'2 ผัวเมีย' สุดเศร้าใจ เห็นลูกวัวถูกสุนัขรุมกัดตายต่อหน้า วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งตามจับ
‘2 ผัวเมีย’ สุดเศร้าใจ เห็นลูกวัวถูกสุนัขรุมกัดตายต่อหน้า วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตามจับ ก่อนจะไปก่อเหตุกัดสัตว์เลี้ยงและผู้คนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากเชื่อว่าฝูงสุนัขดังกล่าวไม่ได้ฉีดวัคซีน อาจจะเกิดโรคพิษสุนัขบ้าระบาดได้
เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Yuphaporn Phonkhan ได้โพสต์ข้อความ พร้อมรูปภาพ ลูกวัวสีขาวเสียชีวิตลงในโซเชียล พร้อมฝากประชาสัมพันธ์ เตือนภัยถึงชาวบ้านที่เลี้ยงวัวตามทุ่งนา ทั้งแบบปล่อยเป็นฝูงเลี้ยงหากินแบบทุ่งนา และแบบผูกล่ามไว้ ว่า “วันนี้ช่วงเช้าเวลาประมาณ 09.00 น. ได้มีฝูงสุนัขจรหลายตัว ออกมาวิ่งไล่กัดวัวน้อย ที่พึ่งคลอดออกมาได้เพียง 5 วันตาย วัวที่ตายมันน่าสงสารมาก และสงสารแม่วัวที่ลูกโดนสุนัขบ้ากัดตายต่อหน้าต่อตา ตอนนี้แม่วัวได้แต่ร้องหาลูกวัวให้มาดูดกินน้ำนมที่เต้าของแม่วัว ซึ่งลูกวัวที่ตายวันนี้ คือวัวของดิฉันค่ะ ที่ผูกเลี้ยงไว้ทุ่งนา สุนัขที่มากัดลูกวัวตายน่าจะเป็นสุนัขที่มีพิษสุนัขบ้า เพราะช่วงนี้อากาศร้อนมาก จึงทำให้สุนัขเป็นพิษสุนัขบ้าได้ ที่สำคัญคือไม่รู้ว่าเป็นสุนัขของใคร ไม่รู้จะไปเก็บค่าเสียหายจากใครได้ จึงมาฝากให้ทางเพจประกาศเตือนภัยกันด้วยนะคะ ชาวบ้านกาฬสินธุ์เรา ยิ่งเลี้ยงวัวตามทุ่งนาเยอะ ด้วยความเป็นห่วงคนเลี้ยงวัวด้วยกัน ไม่อยากให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้ โดยเหตุเกิดขึ้นที่บ้านหนองแวงศรีสวัสดิ์ ต.กุดโดน อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์”
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว พบนายสงวนและนางปั่น พลขันธ์ อายุ 50 ปี สองสามีภรรยา ซึ่งได้ออกไปสร้างบ้านพักอาศัยกลางทุ่ง ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 3 กิโลเมตรเพื่อเลี้ยงวัว เลี้ยงไก่ และทำนา ทำไร่ โดยทั้งสองระบุว่าลูกวัวของตนถูกฝูงสุนัขกัดตายจริง โดยคนที่โพสต์ซึ่งใช้ชื่อว่า Yuphaporn Phonkhan นั้น เป็นลูกสาวของตน ซึ่งรู้สึกสูญเสียและทำใจยอมรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ เหตุลูกวัวถูกสุนัขรุมกัดเสียชีวิต เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
จากนั้นนายสงวนและนางปั่น 2 สามีภรรยา ได้นำผู้สื่อข่าวไปชี้จุดที่ลูกวัวถูกสุนัขรุมกัดตาย และจุดที่ฝังร่างของลูกวัว
นายสงวนกล่าวว่า วันที่เกิดเหตุตนเข้าไปทำธุระในหมู่บ้าน โดยผูกวัวไว้ 7 ตัว กินหญ้าอยู่กลางทุ่ง ขณะที่ลูกวัวสีขาว เพศเมีย ที่เพิ่งตกออกจากท้องแม่มาได้ 5 วัน ก็เดินเตาะแตะอยู่ข้างๆแม่ตามประสาลูกวัวเกิดใหม่ พอตนกลับออกมาที่จุดผูกวัวไว้เวลาประมาณ 10.00 น. ก็ได้ยินเสียงแม่วัวร้องก้องทุ่ง และทำท่าแปลกๆ เหมือนตกใจ จึงได้วิ่งเข้าไปดู ก่อนที่จะพบว่ามีฝูงสุนัขพันทางตัวใหญ่หลายตัว กำลังรุมทึ้งกัดลูกวัวที่นอนแน่นิ่งอยู่อย่างบ้าคลั่ง โดยห่างจากจุดที่แม่วัวผูกอยู่ประมาณ 15 เมตร เมื่อเห็นดังนั้น ตนก็แทบช็อก ทำได้แต่เพียงตะโกนร้องไล่ฝูงสุนัข ก่อนที่มันจะวิ่งหนีไปในป่าอ้อย จึงเข้าไปตรวจดูอาการของลูกวัว พบว่า ตามลำตัวและขาเต็มไปด้วยรอยคมเขี้ยวของสุนัข ที่สลดใจกว่านั้นคือลูกวัวได้ตายคาที่ ทำให้ตนสลดใจมาก เนื่องจากเป็นลูกวัวสายพันธุ์ที่กำลังได้รับความนิยม รูปพรรณสวยงาม มูลค่าตั้งไว้มากกว่า 3 แสนบาท เพราะไม่อยากให้นายฮ้อยมาขอซื้อ และหวังจะเลี้ยงเป็นวัวคู่บุญ และเป็นสมบัติให้ลูกหลานสืบไป
ด้านนางปั่นกล่าวทั้งน้ำตาว่า เหตุการณ์ฝูงหมาเข้ามารุมกัดลูกวัวตายดังกล่าว ตนยังรู้สึกเศร้าสะเทือนใจ เพราะสงสารลูกวัวมาก นอกจากนี้ ทุกคนครอบครัวตนและเพื่อนบ้านที่รู้ข่าวต่างอยู่ในอาการหวาดผวาไปตามๆ กัน เนื่องจากฝูงสุนัขกลุ่มนี้มักออกมากัดทำร้ายสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านไปแล้วหลายราย และทุกคนเข้าใจว่าสาเหตุที่ลูกวัวตายนั้น มันน่าจะมากกว่าอาการเจ็บปวดจากพิษบาดแผลที่ถูกหมารุมกัด โดยเข้าใจว่าอาจจะตายเนื่องจากพิษสุนัขบ้า อย่างไรก็ตาม หลังจากฝังศพของลูกวัวแล้ว ตนและญาติก็ได้ช่วยกันสืบถามตามหา ว่าฝูงสุนัขดังกล่าวมีเจ้าของหรือไม่ ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าไหม เพื่อที่จะได้สบายใจ และระวัง ไม่ไปหากัดสัตว์เลี้ยงหรือผู้คนได้รับบาดเจ็บอีก แต่ก็ไม่พบเบาะแส
“ไม่เรียกร้องค่าเสียหาย ซึ่งหากเป็นฝูงสุนัขที่มีเจ้าของอยากจะฝากไปถึงเจ้าของสุนัข ให้จับกักขังบริเวณด้วย เพราะนิสัยดุเกินไป ที่บุกเข้ามากัดลูกวัวตาย แต่หากเป็นสุนัขจรจัดไม่มีเจ้าของ ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ ที่มีส่วนรับผิดชอบ เร่งตามหาและจัดการกับสุนัขฝูงนี้ด้วย หากไม่รีบจัดการอาจจะย่ามใจไปหากัดสัตว์เลี้ยงและผู้คนอีก ซึ่งอาจจะเกิดโรคพิษสุนัขบ้าระบาดได้” นางปั่นกล่าว
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่