่งในทิวทัศน์ชนบทที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น ด้วยนาข้าวเล็ก ๆ จำนวน 1,004 แปลงเรียงรายลดหลั่นกันสู่ทะเลญี่ปุ่น สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงความงามทางสายตาเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการใช้ชีวิตแบบซาโตยามะที่ผสมผสานธรรมชาติกับวัฒนธรรมดั้งเดิมอย่างกลมกลืน ในบทความนี้พาทุกคนมารู้จักกับนาข้าวขั้นบันไดเซนมาอิดะแห่งอิชิกาว่า เพราะอะไรนาข้าวขั้นบันไดแห่งนี้จึงควรค่าแก่การมาเยี่ยมชม มาดูกันเลย!
เหตุผลที่ 1: มรดกทางการเกษตรที่สะท้อนภูมิปัญญาญี่ปุ่น
ในปี พ.ศ. 2554 พื้นที่โนโตะได้รับการยอมรับให้เป็นแหล่งมรดกทางการเกษตรที่สำคัญระดับโลก (GIAHS – Globally Important Agricultural Heritage Systems) โดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) นาข้าวชิโรโยเนะ เซ็นไมดะ ถือเป็นหัวใจและสัญลักษณ์ของมรดกนี้ ด้วยลักษณะการทำเกษตรแบบดั้งเดิมที่ยังคงใช้แรงงานคนในการไถนา หว่านเมล็ด ตัดหญ้า และเก็บเกี่ยวอย่างพิถีพิถัน ไม่มีเครื่องจักรใดสามารถเข้าถึงพื้นที่เล็กจิ๋วเหล่านี้ได้ จึงเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์เกษตรมีชีวิตที่ดำรงอยู่ท่ามกลางกาลเวลา
ในปี พ.ศ. 2557 ได้มีการฟื้นฟูวิธีการปลูกข้าวแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า“อินาชิโรตะ” ซึ่งเป็นการหว่านเมล็ดข้าวโดยตรงลงบนแปลงนา เป็นการสืบสานภูมิปัญญาเพื่อให้คนรุ่นหลังได้สัมผัสถึงจิตวิญญาณของการทำนาแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ
เหตุผลที่ 2: ทิวทัศน์เรขาคณิตแห่งฤดูกาล
หนึ่งในไฮไลต์ของนาข้าวขั้นบันไดเซนมาอิดะ คือภาพท้องนาเล็ก ๆ ที่เรียงตัวเป็นลวดลายเรขาคณิตลดหลั่นลงสู่ทะเล ดูราวกับศิลปะที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล:
- ฤดูใบไม้ผลิ: น้ำในนาใสสะท้อนท้องฟ้าอย่างงดงามราวกับกระจก
- ฤดูร้อน: ต้นข้าวเขียวขจีตัดกับน้ำทะเลสีฟ้า
- ฤดูใบไม้ร่วง: รวงข้าวสีทองพลิ้วไหวไปกับสายลม
- ฤดูหนาว: ผืนนาแต่งแต้มด้วยหิมะขาวโพลน
นอกจากนี้ ในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ยังมีการจัดแสดงไฟ LED พลังงานแสงอาทิตย์ที่เรียกว่า “Azeno Kirameki” ซึ่งแต่งแต้มทุ่งนาให้เปล่งประกายราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนอยู่บนผืนดิน
เหตุผลที่ 3: มี “นาของตัวเอง” ได้ด้วยระบบเจ้าของร่วม
หนึ่งในแนวคิดที่น่าสนใจที่สุดของนาข้าวขั้นบันไดเซนมาอิดะ คือระบบ “เจ้าของนา” ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้คนจากทั่วญี่ปุ่นสามารถเข้ามาเช่านาข้าวได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเกษตรกรจริง ระบบนี้ดำเนินการโดยกลุ่ม Shirokome Senmaida Aikou-kai ซึ่งดูแลการเพาะปลูกทั้งหมด แต่เจ้าของนาสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การไถ การหว่าน การเก็บเกี่ยว หรือแม้แต่การติดป้ายชื่อในนาของตัวเอง!
ระบบนี้ไม่เพียงช่วยรักษาวิถีชีวิตและภูมิทัศน์เท่านั้น แต่ยังช่วยเชื่อมโยงคนเมืองให้กลับมาสัมผัสกับรากเหง้าทางการเกษตร และให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของข้าว ซึ่งเป็นอาหารหลักของญี่ปุ่น
เหตุผลที่ 4: เติมเต็มประสบการณ์ด้วยรสชาติแห่งคาบสมุทรโนโตะ
อาหารที่ได้จากเขตซาโตยามะและซาโตมิ ไม่ใช่เพียงของฝากหรือของท้องถิ่นทั่วไป แต่คือรสชาติที่สืบทอดจากธรรมชาติและวัฒนธรรมของผู้คนในพื้นที่
ที่ Roadside Station Senmaida Pocket Park ซึ่งตั้งอยู่ติดกับทุ่งนา มีร้านอาหารหลากหลาย รวมถึงเมนูยอดนิยมอย่าง ข้าวปั้นจากข้าวขั้นบันไดปลูกด้วยปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งมีเนื้อแน่น หอมกรุ่น รสสัมผัสหนึบหนับ นอกจากนี้ยังมี บะหมี่รสน้ำซุปปลาบิน, ปลาปักเป้าโนโตะทอด, และ อาหาร “คาคาชิ” ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นที่หาทานได้ยาก
ถ้าคุณชื่นชอบของหวาน ต้องไม่พลาด ร้านกาแฟเซ็นไมดะ ที่สามารถมองเห็นทุ่งนาได้จากร้าน บาริสต้าที่นี่เป็นอดีตเชฟขนมอบจากโตเกียว ซึ่งนำเกลือจากโนโตะมาผสมในขนมต่าง ๆ เช่น ฟินองเซียร์ และ ครีมพัฟ นอกจากนี้ยังมี กาแฟคั่วดั้งเดิม ที่ได้แรงบันดาลใจจากพระอาทิตย์ตกดินเหนือนาขั้นบันได
ในพื้นที่ยังมี ร้าน Kojima Shoten ที่ดำเนินกิจการโดยอดีตครอบครัวชาวประมง ซึ่งนำเสนออาหารทะเลดองสูตรพื้นบ้าน เช่น น้ำปลาอิชิริ, สาหร่ายจากเกาะเฮกุระ, และ ขนมหวานท้องถิ่นอย่างไทยากิ และ ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ จากวัตถุดิบของพื้นที่
Shiroyone Senmaida Rice Terraces
ที่ตั้ง 99-5 Shiroyonemachi, Wajima, Ishikawa 928-0256, Japan การเดินทาง จากโตเกียว :
1. นั่งโฮคุริกุชินคันเซ็นจากสถานีโตเกียวใช้ประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที มาลงที่สถานีคานาซาวะ
2. นั่งรถบัสด่วนโอคุ-โนโตะไปประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที มาลงสถานีริมทางวาจิมะ (ฟุรัตโตะ โฮมุ)
3. ต่อรถแท็กซี่ประมาณ 15 นาที
เว็บไซต์ wajima-senmaida.jp
สรุปเนื้อหาจาก : wajima-senmaida.jp , eat-buy