โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สิงห์ เอสเตท ชูนิคมอุตสาหกรรม “เอส อ่างทอง” เป็นจุดยุทธศาสตร์แห่งใหม่ รองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ตอบโจทย์การลงทุนระยะยาว

Wealthy Thai

อัพเดต 12 มี.ค. 2568 เวลา 07.30 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. 2568 เวลา 04.25 น.

ในช่วงเวลาที่การลงทุนในไทยกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกภายใต้สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการสนับสนุนของภาครัฐ และโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนด้านพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติและแรงงานที่มีทักษะ ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายของการลงทุนในอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล ศูนย์ข้อมูล และอิเล็กทรอนิกส์นิคมอุตสาหกรรม “เอส อ่างทอง”หรือ SIE โดยบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ ‘S’ กำลังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญแห่งหนึ่งในแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศไทย และยังเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย พร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและสังคมเพื่อช่วยเสริมศักยภาพและกระตุ้นการลงทุนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

FDI ไทยพุ่งแรง เติบโตสูงถึง 25%

การลงทุนในประเทศไทยกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากภาครัฐและโครงสร้างเศรษฐกิจที่เอื้อต่อภาคอุตสาหกรรม ค่าเงินบาทที่ดึงดูดนักลงทุน แรงงานทักษะสูงและทำเลที่ตั้งใจกลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในปี 2567 เติบโตอย่างโดดเด่น มูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 25% และจำนวนโครงการขยายตัว 51% เมื่อเทียบกับปีก่อนโดยอุตสาหกรรมที่ได้รับการลงทุนสูงสุด ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรและยานยนต์
ขณะที่อุตสาหกรรมดิจิทัลเติบโตถึง 3,585% ตอกย้ำศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ บนเวทีโลก[1]

ภาครัฐเดินหน้าเต็มกำลัง พร้อมมาตรการดึงดูดการลงทุน

ภาครัฐยังคงเดินหน้าส่งเสริมการลงทุนผ่านมาตรการสนับสนุนต่างๆ เช่น สิทธิประโยชน์ด้านภาษีจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)[2]และนโยบายการขับเคลื่อนการพัฒนาศูนย์กลางด้านดิจิทัลแห่งภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Digital Hub) ด้วยการพัฒนาโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) นำร่องใน 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับนิคมอุตสาหกรรมทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในด้านระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ที่เหมาะสมแก่การลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ

“อ่างทอง” ทำเลทองแห่งใหม่ของอุตสาหกรรมไทย

ภาคกลางถือเป็นอีกพื้นที่ยุทธศาสตร์หลักในการลงทุนด้านนิคมอุตสาหกรรม ด้วยเป็นพื้นที่ที่ใกล้กับกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการค้า สามารถกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคอื่นๆ ได้สะดวก และมีความพร้อมด้านแรงงาน โดยจังหวัดอ่างทองถือเป็นจุดยุทธศาสตร์แห่งใหม่ ด้วยจุดเด่นด้านโลจิสติกส์ที่เชื่อมต่อภาคกลางตอนบนและกรุงเทพฯ ทำให้สามารถรองรับภาคอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นตลาดในประเทศและการกระจายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเป็นใจกลางพื้นที่เกษตรกรรมและเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร และเกษตรแปรรูป นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรและแรงงานในพื้นที่โดยรอบและใกล้เคียง
กำจร ลีประพันธ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส อินดัสเทรียล เอสเตท จำกัดกล่าวว่า “เอส อ่างทองถูกพัฒนาขึ้นเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์เพื่อความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมแห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด ‘Eco Factory & Green Industry’เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่ด้วยทำเลศักยภาพที่เชื่อมต่อระบบโลจิสติกส์ นวัตกรรมและเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยรวมถึงสาธารณูปโภคแบบครบวงจร ทั้งระบบพลังงานสะอาด ระบบไฟที่มีเสถียรภาพ ความมั่นคงด้านระบบน้ำ ที่พร้อมรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายหลายด้าน โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น PC Board ที่กำลังเติบโตควบคู่ไปกับเทรนด์ AIของโลกในปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง เรามุ่งหวังให้เอส อ่างทองเป็นศูนย์กลางการลงทุนที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไทย สร้างโอกาสให้กับชุมชนและเกษตรกรไทยโดยรอบสู่อุตสาหกรรม 4.0อย่างยั่งยืน”

โครงสร้างพื้นฐานล้ำสมัย รองรับอุตสาหกรรมอนาคต

“เอส อ่างทอง” ถูกพัฒนาให้สอดรับกับแนวโน้มอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนแปลง เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ สามารถตอบสนองความต้องการของนักลงทุนและผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างครบวงจร โดยให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการความต่อเนื่องในการดำเนินงาน

  • ระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: ใช้โรงงานไฟฟ้าพลังงานความร้อนผลิตกระแสไฟฟ้าคาร์บอนต่ำ จำนวน 3 แห่ง กำลังผลิตรวม 403 เมกะวัตต์ พร้อมระบบสำรองไฟฟ้า เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอด 24ชั่วโมง นอกจากนี้ยังส่งเสริมพลังงานสะอาดผ่านโซลาร์เซลล์ลอยน้ำและโซลาร์เซลล์บนอาคาร เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนสู่สิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับความต้องการแบบใหม่ของผู้ผลิตทั่วโลกที่ต้องการโรงงานที่มีมาตรฐาน
    ด้านสิ่งแวดล้อมเป็นองค์ประกอบในการดำเนินงาน

  • โครงสร้างระบบน้ำที่ยั่งยืน: สามารถผลิตน้ำประปาคุณภาพสูงด้วยเทคโนโลยี Ultra-Filtration กำลังการผลิต 10,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน พร้อมระบบควบคุมอัตโนมัติ อ่างเก็บน้ำ 384 ไร่ และบ่อหน่วงน้ำฝน รวมความจุ 6.38 ล้านลูกบาศก์เมตร รองรับอุตสาหกรรมทุกประเภท โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร นอกจากนี้ยังมีระบบบำบัดน้ำเสีย 6,610.9 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน สามารถนำน้ำกลับมาใช้รดต้นไม้ เพื่อลดการใช้น้ำและส่งเสริมความยั่งยืนควบคู่กัน

  • โลจิสติกส์เชื่อมต่อทุกทิศทาง: การที่มีโครงการติดถนนสายเอเชีย ซึ่งถือเป็นเส้นทางหลักของประเทศช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนด้านขนส่ง รองรับการกระจายสินค้าภายในประเทศและพื้นที่ใกล้เคียง ตั้งแต่ต้นทุนการผลิตจนถึงต้นทุนการขาย

“เอส อ่างทอง”พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นและอุตสาหกรรมไทย ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยและแนวคิดการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว รองรับกลุ่มธุรกิจที่ต้องการพื้นที่สำหรับการผลิตและกระจายสินค้าอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและพลังงานสะอาด พร้อมสาธารณูปโภคที่มีเสถียรภาพ ทั้งระบบน้ำและไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยพื้นที่สีเขียวภายในนิคมอุตสาหกรรม พื้นที่พาณิชยกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น ผ่านการสร้างงาน การพัฒนาโครงการเพื่อชุมชน และการเปิดโอกาสทางธุรกิจให้กับภาคเอกชนและผู้ประกอบการ SME บนทำเลศักยภาพที่เชื่อมต่อเส้นทางโลจิสติกส์หลักของประเทศ เพื่อเป็นศูนย์กลางการลงทุนที่ตอบโจทย์นักลงทุนและผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ต้องการขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

[1] สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

[2] สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...