โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กู้ 500,000 ล้าน กระตุ้น ศก.ไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 เม.ย. 2568 เวลา 04.22 น. • เผยแพร่ 26 เม.ย. 2568 เวลา 04.22 น.
พิชัย ชุณหวชิร

คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

ในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (The World Economic Outlook : WEO) ฉบับเดือนเมษายนปี 2568 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2025 ลงเหลือ 2.8% จากประมาณการก่อนหน้านี้ที่ 3.3% หรือปรับลดลงถึง 0.5% ส่วนประมาณการเศรษฐกิจโลกปี 2569 IMF คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3% ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์ไปเมื่อเดือนมกราคม 0.3% โดยการปรับลดประมาณการเติบโตเศรษฐกิจครั้งล่าสุดนี้เป็นผลมาจากมาตรการทางการค้าและภาษีใหม่ของรัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีทรัมป์

ในรายงานของ IMF ฉบับเดียวกันนี้ได้กล่าวถึงประเทศไทย ก็ถูกปรับลดประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจปี 2025 ลงเหลือแค่ 1.8% ด้วย จากประมาณการก่อนหน้านี้ที่ IMF ประมาณการไว้ที่ 2.9% นับเป็นการปรับลดลงถึง 1.1% โดยประมาณการเติบโตของ GDP ไทยปี 2569 คาดการณ์ว่า จะชะลอตัวต่อเนื่องอยู่ที่ 1.6% เท่านั้น

แต่ที่สำคัญก็คือ เมื่อเทียบประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจกับกลุ่มประเทศที่มีระดับการพัฒนาใกล้เคียงกันและกลุ่มประเทศเกิดใหม่ในเอเชียจะพบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจว่า เศรษฐกิจของประเทศไทย จะโตต่ำสุด ไม่ว่าจะเป็น ฟิลิปปินส์ 5.5%, อินโดนีเซีย 4.7%, มาเลเซีย 4.1% และเวียดนาม ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญทางการค้าของไทยก็ยังรักษาอัตราเติบโตไว้สูงถึง 5.2% ทั้ง ๆ ที่ทุกประเทศต่างก็ได้รับผลกระทบจากนโยบายทางการค้าและการขึ้นกำแพงภาษีของสหรัฐเหมือน ๆ กัน

ด้านรัฐบาลไทยโดย นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แม้จะแสดงความเห็นว่า ตัวเลข GDP ที่ 1.8% นั้น “เป็นการประเมินเบื้องต้น” แต่ก็พร้อมที่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อ “ชดเชย” ในส่วนของ GDP ที่จะหายไป และตั้งความหวังที่จะรักษาอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ที่ระดับเดิมคือ 3% โดยในการนี้อาจจะต้องใช้วงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่ต่ำกว่า 500,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการบริโภค การลงทุนในประเทศและให้ซอฟต์โลน

แต่ปัญหาก็คือ วงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดนี้จะหาแหล่งเงินมาจากไหน ในขณะที่กระทรวงการคลังมีความเห็นว่า อาจจะมาจากการเกลี่ยงบประมาณ หรือเงินเหลือจากงบฯกระตุ้นเศรษฐกิจ 150,000 ล้านบาทที่ยังใช้ได้อยู่ หรือการปล่อยสินเชื่อจากสถาบันการเงินของรัฐ ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอ ขณะที่วิธีการสุดท้ายก็จะหนีไม่พ้นการกู้ ซึ่งก็จะมีข้อจำกัดในเรื่องของหนี้สาธารณะ ปีงบประมาณ 2568 มีหนี้สาธารณะอยู่ที่ 12.1 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 64.21% ของ GDP โดยรัฐบาลกู้ชดเชยขาดดุล 8.6 แสนล้านบาท และยังมีช่องว่างกู้ชดเชยขาดดุลเหลือ 4,000 ล้านบาท

ดังนั้น หากต้องกู้เงินเพิ่มอีก 500,000 ล้านบาท ก็จะกระทบหนี้สาธารณะต่อ GDP เพิ่มอีก 3% ใกล้เคียงกับเพดานหนี้สาธารณะที่กำหนดไว้ไม่ให้เกิน 70% กลายมาเป็นคำถามที่ว่า จะต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะหรือไม่ และการขยายจะกระทบต่อความเชื่อมั่นมากน้อยเพียงใด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กู้ 500,000 ล้าน กระตุ้น ศก.ไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...