โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ค่าเงินบาททรงตัว ติดตามความคืบหน้าเจรจา Brexit และการประชุมธนาคารกลางยุโรป

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 09 เม.ย. 2562 เวลา 11.22 น.
แฟ้มภาพ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 9 เมษายน 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/4) ที่ระดับ 31.86/88 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (5/4) ที่ระดับ 31.88/90 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์ แกว่งตัวผันผวนหลังตัวเลขเศรษฐกิจออกมาไร้ทิศทางโดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรในเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 196,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 175,000 ตำแหน่ง และสูงกว่าระดับ 20,000 ตำแหน่งในเดือน ก.พ. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2560 ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 3.8% สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานในเดือนมีนาคมกลับเพิ่มขึ้นที่ระดับ 3.2% เมื่อเทียบรายปี ลดลงจากที่เพิ่มที่ระดับ 3.4% ในเดือนกุมภาพันธ์ และต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ สำหรับความคืบหน้าในประเด็นการเจรจาทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ ล่าสุดนายแลร์รี่ คุดโลว์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ทั้งสองประเทศใกล้จะบรรลุข้อตกลงการค้าแล้ว โดยจะหารือกันอีกครั้งในสัปดาห์นี้ผ่านทางการประชุมทางไกล ขณะที่สำนักข่าวซินหัวยังรายงานว่าการเจรจาล่าสุดที่กรุงวอชิงตันมีความคืบหน้าในหลายประเด็น แม้ว่าจะมีบางประเด็นที่ยังคงรอการสรุปอยู่ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.82-31.88 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.83/31.84 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (9/4) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1265/66 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (5/4) ที่ระดับ 1.1227/28 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยได้รับความคาดหวังว่าการเจรจาการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) จะมีแนวโน้มที่คลี่คลายขึ้น จากการที่นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ จะพบกับนายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี และประธานาธิบดีแอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสในวันนี้ เพื่อหารือกันเกี่ยวกับการเลื่อนกำหนดการแยกตัวอย่างเป็นทางการดังกล่าวออกไปอีกเป็นวันที่ 30 มิถุนายน หลังจากถูกเลื่อนมาแล้ว 1 ครั้ง เป็นวันที่ 12 เมษายนนี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 10 เมษายนนี้ ว่าจะมีมุมมองต่อสภาวะเศรษฐกิจ และทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต อย่างไร ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1255-1.1280 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1271/72 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (9/4) เปิดตลาดที่ระดับ 111.35/37 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (5/4) ที่ระดับ  111.69/70 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนได้รับแรงสนับสุนจากข้อมูลยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 2.68 ล้านล้านเยน ซึ่งนับเป็นสถิติที่อยู่ในแดนบวกอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 56 รวมถึงการที่นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงขยายตัวอยู่ในระดับปานกลาง ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการผลิตในประเทศก็ตาม ทั้งนี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 111.24-111.58 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 111.29/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อเดือนมีนาคม (10/4) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์  (11/4) ดัชนีราคาผู้ผลิต (11/4) รายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC Meeting Minutes) (11/4) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเมษายนจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (12/4)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.40/-2.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 1.35/1.65 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...