โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

ดราม่าพี่เลี้ยงออนไลน์ บีม-ออย รักลูกไม่เท่ากัน ลูกคนที่ 5 ยังไง? เหลือไข่ใบสุดท้าย

The Bangkok Insight

อัพเดต 04 ธ.ค. 2566 เวลา 07.45 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2566 เวลา 07.29 น. • The Bangkok Insight

ดราม่าพี่เลี้ยงออนไลน์ บีม-ออย โดนติงรักลูกไม่เท่ากัน เปิดใจแพลนลูกคนที่ 5 ยังไง? เหลือไข่ใบสุดท้าย

คุณพ่อคุณแม่ลูก 4 บีม กวี ตันจรารักษ์ และ ออย อฏิพรณ์ จิตต์ธรรมวงศ์ ควงคู่กันมาเปิดใจเล่าถึงครอบครัวที่ชีวิตพลิกเมื่อมีลูกมาเติมเต็ม ทำเอาแฟน ๆ ที่ติดตามต่างหลงใหลในความน่ารักของเด็กชายเด็กหญิงทั้ง 4 คน พี่ธีร์-น้องพีร์ และ อัยวา-อัญญา ที่โด่งดังในโซเชียลอย่างมาก จนเกิดมีดราม่าเป็นพี่เลี้ยงออนไลน์ พร้อมเผยถึงแพลนการมีลูกคนที่ 5 ว่าจะมีอีกหรือไม่ ? ในรายการ WOODY FM

บีม-ออย

รู้ว่ามาตั้งแต่มีลูกชีวิตของพวกคุณพลิกไปเลย ตั้งแต่มี 2 หนุ่ม ?

ออย : ใช่ค่ะ

บีม : พูดถึงมาตราฐานชีวิตแล้วกันครับ แต่ก่อนพวกเราก็มีกัน 2 คน ใช้ชีวิตไม่ได้หวือหวาอะไร พูดตรง ๆ คนภายนอกก็อาจจะไม่ได้มองครอบครัวเราว่าเป็นครอบครัวที่พิเศษ แต่พอหลังจากมีเขาขึ้นมา เราก็รู้สึกได้ว่าคนก็มองครอบครัวเราเป็นเหมือนตัวอย่างขึ้นมานิดหนึ่ง ทำให้พื้นฐานใช้ชีวิตของเราก็คือดีขึ้นแหละ ครอบครัวดีขึ้น มั่นคงมากขึ้น คือเราก็เชื่อเรื่องที่เขาเกิดมาแล้วเขาก็มีอะไรตามมาด้วยอะไรอย่างงี้

ออย : ตอนที่ออยจะคลอด น้องสาวออยเขาก็แนะนำว่าให้ออยพูดกับลูกบ่อย ๆ นะว่าให้เอาซาลาเปามาเยอะ ๆ คือคนจีนเขาจะถือว่าซาลาเปาเหมือนเงินเหมือนทอง แล้วก่อนวันที่ออยจะคลอดบีมเขาก็มาลูบท้องพูดว่าเอาซาลาเปามาเยอะ ๆ นะ (หัวเราะ)

ออย : แต่เราก็ไม่ได้คิดอะไร คืออะไรทำแล้วดีเราก็ทำ

แต่เขาก็เอามาให้หลายเข่งนะ ?

ออย : เขาก็เอามาให้ แล้วมันก็มีอยู่ทริปหนึ่งตลกมากเลย อยู่ดี ๆ น้องพีร์เขาก็พูดขึ้นมาว่าเดี๋ยวน้องพีร์จะให้เงินพ่อพ่อเยอะ ๆ เลย แล้วพ่อเขาก็ถามว่าให้แค่ไหน เขาก็ตอบว่าให้แบบใหญ่เบ้อเร่อเบ้อร่าเลย แล้วทุกวันนี้ก็ยังมีแฟนคลับแซวว่าน้องพีร์ก็เอาเงินมาให้พ่อพ่อใหญ่เบ้อเร่อเบ้อร่า

ความน่ารักของลูกมันมาจากความธรรมชาติ แต่แน่นอนว่าการมีกล้องการถ่ายทำ การเป็นคนในโซเชียลเราก็ต้องระวังเหมือนกัน คุณระวังกันยังไงหรือคุยกับลูกยังไงให้เขาเข้าใจ ?

ออย : ตอนแรกออยก็ยอมรับว่าเราไม่ได้คิดถึงตรงนี้ขนาดนั้น เพราะออยก็โตมากับการที่แบบว่า เราก็เป็นคนโบราณนิดหนึ่งค่ะ การถ่ายรูปหรืออะไรสมัยก่อนแก้ผ้าถ่ายรูปอะไรแบบนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องระวังอะไรซึ่งตอนนั้นมันเป็นฟิล์มแต่พอเป็นกล้องดิจิตอลแล้วมันเป็นการโพสต์รูป เราก็ต้องคุยกันว่าไม่ให้ลูกโป๊นะอย่างแรก ก็จะดูให้ออกมาน่ารัก เพราะเราก็จะเก็บไว้ให้เขาดู แล้วเราก็จะได้ดูเองด้วย อยากให้มีความทรงจำดี ๆ ให้เขาเก็บไว้ดู แต่พอนานเข้าเริ่มมีคนสนใจเยอะ อย่างตอนที่เขาจะเข้าโรงเรียนเราก็คุยกันว่าเราจะไม่เปิดเผยชื่อโรงเรียนนะ เพราะมีคนถามเยอะว่าน้องจะเรียนอะไร เราก็กลัวว่าเดี๋ยวจะมีคนตามไปที่โรงเรียน ก็จะคุยกันเป็นสเต็ป ๆ ไป

บีม-ออย

คุยกับลูกยังไง เพราะต้องมีคนมาขอถ่ายรูปมาทักมาคุย หรือเพื่อนร่วมห้องก็อาจจะมีพ่อแม่ที่ดูคลิป เพราะเราก็ไม่ได้อยู่กับเขาตลอดเวลา ?

บีม : อย่างที่ 1 ก็คือพอเวลาเราเจอคนที่เขามาขอถ่ายรูป เราก็จะอธิบายว่าเขารู้จักหนูลูก เขามาด้วยความรู้สึกดี อย่างแรกเราต้องให้ความรู้สึกแบบนี้ก่อน ซึ่งจริง ๆ มันก็คือความรู้สึกแบบนั้นแหละ อย่างที่ 2 ก็ต้องอยู่ที่ความพึงพอใจของลูกเราด้วย เราจะบอกทุกคนที่เข้ามาว่าต้องให้ตัวเขายินยอมก่อน นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด

ออย : แต่ทุกคนก็น่ารักนะคะ เขาจะถามตลอดว่าถ่ายรูปได้ไหม ออยก็จะหันไปถามลูกก่อนว่าให้ถ่ายไหมลูก ถ้าเขายอมให้ถ่ายเขาจะชู 2 นิ้วอะไรแบบนี้เลยนะคะ แต่ถ้าเขาไม่ยอมให้ถ่ายเขาจะพูดว่าไม่ ออยก็จะบอกขอโทษด้วยนะคะ คือเราก็เข้าใจคนที่เขามาขอถ่ายรูปนะคะ ว่าเขาอาจจะรู้สึกผิดหวัง รู้สึกเสียใจนิดหนึ่ง แต่ว่าบางทีออยก็ต้องชั่งน้ำหนัก ระหว่างการรักษาน้ำใจลูกเรา กับการรักษาน้ำใจคนอื่น

เป็นยังไงบ้างการที่มีพี่เลี้ยงออนไลน์ เพราะก็เห็นคนคอมเมนต์เยอะพอสมควร อันนี้ควรทำไม่ควรทำ ?

ออย : เราเห็นตัวอย่างจากบ้านอื่น บ้านดารานะคะ ออยก็เห็นแล้วว่ามันมีแบบนี้ ตอนแรกก็คิดว่าเราคงไม่ได้เป็นที่สนใจขนาดนั้น แต่พอเอาเข้าจริงก็มีเยอะเหมือนกัน แรก ๆ ที่เขาคอมเมนต์กลับมาส่วนใหญ่ก็จะเป็นข้อความว่าเราอุ้มลูกไม่เท่ากัน อุ้มคนนี้เยอะกว่า คนนั้นน้อยกว่า เหมือนรักลูกไม่เท่ากัน พอฟังครั้งแรกเราก็รู้สึกเครียดนะคะ แล้วก็กลับไปย้อนดูว่าเราทำอะไรเขาถึงคิดอย่างนั้น ทำไมเขาถึงรู้สึกอย่างนั้น เพราะว่าเราก็ไม่อยากเป็นแบบนั้น ก็กังวลใจ พอกลับไปย้อนดูแล้วก็คุยกับบีมว่าตรงนี้มันเป็นยังไง คือทบทวนกันแล้วก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่อย่างที่เขาเข้าใจ โอเคเขาอาจจะเห็นภาพวีดีโอตรงนั้น ด้วยลูกที่นิสัยไม่เหมือนกัน แล้วสถานการณ์ตรงนั้นเราก็ควบคุมได้เท่าที่เราสามารถทำได้ พอหลังจากนั้นมีข้อความลักษณะแบบนี้มาอีก เราก็ไม่เครียดละ เราก็พยายามอธิบายเขา

เคยมีแฟนมีตติ้งหรือยัง ?

ออย : ยังไม่กล้าจัดค่ะ (หัวเราะ) มีแต่คนอยากให้จัด

เพราะอะไร ?

ออย : ก่อนหน้านี้มันเป็นโควิดด้วยค่ะ อย่างที่ 2 ออยรู้สึกว่าไม่อยากให้ลูกอยู่ท่ามกลางคนที่รักเขามาก ๆ แต่เขาไม่รู้จักใครเลย มันคงน่าตกใจเหมือนกันกับเด็กอายุน้อย ๆ อะไรแบบนี้

บีม : แต่จริง ๆ แล้วเขาก็ได้ไปเจอคนที่รักเขามาก ๆ เหมือนกันครับในงานอีเว้นท์

ออย : แต่อันนั้นมันแป๊บเดียว แล้วก็มันมีเป็นสัดส่วนกั้นบริเวณหรืออะไรก็แล้วแต่ เขาจะค่อนข้างมีพื้นที่ แต่ถ้าเกิดว่าจัดแฟนมีตขึ้นมา ออยเข้าใจทุกคนมาก ๆ เลยว่า ทุกคนอยากจะถ่ายรูปคู่กับน้อง คิดว่าลูกคงโดนรุมระดับหนึ่ง แล้วเขาก็อาจจะกลัว ถ้าจะมีเกิดขึ้นจริงอาจจะให้เขาโตกว่านี้เยอะ ๆ ก่อนค่ะ แต่ในอนาคตก็อาจจะไม่อยากมีแล้วก็ไม่รู้

บีม-ออย

เป็นปรากฎการณ์มากสำหรับพี่ ทีมงานทุกคนพูดถึงแล้วลูกคุณก็น่ารักด้วย มันลงตัวและความเป็นบีมที่คนรู้จัก เป็นอะไรที่เขาเสพแล้วมีความสุข เหมือนมอบความสุขให้กับเขา ?

ออย : เราดีใจที่ครอบครัวของเราเป็นส่วนหนึ่งของรอยยิ้มให้เขาในแต่ละวัน เพราะว่าคอมเมนต์ที่ไปอ่าน ส่วนใหญ่จะบอกว่าขอบคุณที่ทำให้วันแย่ ๆ ของเขาทำให้เขายิ้ม หรือบางคนส่งข้อความมาหาออยว่าเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งไม่ใช่คนเดียวนะคะเยอะมากว่าลูกเราทำให้ฮีลใจเขา ออยรู้สึกว่าตรงนี้มันเป็นกุศลให้ลูกเรา ทำให้คนอื่นที่แม้เราจะไม่รู้จักเขาแต่ก็ทำให้ชีวิตเขามีความสุข

บีม : คือบางคนอาจจะไม่ถึงขนาดเป็นโรคซึมเศร้า แต่ว่าอย่างแดนเองเขาก็เคยบอก เขาไปเจอผู้ใหญ่ในวงการ ว่าได้ดูลูกพี่บีมแล้วรู้สึกว่าชีวิตเขารู้สึกดี ดูทุกเช้า คือตัวเขาเองคงไม่มีโอกาสได้มีลูกได้ดูความน่ารักของเด็ก ๆ มันฮีลใจ มันทำให้เช้าของเขาสดใส ซึ่งก็เป็นด้านที่ดีเหมือนกัน

แล้วตอนนี้กระแสของ 2 สาวเป็นยังไงบ้าง ?

ออย : ดีค่ะ มันเป็นเรื่องที่เซอร์ไพร์สบ้านเราเหมือนกัน ตอนที่มีลูกชายโอเคเรารู้แล้วว่าคนรักเขาเยอะ ลูกสาวก็คิดว่าใครจะมีคนรักทั้ง 4 คนทั้งบ้านขนาดนั้น แต่ก็กลายเป็นมีแต่คนถามหา อัยวา อัญญา เพราะว่านางจ้ำม่ำแก้มใหญ่ ผู้ใหญ่เขาคงจะอยากฟัด เอ็นดูเขา แล้วบุคลิกเขาคือเด็กตลก เขาฉลาดมาก เขาฟังคำสั่งได้ เขาจำชื่อคนในบ้านได้หมดทุกคนเลย

คุณมีไข่กี่ฟอง ?

ออย : ตอนนี้เหลืออีกหนึ่งค่ะ เป็นผู้หญิง

กำลังตัดสินใจอยู่ ?

ออย : คือถ้าคุยกันตอนนี้คิดว่าคงไม่ แต่ว่าก็ไม่รู้ แต่ก็ยังเก็บไว้อยู่ค่ะ เพราะว่าแก่แล้วค่ะพี่วู้ดดี้ สมมุติว่าถ้าจะมีลูกอีกที ออยก็คงต้องรอให้คู่ที่สองเขาโตระดับหนึ่งก่อน เพราะว่าไม่อย่างนั้นเราจะแบ่งร่างในการดูแลเขาไม่ได้ ซึ่งถึงตอนนั้นออยก็คงจะ 50 แล้วก็คงไม่ไหว ก็ไม่รู้ด้วยว่าท้องอีกคนหนึ่งจะไหวไหม ไม่รู้ว่าข้างในเราพร้อมที่จะตั้งครรภ์อีกรอบไหวไหม ถ้าสมมติว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ๆ ก็อาจจะต้องให้คุณหมอพิจารณา

บีม : ผมรู้สึกว่าการมีลูกคนหนึ่งภรรยาผมใช้ร่างกายเปลือง เหมือนต้องใช้พลังงาน เหมือนดึงอะไรบางอย่างมาจากตัวเขา ก็คิดว่าดึงออกมาตั้ง 4 คนแล้วนะ (หัวเราะ) อีกคนก็คิดว่าไม่ดีกว่า

บีม-ออย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...