โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สตง.รู้ทุกปัญหาโครงการใหญ่... ต้องรับผิดชอบ เพราะปล่อยให้มีการทำผิด จนตึกถล่ม คนตาย

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 28 เม.ย. 2568 เวลา 02.59 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2568 เวลา 02.59 น.

หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ

สตง.รู้ทุกปัญหาโครงการใหญ่…

ต้องรับผิดชอบ

เพราะปล่อยให้มีการทำผิด

จนตึกถล่ม คนตาย

สตง.มีสำนักตรวจสอบ

โครงการขนาดใหญ่โดยเฉพาะ

สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท และโครงการร่วมลงทุน (PPP) และตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพของการจัดซื้อจัดจ้าง

4 กรกฎาคม พ.ศ.2567 สตง.รายงานผลการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ต่อสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างโครงการขนาดใหญ่ พบข้อบกพร่องของโครงการขนาดใหญ่ จำนวน 21 สัญญา รวม 17 หน่วยงาน

โดยข้อบกพร่องที่พบมีดังนี้

1. ก่อสร้างไม่เป็นไปตามแบบรูปรายการที่กำหนด/ก่อสร้างไม่ครบถ้วนตามเนื้องานในสัญญา

เช่น การนำวัสดุมาใช้ในงานก่อสร้างไม่เป็นไปตามแบบรูปรายการ รวมทั้งกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ดำเนินการตามแบบแปลนที่กำหนดไว้ หรือการก่อสร้างไม่ครบถ้วนตามเอกสารอันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา ซึ่งถือเป็นการก่อสร้างไม่เป็นไปตามสัญญา เป็นต้น

2. การจัดทำแบบรูปรายการของงานก่อสร้างไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วนตามมาตรฐานที่ทางราชการกำหนดและตามหลักวิชาช่างที่ดี

เช่น การแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบรูปรายการในการก่อสร้างไม่เป็นไปตามหลักวิศวกรรม กรณีไม่ปรากฏแบบรูปรายละเอียดของรายการงานทางลำเลียงวัสดุชั่วคราว

3. ผู้ควบคุมงานไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ไม่เป็นไปตามกฎหมายระเบียบ

เช่น การควบคุมงานและการตรวจรับงาน ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้อง ไม่มีความละเอียดรอบคอบ ขาดความเอาใจใส่ ทำให้ผลงานไม่มีประสิทธิภาพ และไม่เป็นไปตามข้อกำหนดสัญญา เป็นต้น

4. รายละเอียดสัญญาหรือข้อตกลง ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน ไม่รัดกุม ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด ไม่เป็นไปตามกฎหมายระเบียบ

5. การกำหนดราคากลางไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดราคากลางงานก่อสร้าง

จากคำแถลงแสดงว่า สตง.รู้ทุกปัญหา และได้แจ้งผลการตรวจสอบให้หน่วยงานที่พบข้อบกพร่องดำเนินการแก้ไข

(3 เมษายน 2567 บริษัทรับเหมาก่อสร้างตึก สตง. ยังมาถ่ายรูปโชว์ความสำเร็จอยู่หน้าโครงสร้างตึก แสดงว่า ตึกที่กำลังก่อสร้างของ สตง. ไม่อยู่ในรายการบกพร่อง มิฉะนั้นคงจะพบจุดอ่อนและแก้ไขกันไปแล้ว)

สตง.บอกว่าจะตรวจสอบเชิงป้องกัน

ไม่รอให้เกิดความเสียหาย

แล้วจึงเข้ามาตรวจสอบ

วันที่ 5 มีนาคม 2568 นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ร่วมกับ ป.ป.ช. โดย นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. โดยนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงเพื่อปฏิบัติงานร่วมกันในการขับเคลื่อนการประเมินความเสี่ยงการทุจริตเชิงนโยบาย ในโครงการขนาดใหญ่ และเฝ้าระวังการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ มุ่งเน้นการบูรณาการข้อมูลและการป้องกันเชิงรุก

นายมณเฑียรกล่าวว่า การจัดทำโครงการขนาดใหญ่ราคา 500 ล้านบาทขึ้นไป ในปี 2566 มีทั้งหมด 93 โครงการ ปี 2567 มี 99 โครงการ ปี 2568 มี 168 โครงการ

แต่ไม่สามารถตรวจสอบโครงการทั้งหมดได้ จึงคัดเลือกโครงการที่ต้องตรวจสอบ ซึ่งในปี 2567 มี 7 โครงการ ปี 2568 มี 10 โครงการ และในปี 2569 ประเมินล่วงหน้าว่ามี 3 โครงการที่ต้องตรวจสอบ (ตึกของ สตง. คงไม่ถูกประเมินความเสี่ยงมาตลอด)

“สตง.มุ่งมั่นที่จะยกระดับการตรวจสอบภาครัฐให้ทันสมัย ด้วยแนวทาง ‘การตรวจสอบเชิงป้องกัน’ สตง.จะไม่รอให้เกิดความเสียหายแล้วจึงเข้ามาตรวจสอบ แต่จะใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และเครื่องมือเฝ้าระวังเพื่อป้องกันก่อนที่จะเกิดปัญหาขึ้น

หลังจากนั้น 10 วันทางด่วนบนถนนพระราม 2 ก็ถล่ม เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

สตง.มีระบบประเมินความเสี่ยง

ในการตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่

จริงหรือ?

วันที่ 18 มีนาคม 2568 สตง.แถลงอีกว่า

ได้ศึกษาแนวทางการตรวจสอบด้านความปลอดภัยของโครงการขนาดใหญ่จากองค์กรตรวจเงินแผ่นดินในต่างประเทศ อาทิ สตง.เกาหลีใต้ (BAI) สตง.เนเธอร์แลนด์ (NCA) สตง.สหรัฐอเมริกา (GAO) และ สตง.ออสเตรเลีย (ANAO) ซึ่งมีแนวทางการตรวจสอบที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของไทย โดยสรุปได้ดังนี้

1. การประเมินความเสี่ยงโครงการผ่านเครื่องมือที่เป็นระบบ สตง.เกาหลีใต้ได้พัฒนา Risk Analysis Model ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์เพื่อคำนวณค่าความเสี่ยงและจัดระดับความเสี่ยงของโครงการขนาดใหญ่ โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความซับซ้อนของโครงการประวัติผู้รับเหมา ประวัติอุบัติเหตุ และการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย

และปัจจุบัน สตง.ไทยได้นำแนวทางนี้มาพัฒนาเป็น MIRA (Mega Project Integrity Risk Assessment) ซึ่งเป็นระบบประเมินความเสี่ยงที่สามารถช่วยกำหนดระดับความเข้มข้นในการตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่

2. การสอบทานคุณสมบัติของผู้รับเหมาอย่างละเอียด สตง.สหรัฐอเมริกาใช้แนวทาง Past Performance Review เพื่อช่วยหน่วยงานรัฐในการสอบทานประวัติของผู้รับเหมาก่อนอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ โดยเน้นพิจารณาประวัติการทำงานก่อนหน้า อุบัติเหตุในอดีต และการปฏิบัติตามมาตรฐาน ความปลอดภัย

3. การนำเทคโนโลยีมาช่วยประเมินความปลอดภัย สตง.เนเธอร์แลนด์ได้นำเทคโนโลยี 3D Modeling และ Simulation มาใช้ในการตรวจสอบความมั่นคงของโครงสร้างก่อนเริ่มการก่อสร้าง เพื่อจำลองสถานการณ์และระบุจุดเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ

4. การส่งเสริมความโปร่งใสผ่านรายงานความปลอดภัย สตง.ออสเตรเลียแนะนำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่รายงานความคืบหน้าด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ

ไม่รู้ว่า สตง.นำหลักการเหล่านี้มาประเมินผู้รับเหมาสร้างตึกของ สตง.หรือไม่ เพราะ…

หลังจากนั้น 10 วัน เกิดแผ่นดินไหวในพม่า 28 มีนาคม ตึก สตง.ถล่มลงกองพื้นในไม่กี่วินาที มีผู้เสียชีวิตเกือบร้อย และสิ่งที่ผุดออกมาจากซากตึก คือความเลวร้ายที่ตรงข้ามกับธรรมาภิบาล

สรุปว่า สตง.ไม่ใช้หลักการตรวจสอบ ควบคุม

กับตึกของตัวเอง

แบบที่แถลงไว้เลย

จากข้อมูลและคำแถลงชี้ว่า สตง.มีผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ทั้งมีวิศวกรอยู่ในสำนักงานของตัวเองด้วยมีหน่วยงานเฉพาะที่ติดตามงานโครงการใหญ่ การแถลงผลงานปี 2566 ก็เห็นชัดว่ามีความเข้าใจต่อจุดอ่อนข้อบกพร่อง

สตง.ควรนำโครงการสร้างตึกสูงของตัวเองมาเป็นแบบอย่างในการทำงานที่โปร่งใส ประหยัด ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพว่าควรทำอย่างไร เพราะได้รู้ข้อบกพร่องและจุดอ่อนต่างๆ จากการตรวจทั่วประเทศ

เริ่มตั้งแต่งบประมาณการจัดหาที่ดินการออกแบบการประมูลการก่อสร้างการติดตามงานการควบคุมการก่อสร้างเพื่อจะทำให้เห็นตัวอย่างที่ดีๆ เช่น การประมูลและราคาของการก่อสร้างที่เหมาะสมถูกต้องควรจะอยู่ที่เท่าใด

แบบแปลนที่เหมาะสมควรจะเป็นอย่างไร ทำอย่างไรจึงจะมั่นคงแข็งแรง

การออกแบบที่เหมาะสมกับสภาพการทำงานของ สตง.เพื่อให้มีประสิทธิภาพคืออย่างไร

ใช้งบประมาณอย่างไรเรียกว่าเป็นการประหยัดคุ้มค่ากับเงินภาษี

การใช้วัสดุที่ถูกต้องมีมาตรฐานควรตรวจสอบอย่างไร

การตรวจสอบผู้รับเหมาและคุมงานอย่างมีประสิทธิภาพควรทำอย่างไร ใช้จำนวนคนเท่าไรในแต่ละวัน

ผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพของงานเพื่อให้ทันตามสัญญาควรเป็นอย่างไร

ที่ว่าโปร่งใสไม่มีการคอร์รัปชั่นในทุกขั้นตอนนั้นต้องทำอย่างไร

จากการขุดคุ้ยข้อมูล ดูเหมือนไม่มีอะไรที่ทำตามคำแถลงอันสวยงาม

คนรับผิดชอบตึกนี้คงคิดว่าไม่มีใครมาตรวจ งานจึงแย่กว่าตึกเอกชนทั่วไป กลายเป็นตึกเต้าหู้ ถล่มง่ายตายเยอะ เรื่องนี้เป็นคดีที่ประชาชนสนใจ อย่าส่งไปดองไว้ที่ ป.ป.ช. ให้คนลืมอีกก็แล้วกัน

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สตง.รู้ทุกปัญหาโครงการใหญ่… ต้องรับผิดชอบ เพราะปล่อยให้มีการทำผิด จนตึกถล่ม คนตาย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...