ร.ร.เอกชนมีหนาว! ศธจ.กาญจน์ ตั้งคณะลุยสอบยกจังหวัด หลังพบ 1 ใน 24 ร.ร.ทุจริตเงินอุดหนุน
ความคืบหน้ากรณีนายอนันต์ กัลปะ ผอ.ศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี มอบหมายให้นายโอภาส ต้นทอง รองศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยนายอังกูร จินจารักษ์ นักทรัพยากรบุคคล ทำหน้าที่นิติกรประจำสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี นำหลักฐานเอกสารเกี่ยวข้องกับการทุจริตของโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งของจ.กาญจนบุรี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษผู้บริหารโรงเรียนเอกชนดังกล่าวในคดีอาญา ต่อผู้จัดการโรงเรียน ผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังจากตรวจสอบพบว่า โรงเรียนดังกล่าวได้นำรายชื่อเด็กระดับชั้นอนุบาล-ชั้นประถม ทั้งที่ไม่มีตัวตน และแก้ไข พ.ศ.เกิดของเด็กยังไม่ถึงเกณฑ์เรียน จำนวน 24 ราย มาเบิกเงินอุดหนุนรายบุคคล ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) นั้น
ล่าสุด วันที่ 29 มีนาคม ที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี ถ.แม่กลอง ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี นายอนันต์ เปิดเผยว่า เรื่องของการแจ้งความดำเนินคดีกับโรงเรียนเอกชน โดยเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา เราได้นำหลักฐานที่เตรียมไว้ทั้งหมดเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.ท่าม่วง โดย พ.ต.อ.สุชาย เทศัชบุตร ผกก.สภ.ท่าม่วง รวมทั้งพนักงานสอบสวน ก็ได้รับแจ้งความไว้เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะเรียกเจ้าหน้าที่ของ ศธจ.ไปสอบปากคำเพิ่มเติม ขณะเดียวกันจะเรียกผู้เกี่ยวข้องในคดีมาสอบปากคำ พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ซึ่งในส่วนของคดีอาญาจากนี้ไปเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องดำเนินการ ส่วนรายชื่อของโรงเรียนเอกชนดังกล่าวขอให้ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงเป็นผู้เปิดเผยต่อไป
“ส่วนการดำเนินคดีทางแพ่งนั้น คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จะต้องสรุปรายละเอียดว่า เริ่มมีการทุจริตตั้งแต่เมื่อไหร่ และเมื่อทราบเวลาและจำนวนเงินที่ถูกทุจริตไปอย่างครบถ้วนแล้ว จึงจะดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีทางแพ่งในภายหลัง โดยจะฟ้องแพ่งเรียกเงินคืนเป็น 2 เท่า นอกจากนี้ทางโรงเรียนเอกชนที่ทำการทุจริตจะต้องจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีด้วย โดยหลังจากตรวจสอบมูลค่าที่รัฐเสียหายแล้วจะได้ปรึกษากับอัยการจังหวัดกาญจนบุรีเพื่อดำเนินการทางแพ่งต่อไป” นายอนันต์กล่าว
นายอนันต์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ตนได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาอีก 1 ชุด ซึ่งคณะทำงานชุดนี้จะทำการตรวจสอบในเชิงลึกกับโรงเรียนเอกชนที่มีอยู่อีก 23 แห่งทั่วทั้งจังหวัด โดยคณะทำงานชุดดังกล่าวได้เริ่มลงพื้นที่ทำงานแล้ว แต่ก็คงพบปัญหาและอุปสรรคอยู่บ้าง เนื่องจากช่วงนี้โรงเรียนอยู่ระหว่างปิดเทอม แต่จะเริ่มต้นด้วยการประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือที่ว่าการอำเภอต่างๆ ที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามปกติ เพื่อหาข้อมูลพื้นฐานทางทะเบียนราษฎร์ของเด็กที่เรียนอยู่แต่ละโรงเรียนต่อไป ซึ่งคาดว่าเบื้องต้นจะได้ทราบเบาะแสภายในเดือนเมษายนนี้ ว่ามีโรงเรียนเอกชนแห่งใดกระทำการทุจริตเงินอุดหนุนรายบุคคลอีกหรือไม่