คุย 'พี่อ้อย' ตัวแม่ตัวมัม 'คลับ ฟลายเดย์' ทำไมยุคนี้ 'คนนอกใจ' กันง่ายจัง
คุย ‘พี่อ้อย’ ตัวแม่ตัวมัม ‘คลับ ฟลายเดย์’ ทำไมยุคนี้ ‘คนนอกใจ’ กันง่ายจัง
เข้าสู่ช่วงเทศกาลวันวาเทนไลน์แบบนี้ หากพูดถึงกูรูศิราณีด้านความรักคงต้องมีชื่อของดีเจอ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล ตัวแม่ตัวมัมจากรายการ คลับ ฟลายเดย์ ขึ้นมาอยู่ในลำดับต้นๆ แน่นอน โอกาสนี้ ‘มติชน’ เลยมาขอคำแนะนำชี้มุมมองรอบด้านของความรักเสียหน่อย โดยเฉพาะเรื่องของ‘การนอกใจ’ ที่พี่อ้อยบอกว่าเป็นหนึ่งในปัญหาที่ถูกถามและขอคำปรึกษามาเป็นอันดับต้น ๆ
“อย่างที่บอก คลับฟรายเดย์ 5 ปีหลัง คำถาม เรื่องของการนอกใจมีเสมอ เพราะการนอกใจมีเสมอเรา”
ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าคนหลายคนคิดว่าการนอกใจเป็นเรื่องธรรมดา “พี่อยากจะบอกว่าถ้าคิดว่าการนอกใจเป็นเรื่องธรรมดา การเสียน้ำตาก็เป็นเรื่องปกติ เพราะนอกใจมันเจ็บไง”
หากจะถามหาทางแก้ ดีเจพี่อ้อยก็บอกว่า หลักการเดิมๆ ที่มักจะบอกอยู่ทุกครั้งว่า “รักใครก็อยู่กับคนนั้น ถ้าไม่รักกันก็บอกเลิกให้จบ อย่าไปคบซ้อน” รวมถึง “ถ้าเขามีเจ้าของแล้วก็อย่ายุ่ง”
“พี่มีความรู้สึกแบบนั้นนะ ไม่อย่างนั้นความรักเรามันไปทำร้ายใครต่อใคร สุดท้ายมันจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเอง”
ความรักไม่เกี่ยวกับว่าคุณเป็นใคร คนธรรมดาหรือคนดัง คนสาธารณะ “เมื่อคุณรักมาก ต่างคนต่างรักมาก ก็ต้องให้เกียรติกัน”
“มันไม่เกี่ยวกับว่าคุณเป็นบุคคลสาธารณะหรือเปล่าแล้ว มันต้องทำให้ความรักของเรามากขึ้นหรือน้อยลงกว่าคนอื่นมันไม่ใช่เลย” สิ่งที่ควรทำมีเพียงแค่ต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่สิ่งที่ถูกต้องคืออะไร?
“ก็เรารักเขาเราก็ไม่มีใคร เขารักเราเขาก็ไม่มีใคร มันก็จบ”
แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ดันเป็นความรักที่เราแอบอนุญาตให้เกิดขึ้น คิดว่าไม่เป็นไรหรอกคนอื่นไม่รู้ มันไม่มีทางไม่รู้ “วันนี้โลกส่วนตัวกับโลกส่วนรวมมันเกิดขึ้นจนแทบจะเป็นโลกเดียวกันแล้ว เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณโพสต์อะไรลงโซเชียล มันจะมีคนตามเข้ามาเหมือนคุณเปิดประตูบ้านให้เขาเข้าไปอยู่ในบ้านอยู่แล้วเพราะฉะนั้นพี่ว่าจะสาธารณะหรือไม่สาธารณะ รักใครคือการให้เกียรติกัน เมื่อรักกันก็จะไม่ทำร้ายจิตใจกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง พี่ว่ามันคือแค่นี้จริงๆ”
การเจอคนที่ใช่ในเวลาที่ผิด ก็ต้องบอกว่า ไม่ใช่ แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นก็เมื่อเริ่มอนุญาตให้มีคำว่า ‘ได้..ไม่เป็นไรหรอก’ ก็อยากจะบอกว่า “ความรู้สึกของคนเรามันเบรกยากค่ะหนู”
“มันไม่มีวันที่เราจะบอกว่าเราเบรกได้เอี๊ยดไม่มีทางเพราะว่านอกใจกับติดยาเหมือนกัน คือคิดว่ามันจะไม่ติด คิดว่ามันไม่น่าเป็นอะไร แล้วพอเราบอกว่าไม่เป็นไร แป๊บหนึ่งเรื่องใหญ่มันจะตามมา”
“รักสนุกแต่ไม่ผูกพันอยู่แล้วค่ะ อย่างนี้ แล้วถ้ารักสนุกแล้วดันผูกพันล่ะคะ เอาแล้วสิ ถ้าเอาหัวใจลงไปเล่น ก็ในเมื่อดีลแรกของคนต่างคนต่างสนุก แล้วคุณก็จะเริ่มทุกข์เพราะคุณไม่ได้แค่สนุกแล้ว แต่คุณเริ่มรัก”
เพราะฉะนั้นยังรู้สึกเสมอว่า “อย่าเล่นกับความรู้สึกของใคร แม้กระทั่งความรู้สึกของตัวเอง”
เมื่อถาม ดีเจพี่อ้อยว่า คิดว่ายุคนี้การเริ่มต้นมีความรักอายุน้อยลงทุกทีไหม ก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า “จริงๆ แล้วก็เริ่มต้นความรักอายุในน้อยมีมาหลายยุคแล้ว เพียงแต่ว่ายุคนี้ พอมีความรักแล้วก็โพสต์ลงโซเชียล พอเราปัดไปเจอ เห้ย..มีแฟนแล้วหรอเนี่ย”
“บางทีเราก็รู้สึกว่าตอนนั้นฉันยังโดดยางอยู่เลย ป.5-ป.6 ทำไมรู้สึกดีต่อกันได้แล้ว อะไรอย่างนี้”
“มันไม่ได้ทำให้ความรักดูอายุน้อยลง แต่มันทำให้เรารับรู้มากขึ้นว่าตอนนี้ปัญหาความรักของคนอื่นๆ เป็นยังไง”
ซึ่งถ้าเป็คยุคก่อนโซเชียลหากจะเปรียบเทียบง่ายๆ ก็คือ “ถ้าไม่เปิดประตูบ้านไม่มีใครรู้นะว่าเรื่องในบ้านเป็นยังไง แต่วันนี้ทำอะไรก็ตามเราลงโซเชียลกันหมดฉันสามารถรู้เรื่องชาวบ้านเต็มไปหมดเลย เลยทำให้รู้สึกว่าทำให้โลกนี้อยู่ยากขึ้น จริงๆ มันอาจจะอยู่ยากมาตั้งนานแล้ว เพียงแต่ความอยู่ยากนะมันถูกเปิดเผยลงในโซเชียล”
และถ้าหากจะต้องให้คำแนะนำกับผู้ใหญ่หรือพ่อแม่ ที่ลูกหลานเริ่มมีความรัก ดีเจพี่อ้อยก็ว่า “อย่าไปห้าม” และใช้วิธีพูดคุยที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจที่ได้คุยได้บอกเล่าให้เราฟัง เช่น ‘อ้าวหรอ อุ้ย ไหนดูหน้าตาหน่อยสิ โหย.. หนูไม่ต้องห่วงลูกตอนเป็นเด็กแม่แซ่บกว่าหนูอีก’ หรือ ‘อ้าว..เพื่อนมีแฟนหรอเนี่ย แล้วหนูมีแฟนหรือเปล่าลูก มีใครมาอะไรหรือเปล่าเนี่ย’
“อย่างน้อยเราอยู่ข้างๆ แม้ไม่เข้าข้างด้วยนะ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เราห้าม คุณจะอยู่คนละโลกกับเขา ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ไม่ว่าเขาเจออะไร คุณจะไม่ใช่คนที่มารับรู้ความสัมพันธ์ของเขาอีกแล้ว เรายังอยู่ข้างเขาเสมอไม่ว่าเจออะไร ไม่มีอะไรที่เราต้องโกรธ เขาก็จะรู้สึกว่าบอกแม่ได้”
“ทุกคนพูดเหมือนกันหมดว่าเด็กทุกวันนี้เลี้ยงยาก พี่ว่าอยากจริง แล้วถ้าบางเรื่องเราไม่สอนเดี๋ยวจะมีครูที่เป็นคนอื่นๆ ครูในโซเชียลเข้ามาสอนเขาเต็มไปหมดเลย เพราะฉะนั้นเราต้องสอนเขาว่าแค่ไหนดี แต่เราจะรู้ว่าแค่ไหนดีตรงที่เราฟังเขาด้วย”
ก่อนจะยกตัวอย่างจากแฟนๆ รายการ คลับ ฟรายเดย์ ที่โทรเข้ามาขอคำปรึกษา เมื่อลูกมีแฟน และถูกทำร้ายจิตใจจนไปเรียนไม่ไหว “เขาก็จะมาถามว่า ทำยังไงดีแม่ควรไปคุยกับทางนั้นไหม แบบนี้เลยนะ” ซึ่งคำตอบที่ได้ให้กลับไปก็เป็นว่า “แม่ไม่ต้องเลย” ด้วยเพราะ “เขาต้องเรียนรู้ความได้ดั่งใจและไม่ได้ดั่งใจ ไม่อย่างนั้นเขาจะรู้สึกว่าโลกใบนี้มันง่าย ขณะที่อะไรที่ไม่ได้ดั่งใจปุ๊บฉันจะทำร้ายตัวเอง”
คนเป็นพ่อแม่ควรรับฟังและให้คำปรึกษาเฉพาะที่เขาเข้ามาปรึกษา “และต้องให้เกียรติเขาด้วย อะไรก็ตาม ไม่ต้องพยายามไปจิก ไปส่อง ไปตาม เราที่เคยเป็นเด็กในวันนั้น เมื่อก่อนเวลามีใครเข้ามายุ่มย่าม พื้นที่ของเราๆ ยังโกรธเลย แม้ว่ามันไม่ได้มีอะไรในโลกของฉัน แต่มันดูเหมือน ‘แม่ไม่เชื่อหนูใช่ไหม‘ ”
“ไม่ว่าเขาจะอยู่ในวัยไหนก็ตามให้เกียรติในการเลือกของเขา ให้เกียรติในการเชื่อว่าเขาก็เป็นเด็กดีคนนึงของแม่ ‘แม่รู้ว่าหนูไม่ทำหรอก’ คำเหล่านี้มันค้ำคอมากกว่าคำว่า‘อย่านะ‘ ”
“เราเองเคยเป็นเด็กวัยนั้นมาก่อน เขาต่างหากที่ไม่เคยเป็นพ่อแม่ใคร”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คุย ‘พี่อ้อย’ ตัวแม่ตัวมัม ‘คลับ ฟลายเดย์’ ทำไมยุคนี้ ‘คนนอกใจ’ กันง่ายจัง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th