โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปิดดีล "แหล่งก๊าซบาร์เนตต์" บ้านปูกู้ 400 ล้านเหรียญ ผงาดรอง ปตท.

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 พ.ค. 2563 เวลา 01.47 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2563 เวลา 05.30 น.

บ้านปูจ่ายปิดดีล “บาร์เนตต์” ธ.ค.นี้อีก 400 ล้านเหรียญ ดันกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติเพิ่ม 700 ล้าน ลบ.ฟุตในปี 2564 ส่วนครึ่งหลังยังเดินหน้า 2 โปรเจ็กต์ โรงไฟฟ้าเวียดนาม-จีนมั่นใจอานิสงส์ปัจจัยคลายล็อกดาวน์-บาทอ่อนหนุนรายได้เพิ่ม ปรับแผนรับโควิดรัดเข็มขัด-ตุนเงินสดหดงบฯลงทุน 20% จ่อลงทุนโครงการใหญ่หลังโควิด24 เดือน

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทย่อยของบ้านปู Banpu North America Corporation (BNAC) ได้ลงนามในสัญญาเข้าซื้อสัดส่วนผลประโยชน์ในบริเวณแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ (Barnett) ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ล่าสุดทางคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) มีมติเห็นชอบให้กู้เงิน 400 ล้านเหรียญสหรัฐ แล้ว โดยเตรียมความพร้อมจะเซ็นสัญญากับธนาคารซึ่งมีทั้งในไทย ญี่ปุ่น และยุโรป เพื่อชำระในเดือนธันวาคมนี้

โดยหลังจากปิดดีลนี้จะทำให้มีกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติเพิ่มอีก 500 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน รวมกับกำลังการผลิตก๊าซที่แหล่งมาร์เซลลัส (Marcellus) สหรัฐ เดิมที่มีอีก 200 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน จะทำให้บ้านปูมีกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติรวม 700 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวันในปี 2564 หรือเป็นขนาด 1 ใน 3 ของ ปตท.สผ.

“เดิมดีลมีมูลค่า 770 ล้านเหรียญสหรัฐ จากที่ได้เจรจาในช่วงที่ราคาก๊าซอยู่ที่ 2.5 เหรียญสหรัฐ แต่ภายหลังเมื่อเกิดวิกฤตราคาก๊าซลดลงเหลือ 2 เหรียญสหรัฐ จึงได้เจรจาปรับลดลงมาเหลือ 570 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่หากราคาขยับขึ้นไปกว่านี้เกิน 2.75 เหรียญสหรัฐตามสัญญาเป็นการแบ่งปันผลประโยชน์ซึ่งจะทำให้กำไรในส่วนของเรา 60-70% ส่วนของเขา 30% ซึ่งขณะนี้แนวโน้มราคาก๊าซล่วงหน้าส่งมอบปี 2564 ในสหรัฐปรับขึ้นไป 3 เหรียญสหรัฐตามทิศทางราคาพลังงาน จากที่หลายประเทศประกาศคลายล็อกดาวน์หลังจากโควิด-19ระบาด และมีแนวโน้มความต้องการมากขึ้นช่วงฤดูหนาวอีก 3-4 เดือนข้างหน้า”

ส่วนแนวโน้มธุรกิจไตรมาส 2 มองว่าจากที่หลายประเทศคลายล็อกดาวน์จะส่งผลดีต่อความต้องการใช้พลังงาน ประกอบกับอัตราแลกเปลี่ยนที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงหลังจากรัฐบาลไทยประกาศลดดอกเบี้ยอ่อนค่าไปที่ 31.90 บาท/เหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มจะอ่อนค่าถึง 32.50 บาท/เหรียญสหรัฐ รวมถึงปัญหาสงครามการค้าส่งผลดีต่ออัตราแลกเปลี่ยน แต่อย่างไรก็ตาม หากรัฐสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิดเร็วก็มีโอกาสที่บาทจะกลับมาแข็งค่าได้ ส่วนสภาพคล่องทำให้บริษัทน้ำมันหลายรายปิด ส่งผลดีต่อธุรกิจก๊าซธรรมชาติ

ขณะที่ธุรกิจถ่านหินคาดว่าปีนี้คงกำลังมีการผลิต 43 ล้านตัน ส่วนแนวโน้มราคาปีนี้คาดว่าราคานิวคาสเซิลลดลงเหลือ 64 จากปัจจุบันที่ 66-67 เหรียญสหรัฐ/ตัน ส่วนญี่ปุ่น 68.8 เหรียญสหรัฐ/ตัน เป็นผลจากโควิดทำให้ความต้องการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าลดลง

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจครึ่งปีหลังบ้านปูลดงบประมาณการลงทุนลง 20% จากกรอบเงินลงทุนที่วางไว้ในปี 2020-2025 ประมาณ 800 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะเน้นพิจารณาลงทุนในโครงการใดให้ผลตอบแทนดี ส่วนโครงการที่ไม่เร่งด่วนจะตัดออก เบื้องต้นครึ่งปีหลังจะเหลือการลงทุนใน 3 โครงการหลัก คือ บาร์เนตต์ และโครงการต่อเนื่องคือ โรงไฟฟ้าพลังงานลมซอคจางที่เวียดนาม เฟสแรก 30 MW และโรงไฟฟ้า SLG ที่จีน ส่วนโครงการซื้อโรงไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์กับพลังงานลมอื่นจะทบทวนใหม่

อีกทั้งบริษัทจะมุ่งลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการผลิต ลดค่าใช้จ่ายในการบริหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ 15-20% ดำเนินการต่อเนื่องนับแต่เดือน ก.พ. สามารถรักษากระแสเงินสดในมือได้ถึง 300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 10,000 ล้านบาท และยังได้รับการสนับสนุนจากธนาคารต่าง ๆมั่นใจได้ว่าสามารถจ่ายคืนดอกเบี้ย-คืนหนี้ได้แน่นอน

“ภาวะโควิด-19 ไม่ได้กระทบบ้านปูทั้งในด้านการผลิตและการจำหน่าย แต่ต้องระวังต้นทุนทางการเงิน การจัดหางานในโครงการใหญ่ ต้องดูแลให้มีความแข็งแกร่งทางการเงินเพราะทุกวิกฤตมีโอกาสเกิดขึ้น เราจะอาศัยความแข็งแกร่งทางการเงินในการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้เกิดขึ้น โดยมองว่าหลังโควิด-19 จะเกิด deep recession ประมาณ 18-24 เดือน”

นางสมฤดีกล่าวว่า บ้านปูจะมองหาโอกาสการลงทุนให้ดีตามแผนกลยุทธ์ greener & smarter โดยในช่วง 18-24 เดือนนี้เราจะมุ่งขยายงานบ้านปู เน็กซ์ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและเอ็นเนอร์ยีเทคโนโลยี ส่วนการลงทุนขนาดใหญ่จะเป็นระยะกลางหลังจากผ่าน 18-24 เดือนไปแล้ว เช่น โรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐอาจเกิดขึ้นในอีก 24 เดือนหลังโควิดผ่านไป ในพื้นที่ใกล้กับแหล่งมาร์เซลลัส เพื่อขายก๊าซเข้าไปยังโรงไฟฟ้าดังกล่าวได้สร้างการเติบโตในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมของบ้านปู พาวเวอร์

สำหรับโอกาสการลงทุนธุรกิจแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกนั้น จากรายงานโรงงานแบตเตอรี่บ้านปูที่จีนได้กลับมาผลิตหลังจากที่หยุดไปช่วงโควิดระบาดเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ได้แจ้งว่า ยอดขายในสหภาพยุโรปไตรมาส 1 เพิ่มขึ้นสูงแต่ต้องรอดูในไตรมาสนี้ว่าจะได้รับผลกระทบจากโควิดหรือไม่

ส่วนในไทยแม้ว่านโยบายส่งเสริมการลงทุนรถยนต์ EV น่าจะชะลอตัวลงในขณะนี้ แต่เราก็มีแผนพัฒนาธุรกิจนี้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดบ้านปู เน็กซ์ได้นำรถยนต์ไฟฟ้า FOMM มาเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม ฮ้อปคาร์ นำร่องให้บริการฟรีสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ 50 คัน

จากนี้อีก 2-3 เดือนจะพัฒนาเป็นรูปแบบการเช่าเชิงพาณิชย์ เป็นโซลูชั่นสอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ (new normal) ทั้งจะเพิ่มจำนวนรถไฟฟ้า MuvMi จาก 100 เป็น 1,000 คันใน 2-3 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับสถานีรถไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้น 200 สถานี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...