โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ธนบุรี เฮลท์แคร์ MOU ม.มหิดล ตั้งศูนย์นวัตกรรมเครื่องมือแพทย์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 ส.ค. 2563 เวลา 11.10 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2563 เวลา 11.05 น.

ธนบุรี เฮลท์แคร์ ร่วมกับคณะวิศวะฯ ม.มหิดล จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านบริการทางการแพทย์ สู่การจำหน่ายเชิงพาณิชย์ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน หนุนไทยเป็นเมดิคัลฮับของภูมิภาค

“นพ. บุญ วนาสิน” ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG กล่าวว่า บริษัทมีนโยบายนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่ ๆ มารองรับความต้องการใช้บริการทางการแพทย์ของคนไทย และชาวต่างชาติที่เป็นกลุ่มเฮลท์ ทัวริสซึมหรือกลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จึงได้บันทึกความเข้าใจ หรือเอ็มโอยู (MOU-Memorandum of Understanding) กับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเครื่องมือแพทย์และบริการทางการแพทย์ (Medical Services) ที่โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง

“มีวัตถุประสงค์หลักพัฒนาอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์เพื่อใช้ภายในโรงพยาบาลเครือ THG และก้าวสู่ smart hospital รองรับศักยภาพประเทศไทยเป็นเมดิคัลฮับของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนั้นยังร่วมกันวิจัยพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ (health tech) สู่การจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในอนาคต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางการแพทย์และสุขภาพแก่ประเทศ”

“ศ.นพ. บรรจง มไหสวริยะ” อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลางการวิจัยพัฒนาอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ของภูมิภาค เนื่องจากมีจุดแข็งด้านการให้บริการทางการแพทย์ที่โดดเด่น เห็นได้จากการได้รับความนิยมในกลุ่มเฮลท์ ทัวริสซึม และความสามารถในการรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนได้รับความชื่นชมและเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก

“หลังเกิดโรคโควิด-19 มีโรงพยาบาลหลายแห่งนำนวัตกรรมเข้ามาให้บริการ เช่น ระบบ Tele medicine ที่สามารถเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลประวัติการรักษา เพื่อให้บริการแก่คนไข้ที่ไม่สะดวกเดินทางมายังโรงพยาบาล หุ่นยนต์ทางการแพทย์ และแอปพลิเคชั่นเพื่อให้บริการแก่คนไข้ จึงทำให้การพัฒนาเครื่องมือทางการแพทย์ใหม่ ๆ มีความจำเป็นมากขึ้น และควรได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน เพื่อต่อยอดสู่ความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ต่างประเทศที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในตลาดเชิงพาณิชย์”

การที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการสนับสนุนจาก บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป ร่วมกันจัดตั้งศูนย์นี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายร่วมกันได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

“รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์” คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกและนำเข้าอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับต้น ๆ ในอาเซียน โดยส่งออกปีละกว่า 107,700 ล้านบาท และนำเข้าปีละกว่า 66,500 ล้านบาท ภาพรวมของการส่งออกขยายตัวปีละเฉลี่ย 8-10%

“ที่ผ่านมาทางคณะวิศวะฯ ม.มหิดล ได้พัฒนางานวิจัยมาหลายชิ้น ได้แก่ หุ่นยนต์ผ่าตัดนำวิถี, ระบบหุ่นยนต์ผ่าตัดทางไกล (real-time Tele surgery), หุ่นยนต์ช่วยเดินเพื่อฟื้นฟูผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต (Exoskelton), หุ่นยนต์แพทย์อัจฉริยะ DoctoSight 1 และ 2 สำหรับการวินิจฉัยและรักษาผ่านระบบโทรเวช, หุ่นยนต์เวสตี้ เก็บขยะติดเชื้อในโรงพยาบาลด้วยระบบ AGV (Automated Guide Vehicle) ที่ใช้แถบแม่เหล็กนำทาง มีระบบแขนกลในการยกถังขยะได้สูงสุดครั้งละ 5 กิโลกรัม”

“หุ่นยนต์ฟู้ดดี้ ส่งอาหารและยาแก่คนไข้ในหอผู้ป่วย ได้ประมาณ 200 คนต่อวัน ลดภาระงานหนักและความเสี่ยงบุคลากรทางการแพทย์ต่อการติดเชื้อโรคระบาด รวมถึงลดการนำเข้าหุ่นยนต์จากต่างประเทศอีกด้วย นอกจากนี้ยังมี วีลแชร์ไฟฟ้าควบคุมด้วยสัญญาณสมอง, Alertz อุปกรณ์เตือนการหลับในขณะขับรถด้วยสัญญาณสมอง, ระบบฝึกการแพทย์ผ่าตัดนัยน์ตา (Eye Surgical Training System), ระบบฝึก Haptics VR การแพทย์ผ่าตัดเนื้องอกในสมอง, สารเคลือบนาโนป้องกันเชื้อโรค (NanoCoating), เครื่องกายภาพไจโรโรลเลอร์ (Gyro-Roller) สำหรับผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง และไบโอเซนเซอร์ (Biosensor) อุปกรณ์ตรวจวัดทางชีวภาพ, เป็นต้น”

นับว่าความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพการให้บริการแก่คนไข้ และจะนำไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ในอนาคต ซึ่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในอุตสาหกรรมทางการแพทย์และสุขภาพให้แก่ประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...