โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เงินบาทอ่อนค่า จับตาสัปดาห์หน้า 4 ปัจจัยสำคัญ-ราคาทองตลาดโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 พ.ค. 2568 เวลา 12.29 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2568 เวลา 00.58 น.

เงินบาทอ่อนค่า กสิกรไทยคาดสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80-33.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตาสัปดาห์หน้า 4 ปัจจัยสำคัญ ทั้งตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2568 ของไทย สถานการณ์การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าสำคัญ ทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก และสัญญาณเงินทุนต่างชาติ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทอ่อนค่าตามราคาทองคำในตลาดโลก ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาบางส่วนตามแรงขายเงินดอลลาร์ฯ หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีสัญญาณอ่อนแอ

เงินบาทอ่อนค่าตามการปรับตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลกและสัญญาณขายสุทธิของต่างชาติในตลาดพันธบัตรไทย ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้นรับข่าวสหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงปรับลดอัตราภาษีศุลกากรฝ่ายละ 115% เป็นเวลา 90 วัน ประกอบกับมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากการคาดการณ์ว่า เฟดจะยังไม่รีบปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และจากคำกล่าวของรมว. คลัง สหรัฐฯ ที่ระบุว่า สหรัฐฯ ไม่ได้ต้องการทำให้การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ฯ เป็นประเด็นในการหารือเพื่อเจรจาการค้า

เงินบาทแข็งค่ากลับมาบางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีสัญญาณอ่อนแอกดดันเงินดอลลาร์ฯ ให้อ่อนค่าลงตามการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อย่างไรก็ดี กรอบการฟื้นตัวของเงินบาทเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากยังมีแรงขายทำกำไรทองคำในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

ในวันศุกร์ที่ 16 พ.ค. 2568 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.02 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (9 พ.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 13-16 พ.ค. 2568 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 4,361 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 19,880 ล้านบาท (แบ่งเป็น ขายสุทธิพันธบัตร 18,818 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 1,062 ล้านบาท)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป หรือระหว่างวันที่ 19-23 พ.ค. 2568 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.80-33.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2568 ของไทย สถานการณ์การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าสำคัญ ทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก และสัญญาณเงินทุนต่างชาติ

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ยอดขายบ้านใหม่เดือนเม.ย. ดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนพ.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามการกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR ของธนาคารกลางจีน ผลการประชุมธนาคารกลางออสเตรเลียและธนาคารกลางอินโดนีเซีย รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจเดือนเม.ย. ของจีน ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเม.ย. และดัชนี PMI เดือนพ.ค. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน อังกฤษ และญี่ปุ่นเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยหลุดแนว 1,200 จุด แม้ช่วงต้นสัปดาห์จะมีแรงหนุนจากความคืบหน้าการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน

ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ ขานรับข่าวสหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงการค้าเบื้องต้นเมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยมีการตกลงปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกันในอัตราที่สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดคลายความกังวลบางส่วนต่อประเด็นสงครามการค้าและกระตุ้นแรงซื้อหุ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงาน

อย่างไรก็ดี หลังจากตอบรับประเด็นบวกดังกล่าวไปพอสมควร ดัชนีหุ้นไทยพลิกร่วงในเวลาต่อมา โดยเผชิญแรงขายทำกำไร โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มแบงก์ หุ้นกลุ่มพลังงานที่มีปัจจัยลบเรื่องราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลง และหุ้นบริษัทผู้ประกอบธุรกิจท่าอากาศยานซึ่งผลประกอบการไตรมาสล่าสุดออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ ประกอบกับน่าจะมีแรงขาย LTF ที่ครบกำหนดที่ไม่ได้ย้ายไปลงทุนในกองทุน Thai ESGX เข้ามากดดันเพิ่มเติม ดัชนีหุ้นไทยกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบแคบช่วงท้ายสัปดาห์ แม้มีปัจจัยบวกจากรายงานข่าวที่ว่ารมว.พาณิชย์ไทยได้พบปะหารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ แต่นักลงทุนมีความระมัดระวังระหว่างรอติดตามตัวเลขจีดีพีไทยที่จะประกาศในวันที่ 19 พ.ค. นี้

ในวันศุกร์ที่ 16 พ.ค. 2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,195.77 จุด ลดลง 1.25% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 44,122.66 ล้านบาท ลดลง 2.63% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 2.43% มาปิดที่ระดับ 248.08 จุด

ส่วนสัปดาห์ถัดไป (19-23 พ.ค. 68) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,185 และ 1,165 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,220 และ 1,230 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2568 ของไทย ความคืบหน้าเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนพ.ค. (เบื้องต้น) ยอดขายบ้านมือสองเดือนเม.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนเม.ย.ของยูโรโซน อังกฤษและญี่ปุ่น ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนพ.ค. (เบื้องต้น) ของญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ ตลอดจนการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR เดือนพ.ค. และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนเม.ย. ของจีน อาทิ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินบาทอ่อนค่า จับตาสัปดาห์หน้า 4 ปัจจัยสำคัญ-ราคาทองตลาดโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...