โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรือโบราณพนม-สุรินทร์ "เก่าแก่ที่สุดในไทยและอุษาคเนย์" อายุพันกว่าปีมาแล้ว

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 04 ส.ค. 2568 เวลา 23.52 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2568 เวลา 23.40 น.
สภาพเรือโบราณพนม-สุรินทร์ บริเวณขุดพบในนากุ้ง เมื่อ พ.ศ. 2560

เรือโบราณพนม-สุรินทร์ “เก่าแก่ที่สุดในไทยและอุษาคเนย์” อายุพันกว่าปีมาแล้ว

เรือโบราณพนม-สุรินทร์ อายุราว พ.ศ. 1200-1300 ขุดพบในนากุ้ง ต. พันท้ายนรสิงห์ อ. เมือง จ. สมุทรสาคร นับเป็นหลักฐานแหล่งเรือจมมีอายุเก่าแก่ที่สุด เท่าที่เคยมีการค้นพบแหล่งเรือจมในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็น “เรือโบราณ” ที่ช่วยเติมเต็มภาพวัฒนธรรมยุคเมื่อพันกว่าปีก่อนได้ชัดขึ้น

จากการศึกษาอักษรอาหรับบนชิ้นส่วนภาชนะดินเผา รูปภาชนะดินเผาที่พบทั้งจากแหล่งผลิตจากจีน ตะวันออกกลาง และภาชนะในท้องถิ่น ทั้งรูปแบบเรือที่ใช้วิธีการต่อเรือแบบอาหรับโบราณ และการกำหนดอายุทางวิทยาศาสตร์ตัวอย่างอินทรียวัตถุที่พบ สอดคล้องกันว่าเรือโบราณลำนี้มีอายุราว พ.ศ. 1200-1300 (ประมาณพุทธศตวรรษที่ 13-14) ร่วมสมัยกับเมืองในวัฒนธรรมทวารวดี

ผลการศึกษาทางธรณีวิทยาของกรมทรัพยากรธรณี บ่งชี้ให้ทราบว่า “เรือโบราณ” นี้ พบอยู่ในร่องน้ำโค้งตวัดโบราณ ที่ระดับความลึกประมาณ 2 เมตร จากผิวดินปัจจุบัน ลำน้ำโค้งตวัดที่เรือโบราณจมตัวอยู่นี้ เป็นส่วนของแม่น้ำท่าจีนโบราณหรือแม่น้ำสาขาที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำท่าจีน

เรือลำนี้น่าจะเป็นเรือที่เดินทางไปมาระหว่างดินแดนแถบตะวันออกกลางและจีน พิจารณาจากภาชนะดินเผาแบบแอมฟอราที่คล้ายกับไหทรงตอร์ปิโด (torpedo jar) ซึ่งมีแหล่งผลิตในตะวันออกกลาง

ในภูมิภาคตะวันออกกลางมีเมืองท่าสำคัญอยู่หลายเมืองที่อยู่ในเส้นทางการค้า “เส้นทางสายไหมทางทะเล” เช่น เมืองบัสเราะฮ์ (Basra) เมืองอัล-อูบัลเลาะห์ (Al-Ubullah) ในประเทศอิรัก เมืองซีรอฟ (Siraf) ในประเทศอิหร่าน เป็นต้น ส่วนภาชนะดินเผาจากจีนที่พบในเรือพนม-สุรินทร์ มีแหล่งผลิตอยู่ใกล้กับเมืองกว่างโจว (Guangzhou) ในมณฑลกว่างตง เมืองท่าค้าขายทางทะเลที่สำคัญในสมัยราชวงศ์ถัง

มีข้อมูลทางประวัติศาสตร์ว่าราชวงศ์อับบาสิยะฮ์ของอาหรับมีการติดต่อค้าขายกับประเทศจีนและอินเดีย โดยเฉพาะในช่วงพุทธศตวรรษที่ 14 บันทึกของชาวอาหรับในช่วงพุทธศตวรรษที่ 14-15 กล่าวถึงเส้นทางการเดินเรือจากเมืองซีรอฟมายังประเทศอินเดียและจีนโดยขึ้นฝั่งที่เมืองกว่างโจว สินค้าหลักที่พ่อค้าชาวอาหรับนำมาขายยังประเทศจีน คือ เครื่องหอม (aromatic)

เมื่อต้องล่องเรือสำเภากลับไปยังตะวันออกกลาง พ่อค้าอาหรับก็จะจัดหาสินค้าชั้นดีของจีนคือผ้าไหมและเครื่องถ้วย เพื่อนำมาขายตามรายทาง ทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศรีลังกา อินเดียภาคใต้ ก่อนจะไปยังจุดหมายปลายทางในตะวันออกกลาง

ดังนั้นเรือโบราณลำนี้อาจออกจากเมืองท่าเมืองใดเมืองหนึ่ง อาจแวะพักขนถ่ายสินค้าตามเมืองท่าหรือดินแดนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเมืองที่มีลำน้ำเชื่อมต่อกับทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองโบราณในวัฒนธรรมทวารวดี ที่ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของลุ่มแม่น้ำในภาคกลางของประเทศไทย โดยมีแม่น้ำท่าจีนเป็นเส้นทางการค้าทางเรือที่สำคัญเส้นทางหนึ่ง ที่นำพาสินค้าจากต่างแดนเข้ามาสู่ลุ่มน้ำภาคกลาง หรือในทางกลับกันก็เป็นเส้นทางนำสินค้าออกไปด้วยเช่นกัน

เมืองโบราณในวัฒนธรรมทวารวดีในพื้นที่ภาคกลาง ส่วนใหญ่มีที่ตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำสำคัญอย่างคลองหรือแม่น้ำสายหลัก เพื่อใช้ประโยชน์จากน้ำในชีวิตประจำวัน การเกษตรกรรม และใช้เป็นเส้นทางคมนาคมติดต่อกัน เช่น

เมืองนครปฐมโบราณ ตั้งอยู่ใกล้กับคลองบางแก้วที่ต่อไปยังแม่น้ำนครชัยศรีเมืองคูบัว ตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำอ้อมซึ่งเป็นแม่น้ำแม่กลองสายเก่า เมืองอู่ทอง อยู่ใกล้กับแม่น้ำจรเข้สามพัน เป็นต้น

เมืองโบราณหลายเมืองยังตั้งอยู่ใกล้แนวชายฝั่งทะเลเดิม เรือสินค้าจากต่างภูมิภาคสามารถเดินทางเข้าไปยังเมืองโบราณได้ โดยใช้เส้นทางแม่น้ำสายหลักที่อยู่ใกล้เมือง ส่งผลให้เมืองโบราณในวัฒนธรรมทวารวดีหลายเมืองมีฐานะเป็นเมืองท่าค้าขาย-จุดแลกเปลี่ยนสินค้าต่างๆ ทั้งสินค้าท้องถิ่นและสินค้าต่างประเทศ

โดยเฉพาะในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13-14 เป็นช่วงที่เส้นทางการค้า “เส้นทางสายไหมทางทะเล” เจริญรุ่งเรือง เทคโนโลยีการเดินเรือมีความก้าวหน้าอย่างมาก ทำให้การเดินเรือข้ามทวีปสามารถทำได้ เกิดเป็นเครือข่ายการค้าตามเส้นทางสายไหมทางทะเล

ส่งผลให้พบโบราณวัตถุจากต่างประเทศ เช่น สินค้าจากอินเดีย จีน กระทั่งสินค้าจากโรมันและอาหรับ แพร่กระจายอยู่ตามเมืองโบราณสำคัญที่ร่วมสมัยกัน ทั้งภายในประเทศและในต่างประเทศ เช่น พม่า มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : เรียบเรียงจากหนังสือ “แหล่งเรือโบราณพนม-สุรินทร์” ของ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม อ้างใน “ประชาชื่น” มติชนรายวัน. ฉบับวันที่ 21 ธันวาคม 2560

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 ธันวาคม 2560

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เรือโบราณพนม-สุรินทร์ “เก่าแก่ที่สุดในไทยและอุษาคเนย์” อายุพันกว่าปีมาแล้ว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...