โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จับตา! SJWD เข้าคำนวณใน SET100 แทนที่ “TRUE กับ DTAC” หลังควบรวมเสร็จ พบมาร์เก็ตแคปเข้าเกณฑ์ ทะยานเกิน 3 หมื่นลบ.

Wealthy Thai

อัพเดต 07 ส.ค. 2566 เวลา 19.22 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. 2566 เวลา 11.50 น. • กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

หลังจากที่หุ้น TRUE (ใหม่ภายหลังจากควบรวมกับ DTAC) จะเข้าซื้อขายวันที่ 3 มี.ค.66 ซึ่งหากมองในมุมของหุ้นที่จะได้รับการเข้าคำนวณใน SET50 และ SET 100 แทนนั้น มีความเป็นไปได้สูงที่ SAWAD จะได้รับการเข้าคำนวณในดัชนี SET50 ขณะที่ SJWD มีโอกาสจะได้รับเข้าคำนวณใน SET 100 แทนนั้น
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ให้มุมมองถึง หุ้นสมาชิกที่จะเข้าคำนวณในดัชนี SET 100มีโอกาสที่ SJWD จะถูกนำเข้าคำนวณในดัชนีดังกล่าวค่อนข้างสูง เนื่องจากมาร์เก็ตแคปที่เพิ่มขึ้นเป็น 3.3 หมื่นล้านบาท หลังจากที่ SCGLและ JWD ทำการควบรวมกันแล้วเสร็จได้ทันในเดือนกุมภาพันธ์
โดยตามเกณฑ์คำนวนของตลาดหลักทรัพย์จะนำสมากชิกสำรอง 5 รายที่ถูกคัดเลือกไว้ ขึ้นมาคำนวณเป็นสมาชิกทดแทนสมาชิกเดิม ซึ่งกรณีเกิดจากการควบรวมของ TRUE และ DTACที่เห็นสมากชิกทั้งใน SET 50 และ SET 100 เป็น TRUEE ที่เข้าซื้อขายในวันที่ 3 มีนาคม จึงต้องมีการคำนวณใหม่อีกครั้ง
ในส่วนของรายชื่อดัชนี SET50 และ SET100 ที่มีการหายไปจะต้องมีการนำหุ้นเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่แทนตำแหน่งที่หายไป ซึ่งสมาชิกสำรองที่จะถูกเข้าคำนวณใน SET 100มีความเป็นไปทั้ง SIRI ที่มีมาร์เก็ตแคป 2.9 หมื่นล้านบาทและ SJWD ที่มีมาร์เก็ตแคป 3.3 หมื่นล้านบาท
แต่อย่างไรก็ดี จากมุมมองส่วนตัวระยะเวลาที่สมาชิกใหม่จะถูกนำเข้าคำนวณใน SET 100คาดว่าจะมีผลตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 66 ซึ่งเกณฑ์การคิดมาร์เก็ตแคปของ SIRI และ SJWD ตลาดหลักทรัพย์ฯจะคิดคำนวณจากราคาปิดตลาดในวันที่ 28 ก.พ. 66 หรือภายในวันนี้ก็จะได้ข้อสรุปว่าใครจะเป็นสมาชิกคนใหม่ใน SET 100

[SJWD โชว์รายได้ปี 65 เฉียด 6,000 ลบ.]

นายเอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน SJWD เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2565 ตามงบการเงินก่อนการรวมกิจการกับบริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ SCGL มีรายได้เติบโตเป็นที่น่าพอใจจากการดำเนินงานของธุรกิจหลักต่าง ๆ ที่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 5,988.2ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% จากปีก่อน ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่เคยวางไว้ 15%
ส่วนกำไรสุทธิทำได้ 504.3 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 571.7 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากในไตรมาส 4/2565 มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการรวมกิจการกับบริษัท บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ SCGLและค่าใช้จ่ายพนักงาน ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
ทั้งนี้ ธุรกิจหลักที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในปีที่ผ่านมา ได้แก่ 1.ธุรกิจขนส่งสินค้า มีรายได้ 1,275.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.6%เนื่องจากได้รับงานขนส่งสินค้าทั่วไปและยานยนต์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะงานขนส่งรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนหลากหลายแบรนด์และรถแบรนด์ชั้นนำจากยุโรปที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงครึ่งปีหลัง
3.ธุรกิจคลังสินค้าทั่วไป มีรายได้ 521.2ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.2% และมีอัตราการเช่าพื้นที่มากกว่า 100% (3) ธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์ มีรายได้ 446.6 ล้านบาท อยู่ในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามรายได้จากธุรกิจดังกล่าวฟื้นตัวอย่างโดดเด่นในช่วงครึ่งปีหลัง จากการให้บริการขนส่งรถยนต์ไฟฟ้าและปัญหาซัพพลายเชนดิสรัปชั่นเริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้มีรายได้ไตรมาส 4/2565 และกำไรสุทธิในเดือนธันวาคม 2565 ทำสถิติสูงสุดใหม่ รวมถึงมีอัตราการใช้พื้นที่จอดพักรถเพิ่มขึ้นเป็น 75% 4.ธุรกิจบริการอาหารในประเทศไต้หวันภายใต้การดำเนินงานของ CSLFมีรายได้ 1,312.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% และสามารถเทิร์นอะราวด์สร้างผลกำไรแก่บริษัทฯ
นอกจากนี้ธุรกิจที่ร่วมลงทุนมีส่วนแบ่งกำไรที่ดี เช่น Transimex ในเวียดนาม, ALPHA ที่มีกำไรพิเศษจากการที่พาร์ทเนอร์จากญี่ปุ่นเข้าร่วมลงทุนในโครงการคลังสินค้า, บริษัท สยาม เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด ที่ได้รับงานโลจิสติกส์รถยนต์ไฟฟ้าส่งผลมีส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นไตรมาส 4/2565 และคาดว่าจะสร้างผลกำไรอย่างต่อเนื่องในปี 2566 จากเทรนด์การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น
ขณะที่นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม SJWD กล่าวว่า ภาพรวมการดำเนินงานของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง จากอัตราการเช่าพื้นที่และให้บริการแก่ลูกค้าที่อยู่ในระดับที่ดี
รวมถึงมีแนวโน้มสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากแผนงานขยายการลงทุนธุรกิจต่าง ๆ อาทิ การก่อสร้างคลังสินค้าทั่วไปเพิ่มเติมหลายแห่งโดย ALPHA คาดว่าภายในปีนี้จะพัฒนาพื้นที่เพิ่มขึ้นกว่า 220,000 ตารางเมตร, ธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์ ที่มีแนวโน้มได้รับงานขนส่งรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
ส่วนธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็น ที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มอัตราการเช่าพื้นที่ในโครงการ PACS และ PACT, Phnom Penh SEZ Plc (PPSEZ) ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมรายใหญ่ในประเทศกัมพูชา ที่เตรียมส่งมอบที่ดินในนิคมฯ แก่ลูกค้าและทยอยรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในปีนี้ ฯลฯ
ขณะเดียวกัน การรวมกิจการระหว่างบริษัทฯ กับ SCGL จะเพิ่มศักยภาพการเติบโตและความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจยิ่งขึ้น ทั้งในด้านเพิ่มรายได้การลงทุนขยายธุรกิจในประเทศและระดับภูมิภาค
รวมถึงประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทวางแผนขยายการลงทุนและศึกษาโอกาสเข้าควบรวมกิจการ (M&A) เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปีนี้
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ไตรมาส 1/2566 เป็นต้นไป บริษัทฯ จะรายงานงบการเงินที่รวมผลการดำเนินงานของ SCGLซึ่งจะทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ มีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างมั่นคงยิ่งขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...