‘สมชาย’อธิบายศาลรับไต่สวน‘นักโทษเทวดา’ วัดใจสุดท้าย‘ทักษิณ’จะหนีหรือยอมกลับเข้าคุก
‘สมชาย’อธิบายศาลรับไต่สวน‘นักโทษเทวดา’ วัดใจสุดท้าย‘ทักษิณ’จะหนีหรือยอมกลับเข้าคุก
วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์กับรายการ “สีสันการเมือง แบบ เด้งเด้ง” ทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ในกรณีเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2568 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แม้จะไม่รับคำร้องที่ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นขอให้ไต่สวนกรณีที่กรมราชทัณฑ์อนุญาตให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องโทษจำคุก 1 ปี ได้เข้ารับการรักษาตัวที่รพ.ตำรวจ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล เนื่องจากเห็นว่าไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง
อย่างไรก็ตาม เมื่อความปรากฏต่อศาลว่า อาจมีการบังคับตามคำพิพากษาที่ไม่เป็นไปตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดของศาลนี้ ศาลย่อมมีอำนาจไต่สวนและมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร จึงจะเรียกผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมาชี้แจง โดยจะเริ่มการไต่สวนในวันที่ 13 มิ.ย. 2568 ว่า แสดงว่าคำร้องมีน้ำหนัก เพียงแต่ในทางเทคนิคของกฎหมายแล้วนายชาญชัยไม่มีส่วนได้ – ส่วนเสีย และไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ อย่างหากผู้ร้องเป็น ป.ป.ช. หรืออัยการสูงสุด ศาลก็จะแต่งตั้งเป็นโจทก์ทันที
และที่ต้องชื่นชมคือศาลเรียกทั้ง ป.ป.ช. และอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีจนศาลตัดสินจำคุกนายทักษิณ เพื่อจะได้ออกมาว่าไต่สวนไปถึงไหน พบหรือไม่ว่าไม่มีการบังคับโทษ ในเมื่อฟ้องจนศาลตัดสินโทษเหตุใดไม่ไปตามให้ติดคุก ขณะเดียวกันก็เรียกนายทักษิณที่เป็นจำเลยมาชี้แจงด้วย เพราะคนที่ยืนยันว่าได้ไปพบนายทักษิณที่ รพ.ตำรวจ มีเพียง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ก็ต้องให้นายทักษิณมาชี้แจง แต่ตนก็ไม่รู้ว่านายทักษิณจะไปชี้แจงด้วยตนเองหรือให้ทนายความทำคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร
สรุปคือเรื่องนี้โจทก์ในคดีเดิมคืออัยการสูงสุดกับ ป.ป.ช. และจำเลยคือนายทักษิณต้องทำคำชี้แจง ที่เหลือเป็นพยานเกี่ยวข้องที่ศาลเห็นว่ามีส่วนในการบังคับคดี คือ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ โดยศาลได้ส่งคำร้องตามที่นายชาญชัยยื่นมาไปให้บุคลเหล่านี้ชี้แจง มีกำหนด 30 วัน ซึ่งศาลอาจออกคำสั่งเพียงให้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมพยานหลักฐาน หรือนอกจากทำคำชี้แจงแล้วยังต้องไปศาลในวันที่ 13 มิ.ย. 2568 ด้วยก็ได้
โดยกำหนด 30 วัน จะไปครบในวันที่ 29 พ.ค. 2568 เวลาหลังจากนั้นอีก 15 วัน ศาลก็จะอ่านเอกสารที่ผู้เกี่ยวข้องต่างๆ ส่งมา กรณีที่ศาลยังไม่เรียกบุคคลมาชี้แจงในวันที่ 13 มิ.ย. 2568 แต่อ่านเอกสารแล้วสงสัย ศาลก็อาจเรียกบุคคลมาชี้แจงในภายหลังก็ได้ อาจเป็นอีก 2 สัปดาห์ให้หลัง หรือในวันที่ 20 มิ.ย. 2568 เป็นต้น แต่หากฝ่ายผู้เกี่ยวข้องแจ้งว่ามีพยานอื่นอีก ศาลก็จะพิจารณาว่ามีพยานกี่ปากแล้วจะให้ใช้ได้กี่ปาก
หรืออาจนับรวมรายงานของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รายงานสมัยที่ตนเป็นกรรมาธิการไปด้วย หรือคำให้การของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ รวมถึงอาจต้องให้แพทย์และพยาบาลที่ทำการรักษานายทักษิณมาชี้แจง แบบนี้ศาลก็จะไต่สวนเพิ่มเติม ก็จะขยายระยะเวลาออกไปอีก 1 – 2 เดือน หรือหากศาลอ่านเอกสารแล้วประเด็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพียงพอก็สามารถวินิจฉัยได้
“กรณีนี้ถ้ามีหน่วยราชการหรือตัวข้าราชการคนใดคนหนึ่งไปละเมิดการบังคับคดีที่ศาลมีคำพิพากษา 8 ปี แล้วมีพระราชทานอภัยโทษลดเหลือ 1 ปี เราต้องนับตรง 1 ปี จาก 1 ปี มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลดโทษแล้ว ก่อนตัวจำเลยจะไปเข้าเรือนจำ จำเลยได้ถูกนำตัวมาศาล คือศาลฎีกา ก่อนไปเรือนจำตอนบ่าย ความโมฆะก็ต้องเริ่มกลับไปที่ 22 ส.ค. 2566 คุณทักษิณก็ต้องถอยกลับไปที่เรือนจำแล้วนับ 1 ปีใหม่” นายสมชาย กล่าว
นายสมชาย กล่าวต่อไปว่า ใน ส่วนที่ 2 บุคคลที่ทำให้เกิดการไม่บังคับโทษมีเจตนาทุจริตหรือไม่ หากมีศาลก็จะสั่งจำคุกฐานละเมิดอำนาจศาล และคำตัดสินของศาลฎีกาอาจมีคนนำไปร้องต่อศาลทุจริตด้วย หรือในระหว่างนี้ที่ ป.ป.ช. กำลังสอบสวนอยู่ หากเห็นว่ามีข้าราชการหรือนักการเมืองเข้าไปทำให้คดีบิดเบี้ยว ป.ป.ช. สามารถรายงานศาล และศาลก็สามารถสั่งดำเนินคดีได้เลย
ส่วนคำถามว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมต้องรับโทษด้วยหรือไม่ ขณะนี้ยัง โดย ป.ป.ช. ได้ตั้งคณะขึ้นมาสอบสวนแล้วระบุรายชื่อผู้เกี่ยวข้อง 12 คน ซึ่งยังไม่มีชื่อของ รมว.ยุติธรรม แต่หากไปพบความเกี่ยวข้องไม่ว่าเป็นนักการเมืองคนใดก็จะไปโดนคดีในภายหลัง ส่วนคำถามว่า ในวันที่ 13 มิ.ย. 2568 นายทักษิณจะไปศาลหรือไม่ เพราะมีความเป็นไปได้ที่ศาลอาจสั่งจำคุกในทันทีกรณีมีความชัดเจนว่าที่ผ่านมาไม่ได้ติดคุกจริง เรื่องนี้บีบหัวใจและต้องเรียกว่าวัดใจ
“สมมติศาลออกหมายแค่ให้ทำคำชี้แจง ไม่ได้สั่งให้มาศาล คุณทักษิณก็ส่งทนายไปพร้อมเอกสาร แต่ถ้าสั่งให้มาคุณส่งผู้แทนไปได้หรือไม่อันนี้มีคำถาม ถ้าศาลไม่ได้สั่งให้ใช้ผู้แทนต้องมาศาล แต่ถามว่าโอกาสที่จะพิจารณาคดีต่อเนื่องอีกหลายสัปดาห์ไหมความเห็นผมว่าอีกหลายสัปดาห์ แต่ว่าไม่น่าจะเกินกรกฎา แต่ก็เกิดได้ วัดใจว่าศาลดูข้อมูลเสร็จแล้วศาลตัดสินเลยก็ได้ อันนี้ต้องวัดใจคุณทักษิณแล้ว” นายสมชาย ระบุ
นายสมชาย ยังกล่าวอีกว่า ส่วนคำถามว่ามีโอกาสหรือไม่ที่นายทักษิณจะตัดสินใจหลบหนีอีกครั้ง เรื่องนี้จุดเริ่มต้นคือนายทักษิณขอกลับประเทศเพื่อมาเลี้ยงหลาน มีการทำหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษได้ได้รับการลดโทษจำคุกจาก 8 ปีเหลือ 1 ปี แต่นายทักษิณไม่ยอมเข้าเรือนจำ ทั้งที่มีการเตรียมห้องระดับ VVIP ให้ มีการทุบห้องขัง 5 ห้อง ติดแอร์ให้ด้วย รพ.ราชทัณฑ์ก็เตรียมเตียงไว้ให้เรียบร้อย และมีอดีตรัฐมนตรีที่เคยเป็นทีมงานของนายทักษิณก็เคยเข้าไป หลายคนก็ออกมาแล้ว หากนายทักษิณเลือกทางนี้เชื่อว่าสังคมรับได้
ดังนั้นหากนายทักษิณกลับไปติดคุก 1 ปี ไปอยู่ใน รพ.ราชทัณฑ์ ซึ่งมีขัดความสามารถในการรักษา อย่างโรคปอดติดเชื้อจากโควิด ความดันโลหิตสูง โรคกระดูกซึ่งเป็นตามปกติของคนอายุมาก โรคเส้นเลือดหัวใจ การทำบอลลูนก็ทำได้ หรือหากทำไม่ได้ก็ส่งออกไปทำบอลลูน 24 ชั่วโมงแล้วก็กลับเข้ามา หากนายทักษิณเข้าเรือนจำตั้งแต่ต้น วันนี้ก็จะไม่มีคำถามไปศาลฎีกา ซึ่งหากถามว่านายทักษิณอยากกลับเข้าเรือนจำหรือไม่คงไม่อยากและต้องสู้เต็มที่ และหากศาลตัดสินให้ติดคุกนายทักษิณจะยอมหรือไม่ ตนก็เดาว่าคงไม่ยอมเหมือนเดิม ก็ต้องหนี
“ผมอยากให้คุณทักษิณเข้าสู่กระบวนการ ยอมเสียตามที่เขียนคำของพระราชทานอภัยโทษ ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ได้รับกระบวนการยุติธรรม ยอมสำนึกผิดแล้ว เพราะฉะนั้นการเข้าไปในเรือนจำ 1 ปี แม้แต่หลายคนที่เป็นแกนนำ นปช. พันธมิตร กปปส. ก็ยอมรับกระบวนการ อดีตรัฐมนตรี อดีตอธิบดีที่ไปรับใช้การเมืองก็ยอมติดคุก แล้วทำไมไม่ทำตัวให้ ถ้าอยากเป็นเนลสัน แมนเดลา เนลสัน แมนเดลา ติดตั้ง 28 ปีนะ อยากเป็นอองซานซูจีก็ติดในบ้านพักตั้ง 21 ปี คุณทักษิณทำได้ ปีเดียวเอง” นายสมชาย กล่าว