โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สื่อนอกตีข่าว “ไทย” ส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 ชีวิตกลับ “ซินเจียง” หวั่นละเมิดสิทธิมนุษยชน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 27 ก.พ. 2568 เวลา 12.41 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (27 ก.พ. 68) ในสังคมออนไลน์โดยเฉพาะในกลุ่มเอ็นจีโอด้านสิทธิมนุษยชน ได้ออกมาตั้งคำถามถึงกระแสข่าวว่าทางการไทยได้ดำเนินการส่งชาวอุยกูร์จำนวน 40 คนที่ลักลอบเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมายกลับประเทศจีนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการขัดกฎหมายไทย และกฎหมายระหว่างประเทศนั้น

ล่าสุด สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยได้ดำเนินการส่งตัวชาวจีนที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจำนวน 40 คนกลับสู่มณฑลซินเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านเที่ยวบินเช่าเหมาลำของบริษัทการบินพลเรือนของจีน ซึ่งเป็นไปตามเป็นมาตรการความร่วมมือเชิงรูปธรรมระหว่างไทยและจีน ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดนและปกป้องสิทธิของพลเมืองจีน ตามกฎหมายของทั้งสองประเทศและแนวปฏิบัติระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ กลุ่มชาวจีนที่ถูกส่งตัวกลับในครั้งนี้อยู่ภายใต้การควบคุมตัวในประเทศไทยเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี เนื่องจากปัจจัยระหว่างประเทศที่ซับซ้อน โดยภายหลังจากที่สถานการณ์เอื้ออำนวย หน่วยงานด้านความมั่นคงสาธารณะและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของจีนได้ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่ออำนวยความสะดวกให้บุคคลกลุ่มนี้ได้เดินทางกลับประเทศและกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ

สอดคล้องกับข้อมูลของสำนักข่าวซินหัว รายงานอ้างอิงกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนว่า การส่งตัวกลับของบุคคลกลุ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างไทยและจีน พร้อมทั้งป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน โดยดำเนินการตามกฎหมายของทั้งสองประเทศ ตลอดจนปฏิบัติตามมาตรฐานสากลในการบังคับใช้กฎหมาย

ก่อนที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ยอมรับว่า ชาวอุยกูร์จำนวน 40 คนที่ถูกควบคุมโดยตำรวจ ตม.เป็นเวลา 10 ปี ได้ถูกส่งตัวกลับประเทศจีน และถึงจุดหมายปลายทางเป็นที่เรียบร้อย โดยทางการจีนได้ให้คำมั่นในเรื่องความปลอดภัย ที่พักอาศัย และเปิดโอกาสให้ญาติเดินทางมารับที่มณฑลซินเจียง พร้อมทั้งระบุว่าจะมีการตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของบุคคลกลุ่มดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ยังมีชาวจีนอีก 8 คนที่กระทำผิดกฎหมายในไทยและถูกส่งกลับเช่นกัน ทั้งนี้ ทางการจีนได้แสดงความจริงใจโดยการออกเอกสารยืนยันว่าผู้ที่ถูกส่งตัวกลับทั้งหมดจะได้รับการดูแลตามมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชน

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังระบุว่า กระบวนการส่งตัวใช้เทคนิคและยุทธวิธีที่คำนึงถึงความปลอดภัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสิทธิมนุษยชน โดยกำหนดให้ขบวนเคลื่อนย้ายเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน เพื่อลดผลกระทบต่อการจราจรและควบคุมสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การควบคุมตัวชาวอุยกูร์เป็นเวลานานกว่า 10 ปี ส่งผลให้ภาครัฐต้องรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก

ทั้งนี้ เมื่อถูกถามถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับจีน และความเป็นไปได้ที่สถานการณ์อาจสร้างความไม่พอใจในระดับนานาชาติ ผบ.ตร. ระบุว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานด้านความมั่นคงได้เตรียมมาตรการดูแลสถานที่สำคัญและความปลอดภัยของประชาชนอย่างรัดกุม พร้อมยืนยันว่าการส่งตัวครั้งนี้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่ได้มีการบังคับหรือการต่อต้านจากผู้ที่ถูกส่งตัว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด

“การส่งตัวผู้ที่หลบหนีเข้าเมืองตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองเป็นเรื่องปกติ เช่นเดียวกับกรณีที่ไทยจับกุมชาวต่างชาติและส่งกลับประเทศต้นทาง กรณีของชาวอุยกูร์ก็ไม่แตกต่างกัน พวกเขาควรได้รับโอกาสกลับบ้านเช่นกัน” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าว

ในส่วนของกระแสต่อต้านจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจกระทบต่อการจัดอันดับด้านการค้ามนุษย์ของไทย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ระบุว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง และได้หารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินการเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานสากล

โดยก่อนหน้านี้ ด้าน มาร์โค รูบิโอ วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ประกาศคัดค้านแผนการส่งตัวชาวอุยกูร์ 48 คนที่ถูกควบคุมตัวในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2014 กลับประเทศจีน

รูบิโอ ระบุว่า เขาจะกดดันรัฐบาลไทยไม่ให้ส่งตัวชาวอุยกูร์เหล่านี้กลับจีน เนื่องจากมองว่าการกระทำดังกล่าวอาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้ถูกส่งกลับ

นอกจากนี้ รูบิโอยังกล่าวถึงชะตากรรมของชาวอุยกูร์ในจีนว่าเป็น "หนึ่งในเรื่องที่น่ากลัวที่สุดที่เคยเกิดขึ้นมา" และเสริมว่า "คนเหล่านี้คือผู้ที่ถูกรวบตัวจับเพราะเชื้อชาติและศาสนาของพวกเขา และพวกเขาก็ถูกส่งตัวไปอยู่ในค่าย กลายเป็นคนที่ไร้ตัวตน ถูกบังคับใช้แรงงาน – เป็นแรงงานทาส"

การคัดค้านของรูบิโอสะท้อนถึงความกังวลของสหรัฐฯ ต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นกับชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งกลับจีน และเป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนของสหรัฐฯ ในการปกป้องสิทธิมนุษยชนในระดับสากล

อนึ่งก่อนหน้านี้ ในปี 58 รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ดำเนินการส่งตัวชาวอุยกูร์กว่า 100 คนกลับสาธารณรัฐประชาชนจีน การกระทำดังกล่าวส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและสิทธิมนุษยชนของชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งกลับ

อีกทั้งเหตุการณ์นี้ยังนำไปสู่ความตึงเครียดทางการทูต โดยสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงอังการา ประเทศตุรกี ถูกกลุ่มผู้ประท้วงบุกทำลายข้าวของ ส่งผลให้คนไทยประมาณ 1,300 คนในตุรกีต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่าการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับจีนอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่เหตุการณ์ระเบิดที่ศาลพระพรหมเอราวัณในกรุงเทพมหานคร ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 20 ราย แม้ว่าจะไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างสองเหตุการณ์นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...