โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ร้องไห้ไปกับ ‘เจ๊โอ๊ต’ ใน ‘ความหมายของการมีลมหายใจ’ เพลงใหม่จาก Greasy Cafe ความเจ็บปวดของการ “มีลูกให้เธอไม่ได้” ที่หลายเพศต่างก็อินร่วมกัน

Mirror Thailand

อัพเดต 16 ก.ย 2567 เวลา 02.20 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2567 เวลา 02.20 น.
ภาพไฮไลต์

นับว่าเป็นการคัมแบ็กอย่างน่าประทับใจของ Greasy Cafe กับบทเพลง ‘ความหมายของการมีลมหายใจ’ ที่เรียกเสียงฮือฮาจากคนฟังด้วยการพลิกบทบาทของ เล็ก อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร มารับบท ‘เจ๊โอ๊ต’ หญิงข้ามเพศวัยกลางคนที่ต้องเลิกรากับ ‘อาร์ม’ แฟนหนุ่ม ซึ่งรับบทโดย ณ ณภัทร วิกัยรุ่งโรจน์ เพราะความฝันของเขาคือการมีลูกและสร้างครอบครัว ซึ่งเป็นสิ่งที่โดยกายภาพแล้ว เธอมีให้กับเขาไม่ได้

ฉากที่ทำให้หลายคนมีน้ำตาอย่างเป็นเอกฉันท์ ก็คือฉากที่เจ๊โอ๊ตนอนบนเตียงแล้วทำท่าคล้ายกำลังคลอดลูก แต่สิ่งที่เธอดึงออกมาจากหว่างขาก็คือหมอนใบหนึ่ง ที่กลายเป็นเครื่องย้ำเตือนว่า ไม่ว่าอย่างไร เธอก็ไม่สามารถมีลูกได้ ซึ่งเสียงร้อง ท่วงทำนอง และความหมายของเนื้อเพลงก็ยิ่งส่งให้ฉากนี้ทำงานกับคนฟังไปเต็มๆ โดยเฉพาะคนที่เคยผ่านประสบการณ์ที่ต้องเลิกกับคนรักเพราะ “มีลูกให้เธอไม่ได้”

แน่นอนว่าไม่ใช่ความผิดของอาร์ม ที่เขามีความฝันที่จะสร้างครอบครัวและมีลูก ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ความคิดของเจ๊โอ๊ต ที่เธอไม่สามารถมีลูกที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขให้กับเขาได้ บทเพลงจึงสะท้อนความเจ็บปวดของคนที่ต้องเลิกรากับคนรักด้วยเหตุผลที่ว่า ‘ความหมายของการมีลมหายใจ’ ของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน

และไม่เพียงแต่บทเพลงและมิวสิกวิดิโอที่กินใจผู้คน ความน่าสนใจยังอยู่ที่ช่องคอมเมนต์ ซึ่งนอกจากหลายคนจะชื่นชมบทเพลงและการแสดงของเล็ก อภิชัย ยังมีหลายคนที่เข้ามาถ่ายทอดประสบการณ์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสาวข้ามเพศที่รู้ทั้งรู้ว่าในวันหนึ่งก็ต้องเลิกกันด้วยเรื่องการสร้างครอบครัว แต่ก็ยังอยากรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ในช่วงเวลาหนึ่งที่พอเป็นไปได้ สาวข้ามเพศที่ถูกแฟนบอกเลิกด้วยเหตุผลว่าเขาอยากมีลูกแต่เธอมีให้ไม่ได้ ผู้หญิงที่แม่อยากให้ตัวเองมีลูกแต่ไม่สามารถมี (เพิ่ม) ได้เพราะฝั่งแฟนมีลูกติดอยู่แล้ว หรือผู้หญิงที่มีลูกไม่ได้ด้วยเหตุผลทางกายภาพของตัวเอง ฯลฯ ซึ่งแต่ละคนล้วนแต่ต้องผ่านความเจ็บปวดและใช้เพลงนี้เป็นพื้นที่หนึ่งในการเยียวยา

จะเห็นได้ว่า ในช่วงชีวิตหนึ่ง ‘การมีลูก’ อาจกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะกำหนดว่าความสัมพันธ์หนึ่งๆ จะไปต่อได้หรือไม่ และเมื่อปลายทางไม่ตรงกัน การเลิกราก็อาจเป็นคำตอบที่ใช่ที่สุด เพราะการที่ฝ่ายหนึ่งต้องจำยอมมีลูก หรืออีกฝ่ายหนึ่งจำยอมอยู่โดยไม่มีลูก ก็ล้วนแต่สร้างความทุกข์ให้ฝ่ายนั้นๆ ได้ไม่ต่างกันและย่อมไม่ดีต่อความสัมพันธ์ในระยะยาว แต่ขณะเดียวกัน สำหรับใครที่พร้อมจะมีลูกและอยากจะมีลูกด้วยกันทั้งคู่ แต่ไม่สามารถมีได้ นั่นก็เป็นอีกเรื่อง

ในแง่หนึ่ง ‘ความหมายของการมีลมหายใจ’ จึงชวนให้พูดถึงกฎหมาย #สมรสเท่าเทียม ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ในอีกไม่นานนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ในการพิจารณาร่างกฎหมาย สภาได้ปัดตกคำว่า “บุพการีลำดับแรก” ที่ถูกเสนอขึ้นเพื่อรับรองสถานะความเป็นบุพการีร่วมกันของคู่สมรสเพศเดียวกันที่ต้องการมีบุตร โดยเหตุผลสำคัญที่ ส.ส. เสียงข้างมากเลือกปัดตก เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาและทบทวนเกี่ยวกับคำคำนี้อย่างจริงจัง ซึ่งอาจเกิดช่องโหว่และส่งผลต่อการพิจารณาร่างทั้งหมดได้

อย่างไรก็ตาม หากสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้แล้ว สำหรับคู่สมรสเพศเดียวกันที่ต้องการรับเลี้ยงดูบุตร ทางเดียวที่มีในทางกฎหมายคือการรับเลี้ยง ‘บุตรบุญธรรม’ ซึ่งฝั่งคู่สมรสจะอยู่ในสถานะ ‘ผู้อุปการะ’ โดย ฉัตรชัย เอมราช ทนายความและที่ปรึกษา กมธ. วิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม ได้ให้ข้อมูลกับบีบีซีไทย เอาไว้ว่า

“ถึงจะไม่มีการบัญญัติคำว่าบุพการีลำดับแรกไว้ แต่หากกฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่าน และมีการรับบุตรบุญธรรมร่วมกันโดยคู่สมรสเพศเดียวกัน บุตรบุญธรรมก็จะมีฐานะเช่นเดียวกับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของคู่สมรสเพศเดียวกันที่เป็นผู้รับบุตรบุญธรรมนั้น บุตรบุญธรรมจึงมีสิทธิที่จะใช้นามสกุลของคู่สมรสเพศเดียวกันที่เป็นผู้รับบุตรบุญธรรมได้ และผู้รับบุตรบุญธรรมที่เป็นคู่สมรสเพศเดียวกันก็จะมีอำนาจปกครองบุตรบุญธรรมเช่นเดียวกับบิดามารดาผู้ให้กำเนิด”

ไม่เพียงเท่านั้น บีบีซียังระบุถึงประเด็นของเด็กที่เกิดจากเทคโนโลยีทางการแพทย์ว่า “มีการเปิดเผยจากกรรมาธิการ ซึ่งกล่าวในสภาเกี่ยวกับการแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดจากเทคโนโลยีเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ว่า หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบได้ชี้แจงต่อที่ประชุมกรรมาธิการว่า ได้เตรียมร่างกฎหมายไว้แล้ว เพียงแต่รอกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่จะออกมาเท่านั้น”

และแม้ในเอ็มวีนี้ เราจะไม่รู้ว่าเรื่องข้อกฎหมายเป็นอุปสรรคร่วมมากน้อยแค่ไหน และดูเหมือนว่าอาร์มต้องการมีลูกที่เกิดจากเลือดเนื้อของเขา ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ต้องบอกเลิกเจ๊โอ๊ต แต่ไม่แน่ว่าหากความรักของทั้งคู่อยู่ในวันเวลาที่สมรสเท่าเทียมเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งจะทำให้ทั้งคู่เป็นคู่สมรสที่สามารถรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมร่วมกันได้ ความรักของเจ๊โอ๊ตกับอาร์ม ก็อาจมีอีกหนึ่งทางออกที่เป็นไปได้มากกว่ามีแค่ทางตันที่ไม่มีประตูใดๆ รออยู่อย่างที่เคยเป็นมาตลอด

อ้างอิง

https://www.bbc.com/thai/articles/cmmqpj9n6jro

รับชมมิวสิกวิดิโอได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=u233DxkQtwc

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...