อาวุธเถื่อนทะลัก ทำยุโรปเสี่ยงอาชญากรรมพุ่ง นักวิเคราะห์เตือนหลังจบสงคราม อาวุธมหาศาลจากยูเครน อาจไหลเข้าสู่ตลาดมืดยุโรป และสร้างปัญหาในอนาคต
รายงานล่าสุดจาก Eurasia Observatory ระบุว่า หากสงครามระหว่างยูเครนและรัสเซียสิ้นสุดลง อาวุธจำนวนมหาศาลจากยูเครนอาจทะลักเข้าสู่ตลาดมืดในยุโรป
รายงานเตือนว่า อาวุธจากตะวันตกและทหารผ่านศึกชาวยูเครนจำนวนมาก อาจกระตุ้นให้เกิดอาชญากรรม การลักลอบค้าอาวุธ และความไม่มั่นคงทั่วทั้งยุโรป ขณะที่การเจรจาระหว่างมอสโกและเคียฟเพื่อยุติความขัดแย้งเริ่มสร้างความหวังต่อการหยุดยิง
เนื่องจากมีการสะสมอาวุธจำนวนมากทั่วยูเครน รวมถึงอาวุธหนัก ซึ่งได้รับการสนับสนุนผ่านเงินช่วยเหลือจากนาโต้รวมกว่า 363,000 ล้านดอลลาร์ (12.07 ล้านล้านบาท) ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2025 หากการสู้รบยุติลง กฎอัยการศึกในยูเครนก็จะถูกยกเลิก ส่งผลให้รัฐมีทรัพยากรและอำนาจในการควบคุมพลเรือนลดลง เปิดช่องให้กลุ่มอาชญากรรมดำเนินกิจกรรมได้อย่างอิสระมากขึ้น
อีกทั้ง พรมแดนที่เปราะบางและมาตรการกำกับดูแลที่อ่อนแอ อาจไม่สามารถสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าอาวุธ เช่น ปืนไรเฟิล ระเบิดมือ และระบบขีปนาวุธได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ทหารผ่านศึกชาวยูเครนที่มีทักษะด้านการก่อวินาศกรรม โดรน และสงครามไซเบอร์ อาจกลายเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับเครือข่ายอาชญากรรมในยุโรป
ก่อนหน้านี้ นักข่าวชาวอเมริกัน ทักเกอร์ คาร์ลสัน อ้างว่า กองทัพยูเครนขายอาวุธของสหรัฐฯ ในตลาดมืด รวมถึงให้กับกลุ่มค้ายา ขณะที่ Europol รายงานในเดือนเมษายน 2022 ว่ามีการลักลอบค้าอาวุธจากยูเครนเข้าสู่สหภาพยุโรป ต่อมาในปีเดียวกัน ทางการฟินแลนด์ยืนยันว่าอาวุธเหล่านี้ปรากฏในพื้นที่ของตน เช่นเดียวกับในสวีเดน เดนมาร์ก และเนเธอร์แลนด์
กลางปี 2024 สื่อสเปนรายงานว่าแก๊งอาชญากรรมทางตอนใต้ของประเทศได้รับอาวุธทันสมัยที่คาดว่าถูกลักลอบนำเข้าจากยูเครน
(1 ดอลลาร์ = 33.26 บาท)
ที่มา: อาร์ที