โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดอลลาร์อ่อนค่า หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐต่ำกว่าคาดการณ์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ส.ค. 2565 เวลา 08.34 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2565 เวลา 12.18 น.
ภาพ : pixabay

ดอลลาร์อ่อนค่า หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐต่ำกว่าคาดการณ์ ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่า ขานรับมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย หลัง กนง.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25%

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/8) ที่ระดับ 35.37/39 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (10/8) ที่ระดับ 35.55/57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในเดือนกรกฎาคม 65 ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผย ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค เพิ่มขึ้น 8.5% ในเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบรายปี โดยต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 8.7% และปรับตัวลดลงจากระดับ 9.1% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว และลดแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์และกลับเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

ทั้งนี้ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 61.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% สู่ระดับ 2.75-3.00% ในการประชุมวันที่ 20-21 กันยายนนี้ และให้น้ำหนักเพียง 38.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ซึ่งลดลงจากก่อนหน้านี้ที่เคยให้น้ำหนักถึง 68.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% สู่ระดับ 3.00-3.25% ในการประชุมเดือนกันยายนนี้

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขานรับมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย หลังจากคณะกรรมการนโยบายทางการเงิน (กนง.) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาดที่ 0.25% มาอยู่ที่ 0.75% โดยคณะกรรมการเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้น โดยคาดว่าภายในสิ้นปี 65 เศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวอยู่ในระดับปกติเทียบเท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิด

ทั้งนี้ ที่ประชุม กนง.รอบหน้าในเดือน ก.ย. 65 จะมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 65 ซึ่งคาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ จะขยายตัวได้ 3.3% ขณะเดียวกัน คาดว่าแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงจะเริ่มทยอยลดลง หลังจากปัจจัยด้านอุปทานคลี่คลาย แต่อย่างไรก็ดี กนง.จะยังจับตาสถานการณ์เงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนกรกฎาคม 65 อยู่ที่ระดับ 42.4 เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน ซึ่งอยู่ที่ระดับ 41.6 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.16-35.38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.19/21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (11/8) ที่ระดับ 1.0300/02 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (10/8) ที่ระดับ 1.0225/27 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐออกมาต่ำกว่าตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลต่อการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0276-1.0341 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0337/39 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/8) ที่ระดับ 132.85/87 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (10/8) ที่ระดับ 134.95/97 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐออกมาต่ำกว่าตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลต่อการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 132.44-133.19 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 132.62/64 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ค. ที่จะเปิดเผยในวันนี้ และราคานำเข้าและส่งออกเดือน ก.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือน ส.ค. ในวันพรุ่งนี้

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.50/-7.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -3.50/-2.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...