โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มีปลดด้วย! โมโนช่อง 29 หั่นค่าใช้จ่ายสุดซอย ปลดพนักงาน งัดใช้เอไออ่านข่าวในรายการข่าว

BTimes

อัพเดต 29 ก.พ. 2567 เวลา 18.26 น. • เผยแพร่ 29 ก.พ. 2567 เวลา 11.26 น. • BTimes.Biz

นายปฐมพงศ์ สิรชัยรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO เปิดเผยรายงานผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ในปี 2566 บริษัทฯมีรายได้รวม 1,895.4 ล้านบาท ลดลง 9.4% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปี 2565 โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 255.1 ล้านบาท เมื่อเทียบจากปี 2565 สำหรับในปี 2567 โมโนเปิดเผยว่า ได้ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ เริ่มจากการปรับลดพนักงานในทุกส่วนงานให้มีขนาดที่เหมาะสม และปรับลดขนาดธุรกิจในส่วนที่ไม่ทำกำไร พร้อมด้วยลดหน่วยงานที่ซ้ำซ้อน และมีการจ้างบริษัทภายนอกที่มีความชำนาญเข้ามาทดแทน ส่งผลให้ในปี 2567 มีค่าใช้จ่ายพนักงานปรับลดลงประมาณ 11 ล้านบาทต่อเดือน หรือลดลงคิดเป็น 33% เมื่อเทียบกับก่อนการปรับโครงสร้าง สำหรับธุรกิจทีวีดิจิทัล MONO เตรียมเผยแพร่ข่าวสั้นด้วยเสียงจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ โดยใช้เสียงจากผู้ประกาศข่าวต้นฉบับที่จะเริ่มออกอากาศเร็ว ๆ นี้ สำหรับธุรกิจออนไลน์พัฒนาระบบคำพยากรณ์จากหลากหลายศาสตร์ด้วย AI โดยร่วมมือกับเครือข่ายนักพยากรณ์ที่มีชื่อเสียง เพื่อให้บริการผ่านแอปพลิเคชั่น MTHAI นอกจากนี้ เตรียมพัฒนากระบวนการทำงาน ปรับปรุงงานสร้างสรรค์ และงานวิเคราะห์ด้วย Generative AI ได้แก่ งานกราฟิก งานตรวจสอบคุณภาพภาพยนตร์ งานวิเคราะห์พฤติกรรมการรับชม เป็นต้น ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการทำงานได้อย่างมาก ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2567 ผ่านมา มีรายงานข่าวจากแหล่งข่าวในวงการโทรทัศน์และสื่อสารมวลชน เปิดเผยตรงกันว่า สถานีโทรทัศน์ช่องโมโน 29 (MONO 29) ซึ่งดำเนินกิจการโดยบริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด ประกาศให้พนักงานที่เข้าข่ายรับทราบถึงการปลดพนักงานในบริษัทราว 80-90 คน ซึ่งกระจายในฝ่ายการทำงานรวมถึงฝ่ายข่าวด้วย เพื่อวัตถุประสงค์ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ รายงานข่าวดังกล่าวระบุเพิ่มเติมว่า ได้ทยอยปลดพนักงานเป็น 2 ล็อตๆประมาณ 40 คน ซึ่งได้ดำเนินการไปตั้งแต่กลางเดือนมกราคมจนถึงในปลายเดือนมกราคมผ่านไป สำหรับการปลดพนักงานด้วยการแจ้งยกเลิกการจ้างพนักงานในครั้งนี้ ได้มีการจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมาย ค่าตกใจจากการไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าด้วย ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2566 บมจ.โมโน เน็กซ์ ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมีบริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด อยู่ในเครือด้วยนั้น เป็นบริษัทที่ได้ชี้แจงไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการลาออกของนางสาวทัศนีย์ ควรแถลง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน หรือซีเอฟโอ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2566 ด้านข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่าด้านผลประกอบการกำไรหรือขาดทุนในช่วงระหว่างปี 2562 ถึงปี 2564 ปรากฏว่าดำเนินกิจการขาดทุนมาตลอดทั้ง 3 ปีติดต่อกัน เริ่มจากปี 2562 ขาดทุน - 259,817,303 บาท ปี 2563 ขาดทุน -599,878,195 บาท และปี 2564 ขาดทุน -154,576,545 บาท ส่งผลขาดทุนสะสม 3 ปีติดต่อกันรวมทั้งสิ้น -1,014,272,043 บาท อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการดำเนินงานในปี 2566 กลับพบว่า พลิกกลับมามีกำไร 11,973,473 บาท นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ กรุ๊ป หรือเอ็มไอ กรุ๊ป เปิดเผยว่า สื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ หรือวิทยุยังหดตัวต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้มีความเป็นไปได้ว่าสื่อดิจิทัลจะพลิกแซงสื่อโทรทัศน์ได้เป็นครั้งแรก สัดส่วนเม็ดเงินโฆษณาของสื่อหลักในปี 2567 ดังนี้ สื่อโทรทัศน์และสื่อดั้งเดิมอื่นๆ (สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โรงภาพยนตร์) อยู่ที่ 35% สื่อดิจิทัลอยู่ที่ 45% และสื่อนอกบ้านอยู่ที่ 20% ทั้งนี้ ช่อง โมโน 29 (MONO 29) ก่อตั้งขึ้นในปี 2556 หรือ 11 ปี โดยบริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด ในเครือ บมจ.โมโน เน็กซ์ เพื่อเริ่มธุรกิจโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล สำหรับราคาหุ้นบมจ. โมโน เน็กซ์ ปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 26 มกราคม 2567 ที่ราคาหุ้นละ 0.97 บาท ลดลง -0.01 บาท หรือ -1.02% ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่าบมจ. โมโน เน็กซ์ มีผลการดำเนินงานในช่วงระหว่างปี 2562-2565 ดังนี้ ปี 2562 ขาดทุนสุทธิ -616 ล้านบาท ปี 2563 ขาดทุนสุทธิ -661 ล้านบาท ปี 2564 กำไรสุทธิ 45 ล้านบาท และปี 2565 กำไรสุทธิ 69 ล้านบาท ล่าสุดปี 2566 เป็นงบดุล 9 เดือน ปรากฏว่า มีกำไรสุทธิ 8.67 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...