โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

DELTA ทุ่มงบ 500 ล้านดอลลาร์ ลุย AI อีวี ส่วนดาต้าเซ็นเตอร์ รอรัฐชัดเจนพลังงานสะอาด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ต.ค. 2567 เวลา 14.52 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2567 เวลา 07.52 น.

DELTA ย้ำแผน 5 ปี ทุ่มงบลงทุน 500 ล้านดอลลาร์ ในอาเซียน ลุย AI , อีวี เห็นโอกาสธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย หลัง Microsoft และ Google ลงทุน รอความชัดเจนภาครัฐหนุนนโยบายพลังงานสะอาด

นายวิคเตอร์ เจิ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA เปิดเผยว่า แผนงานใน 5 ปีจากนี้บริษัทจะใช้เงินลงทุน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือประมาณ 16,500 ล้านบาท ในไทยและเอเชียตามแผนเดิม เพื่อขยายกำลังการผลิตและวิจัยพัฒนาโดยเฉพาะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จะลงทุนสนับสนุนการเพิ่มกำลังไฟ รองรับการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์ ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีระบายความร้อน

ปัจจุบัน DELTA มีสัดส่วนกลุ่มธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ 20 % ของรายได้รวม และคาดว่าแนวโน้มจากนี้ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง

“กรณี Microsoft และ Google ประกาศแผนลงทุนเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศไทย จะเป็นหนึ่งในโอกาสของ DELTA ในการดูแลเซิร์ฟเวอร์ระบบจัดการความร้อน สำหรับอัพเกรดดาต้าเซ็นเตอร์ให้ดีขึ้น”

อย่างไรก็ตาม นายวิตเตอร์ กล่าวว่าด้วยเงื่อนไขการลงทุนของ Microsoft และ Google ที่จะต้องใช้พลังงานสะอาด ปัจจุบันบริษัทมีพลังงานจากก๊าซธรรมชาติและถ่านหินรองรับ ดังนั้นจึงขอให้รัฐบาลไทยมีความชัดเจนในนโยบายการสนับสนุนพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม ไม่ว่าจะเป็นการรองรับดาต้าเซ็นเตอร์หรือภาคการผลิตของอุตสาหกรรมเองที่ต้องการพลังงานสะอาด ดังนั้นคาดว่าปี 2568 ความต้องการพลังงานสะอาดจากภาคอุตสาหกรรมจะมีเสถียรภาพมากขึ้น

“เดิมกำลังไฟขนาด 10 เมกะวัตต์จะใช้ต่อ 1 ดาต้า เซ็นเตอร์ ต่อมาเพิ่มเป็น 30-50 เมกะวัตต์ ล่าสุดพบว่าต้องใช้กำลังไฟเพิ่มเป็น 100-300 เมกะวัตต์ และขณะนี้มีการพูดถึงกำลังไฟที่มีขนาดสูงถึงหน่วยกิกะวัตต์ ซึ่งเป็นกำลังไฟที่ใช้ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ดังนั้นรัฐบาลไทยต้องสนับสนุน เพราะพลังงานที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอ”

ส่วนแนวโน้มตลาดยานยนต์ไฟฟ้า ( EV) ซีอีโอ DELTA มองว่ายังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง และยังคงเป็นเมกะเทรนด์ แม้จะแผ่วลงตั้งแต่ปลายปี 2566 EV เพียงแต่จะใช้เวลานานในช่วงของการเปลี่ยนผ่านระยะหนึ่งจนกว่าราคาแบตเตอรี่รถยนต์จะถูกลง ดังนั้นบริษัทจึงไม่ทิ้งตลาด EV

ดังนั้นในระยะยาวเดลต้า ยังคงตั้งเป้าหมายเติบโตทั้งรายได้และกำไรเป็นตัวเลข 2 หลัก แม้ยอดขายธุรกิจบางกลุ่มจะชะลอตัว แต่ยังมีกลุ่มธุรกิจอื่นที่เติบโต ซึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทมีธุรกิจในพอร์ตที่หลากหลาย

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2567 เดลต้า จัดงานประชุมสุดยอดอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หรือ Delta Future Industry Summit 2024 ภายใต้ธีม “ปลดล็อกศักยภาพ AI รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมและดาต้าเซ็นเตอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)”

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ AI ในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมเพิ่มประสิทธิภาพและขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั่วทั้งภูมิภาคโดยเน้นการใช้ศักยภาพของ AI การเปลี่ยนแปลงระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติและเพิ่มประสิทธิภาพดาต้าเซ็นเตอร์และระบบอาคารอัตโนมัติเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านความยั่งยืนและการส่งเสริมนวัตกรรมในตลาดอาเซียนที่กำลังเติบโต

บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป)อันดับหนึ่งที่ 1.6 ล้านล้านบาท (ข้อมูล ณ 18 ต.ค.2567)

บริษัทประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านการจัดการระบบกำลังไฟฟ้า (Power management solution) รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางประเภท ได้แก่ พัดลมอิเล็กทรอนิกส์ (DC Fan) อีเอ็มไอ ฟิบเตอร์ (EMI) และโซลินอยด์ มีฐานการผลิตอยู่ในภูมิภาคต่างๆทั่วโลก ได้แก่ เอเชีย ยุโรป และอเมริกาใต้

ผลการดำเนินงาน ปี 2566 DELTA มีรายได้รวม 147,675 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 18,422 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 1.48 บาท

งวด 6 เดือนปี 2567 มีรายได้รวม 80,817 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 10,872 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.87 บาท

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...