โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมเด็กนักเรียนชายญี่ปุ่นต้องให้กระดุมเม็ดที่ 2 ในวันจบการศึกษา?

conomi

อัพเดต 17 ก.พ. 2568 เวลา 11.27 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. 2568 เวลา 00.00 น. • conomi.co

ในวันจบการศึกษาของนักเรียนมัธยมปลายญี่ปุ่น หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินหรือได้เห็นวัฒนธรรมการให้กระดุมเม็ดที่สองผ่านอนิเมะญี่ปุ่นกันมาบ้าง โดยเด็กผู้ชายจะให้กระดุมเม็ดที่สองที่เสื้อแก่เด็กผู้หญิงในวันจบการศึกษา บางคนที่ฮอตหน่อยก็ให้ทั้งเม็ดที่หนึ่ง เม็ดที่สามไปด้วย เรียกได้ว่าเป็นความทรงจำหวานอมเปรี้ยวของหนุ่มสาวญี่ปุ่นหลาย ๆ คนเลยทีเดียวค่ะ เรามาดูกันว่าทำไมเด็กผู้ชายถึงต้องให้กระดุมเม็ดที่สองแก่ผู้หญิงกันนะ

ชุดนักเรียนแบบกักคุรัน

กระดุมเม็ดที่สองที่ว่าก็คือ กระดุมเม็ดที่สองนับจากด้านบนของชุดนักเรียนชายที่เรียกว่า สึเมะเอะริ (詰襟) หรืออาจจะคุ้นในอีกชื่อก็คือ กัคคุรัน (学ラン) ซึ่งเป็นเสื้อมีปกที่กลัดกระดุมจากบนลงล่าง กระดุมมักมีตราของโรงเรียน กางเกงเป็นกางเกงขายาว ทั้งชุดสีดำหรือสีเข้ม ๆ โดยปกติชุดนักเรียนแบบนี้จะมีกระดุมอยู่ 5 เม็ด

ความหมายของกระดุมเม็ดที่สองคือ?

ว่ากันว่า กระดุมเม็ดที่สองแสดงถึงคนที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นเม็ดที่อยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับหัวใจมากที่สุด เราจึงให้กระดุมเม็ดนี้กับคนที่สำคัญที่สุดของเรา ซึ่งก็หมายถึงคนที่ชอบ มีทั้งเด็กผู้ชายให้กระดุมกับเด็กผู้หญิงที่ชอบ หรือเด็กผู้หญิงมาขอกระดุมจากเด็กผู้ชายที่ชอบ

ที่มาของกระดุมเม็ดที่สอง?

มีข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับที่มาของการให้กระดุมนี้หลายทฤษฎีเลยค่ะ

ที่มาจากช่วงสงคราม

ในช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศญี่ปุ่นไม่สามารถเตรียมเครื่องแบบทหารสำหรับชายหนุ่มที่จะไปสนามรบได้ เนื่องจากขาดแคลนเสบียง จึงต้องใส่ชุดนักเรียนกักคุรันไปสงครามทั้งอย่างนั้น

ก่อนจะไปสงครามก็เกรงว่าตนอาจจะเสียชีวิตในสงคราม จึงมีการให้กระดุมแก่คนรักไว้เพื่อเป็นของต่างหน้า ถ้าเป็นกระดุมเม็ดแรก ก็จะไม่สามารถปิดกระดุมที่คอเสื้อได้ จะโดนหัวหน้าว่าได้ว่าแต่งตัวไม่เรียบร้อย จึงให้เม็ดที่สองที่ไม่ค่อยเตะตาแทน

ที่มาจากภาพยนตร์

หรืออาจจะมีที่มาจากภาพยนตร์เรื่องหนึ่งของญี่ปุ่นที่ชื่อว่า Yokaren monogatari: Konpeki no sora tooku (予科練物語 紺碧の空遠く) ซึ่งฉายในปี 1960 เป็นเรื่องราวความรักของชายหญิงคู่หนึ่ง ก่อนที่พระเอกจะได้บอกความในใจกับนางเอก พระเอกก็ต้องไปสงครามในฐานะกองกำลังโจมตีพิเศษเสียก่อน ตอนจากลากัน ฝ่ายชายจึงมอบกระดุมเม็ดที่สองให้กับฝ่ายหญิง แต่จากนั้นฝ่ายชายก็เสียชีวิต ว่ากันว่าหลังหนังเรื่องนี้ฉาย วัฒนธรรมการให้กระดุมเม็ดที่สองแก่ฝ่ายหญิงตอนจากลากันในพิธีจบการศึกษาจึงแพร่หลาย

เพื่อคว้าหัวใจ

เหตุผลนี้ง่าย ๆ เลย ก็เพราะว่าเม็ดที่สองเป็นเม็ดที่ใกล้กับหัวใจที่สุด การให้หรือรับเม็ดที่สองจึงเป็นการคว้าหัวใจของคนที่ชอบนั่นเองค่ะ

ทำไมเด็กนักเรียนชายญี่ปุ่นต้องให้กระดุมเม็ดที่ 2 ในวันจบการศึกษา? แล้วเม็ดอื่น ๆ ล่ะ?

เม็ดที่หนึ่ง แสดงถึงตัวเอง
เม็ดที่สอง แสดงถึงคนสำคัญ
เม็ดที่สาม แสดงถึงเพื่อน
เม็ดที่สี่ แสดงถึงครอบครัว
เม็ดที่ห้า แสดงถึงคนอื่น

แต่อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าความหมายของกระดุมแต่ละเม็ดจะแตกต่างกันตามยุคสมัยและพื้นที่ บ้างก็ว่าเม็ดแรกคือเพื่อน เม็ดที่สี่และห้าคือเม็ดสำรองของเม็ดที่สอง เป็นต้น

ใบจบการศึกษา

แต่เหมือนช่วงหลังมานี้จะไม่ค่อยมีแล้ว

จากผลสำรวจจากนิตยสาร cancam ของญี่ปุ่นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เมื่อสอบถามเด็กมัธยมปลายและเด็กมหาวิทยาลัยในช่วงอายุ 10-20 ปีจำนวน 376 คนว่า มีวัฒนธรรมการให้กระดุมเม็ดที่สองในวันจบการศึกษาหรือไม่ ก็ได้คำตอบมาดังนี้

34% ตอบว่า มี
53% ตอบว่า เคยได้ยิน แต่ไม่มี
13% ตอบว่า ไม่เคยได้ยินเลย

จากผลสำรวจแสดงให้เห็นเลยว่า กว่าครึ่งเคยได้ยินธรรมเนียมนี้ แต่ไม่มีการทำแล้ว และอีก 13% ที่ไม่เคยได้ยินเลย จึงกล่าวได้ว่า เกือบ 70% ไม่มีการให้กระดุมกันแล้ว เหมือนว่าวัฒนธรรมนี้กำลังจะเริ่มหายไปจากญี่ปุ่น โดยเมื่อลองถามนักเรียนในช่วงอายุ 20 ต้น ๆ ส่วนใหญ่ก็ตอบว่าเคยให้กระดุมอยู่ จึงดูเหมือนว่าการเปลี่ยนแปลงเพิ่งจะมีไม่นานนี้เอง

ชุดนักเรียนแบบสูทเบลเซอร์

เป็นไปได้ว่า อาจจะเป็นเพราะว่าหลาย ๆ โรงเรียนเปลี่ยนจากชุดนักเรียนแบบกัคคุรัน มาเป็นแบบเบลเซอร์ (ブレザー) หรือแบบเสื้อสูทมากขึ้น กรณีของกัคคุรัน เหตุผลที่ให้กระดุมที่สองเพราะใกล้หัวใจ แต่ถ้าเป็นแบบเบลเซอร์ เม็ดที่สองจะไกลจากหัวใจ หลาย ๆ คนก็อาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องให้กระดุมเม็ดที่สอง

หรืออาจจะเป็นเพราะว่าในยุคนี้มีทั้งไลน์หรือโซเชียลทางอื่นที่ติดต่อกันได้ง่ายขึ้น การเรียนจบก็เลยไม่ได้รู้สึกถึงการจากลา หรือรู้สึกว่าพิธีจบเป็นจุดเปลี่ยนอะไรเท่าไร อาจจะเป็นยุคที่ได้ไลน์ไอดี ยังดีเสียกว่าการได้กระดุมเม็ดที่สองจากรุ่นพี่ที่ชอบหรือคนที่ชอบ

แต่ถึงจะไม่ค่อยมีแล้ว วัฒนธรรมนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นความทรงจำหวานอมเปรี้ยวของหลาย ๆ คนทีเดียวค่ะ

ตัวอย่าง

“จากคนมีประสบการณ์ต่างคนต่างคิดว่าแอบรักข้างเดียว.. ฉันไม่ได้กระดุมเม็ดที่สองในวันจบค่ะ แต่สุดท้ายก็ได้ผ่านคนอื่นมาอีกที♡” “โรงเรียนของเราเป็นชุดแบบเบลเซอร์ ก็เลยไม่มีวัฒนธรรมการให้กระดุมเม็ดที่สอง แต่ให้ตราโรงเรียนตรงอกแทน ฉันเองก็ได้มาจากรุ่นพี่เหมือนกัน แล้วฉันก็ให้รุ่นน้องที่มาขอด้วยค่ะ” (ในกรณีของเบลเซอร์ ผู้หญิงก็จะมีตราโรงเรียนด้วยเหมือนกัน) “อย่าว่าแต่กระดุมเม็ดที่สองเลย เด็กผู้ชายที่ฮอต ๆ ในคลาส ทั้งกระดุมกลัดแขนเสื้อ เนคไท กระเป๋าก็โดนเอาไปหมด”

บ้านเราไม่มีอะไรแบบนี้ แต่ดูแล้วก็เป็นอะไรที่น่ารักดีเหมือนกันนะคะ แต่จะว่าไปไทยเราก็มีการเขียนเฟรนด์ชิพแลกกันหรือการเขียนเสื้อเหมือนกันเนอะ เหมือนแต่ละที่ก็มีวัฒนธรรมในวันจากลากันอย่างนี้แตกต่างกันออกไป แต่ทั้งหมดก็ล้วนแล้วแต่เป็นความทรงจำดี ๆ ทั้งนั้นเลยว่าไหมคะ

สรุปเนื้อหาจาก: jpnculture, cancam
ผู้เขียน: cottoncandy

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...