โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

พาณิชย์ปรับกฎระเบียบขยายตลาดส่งออกกาแฟไทยไปทั่วโลก

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 04 ธ.ค. 2566 เวลา 09.43 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2566 เวลา 02.43 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

นนทบุรี 4 ธ.ค.-กรมการค้าต่างประเทศ ปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับการกำหนดมาตรการกำกับดูแลการส่งออกสินค้ากาแฟแทนฉบับเดิมที่บังคับใช้ตั้งแต่ปี 2551 เพื่อสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันให้อุตสาหกรรมกาแฟไทย ในการขยายตลาดส่งออกกาแฟที่ผลิตจากเมล็ดกาแฟดิบที่นำเข้าจากต่างประเทศ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถศึกษากฎระเบียบฉบับใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการส่งออก

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวว่ากรมการค้าต่างประเทศได้ปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับการกำหนดมาตรการกำกับดูแลการส่งออกสินค้ากาแฟให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับการเติบโตของตลาดกาแฟโลก รวม 4 ฉบับ ได้แก่ 1.ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้กาแฟเป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตและมีหนังสือรับรองในการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2566 2.ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการขออนุญาตส่งกาแฟออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2566 3.ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง การออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าตามข้อบังคับขององค์การกาแฟระหว่างประเทศ พ.ศ. 2566 และ 4.ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกกาแฟเพื่อการขออนุญาตส่งออก พ.ศ. 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถขยายตลาดส่งออกเมล็ดกาแฟคั่วทั้งที่ผลิตจากเมล็ดกาแฟดิบที่นำเข้าจากต่างประเทศ หรือที่ผสมกับเมล็ดกาแฟดิบในประเทศได้

ทั้งนี้ โดยกฎระเบียบข้างต้นมีสาระสำคัญ คือ

1. กำหนดให้กาแฟเป็นสินค้าที่ต้องมีใบอนุญาตและหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าตามข้อบังคับขององค์การกาแฟระหว่างประเทศ (International Coffee Organization : ICO) ในการส่งออก

2. กำหนดหลักเกณฑ์ในการขออนุญาตส่งออกกาแฟ โดยกาแฟในประเทศสามารถส่งออกได้ไม่จำกัดปริมาณ สำหรับกาแฟที่ผลิตจากเมล็ดกาแฟดิบนำเข้าจากต่างประเทศหรือที่ผสมกับเมล็ดกาแฟดิบในประเทศ สามารถส่งออกเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟและเมล็ดกาแฟคั่วได้ไม่เกินปริมาณเมล็ดกาแฟดิบที่นำเข้าและที่รับซื้อภายในประเทศ

3. กำหนดวิธีการในการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าให้เป็นไปตามข้อบังคับของ ICO

4. กำหนดหลักเกณฑ์ให้มีการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกกาแฟรายปี

อย่างไรก็ตาม กฎระเบียบทั้ง 4 ฉบับ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป โดยกรมฯ มั่นใจว่าการปรับปรุงกฎระเบียบข้างต้นจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกกาแฟให้กับผู้ประกอบการไทย รวมทั้งช่วยผลักดันให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟและเมล็ดกาแฟคั่วของภาคอุตสาหกรรมให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลกมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณและมูลค่าการส่งออกกาแฟของไทย รวมถึงเกษตรกรผู้เพาะปลูกกาแฟที่จะได้รับประโยชน์อีกด้วย และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก ตลอดจนเพื่อให้การส่งออกกาแฟของผู้ประกอบการสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง กรมฯ ได้กำหนดให้ผู้ประกอบการรายเดิมที่ขึ้นทะเบียนไว้ตั้งแต่ปี 2551 ยังคงมีสถานะเป็นผู้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนต่อไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567

สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่สามารถสมัครบัญชีผู้ใช้งานพร้อมทั้งขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกกาแฟ ก่อนดำเนินการขอใบอนุญาตส่งออกได้ผ่านระบบบริการออกหนังสือสำคัญการส่งออกนำเข้าสินค้า (DFT SMART – I) ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ DFT Call Center โทร 1385 หรือกองบริหารสินค้าข้อตกลงและมาตรการการค้า กรมการค้าต่างประเทศ โทร 0 2547 4734 ได้.-541-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...