โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอศกรีมหวานเย็น หนุนเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในจีน คนแห่เช็กอิน-เอาไม้ไปใช้คั่นหนังสือ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 19 ส.ค. 2565 เวลา 03.29 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. 2565 เวลา 03.28 น.
(ซ้าย) ไอศกรีมรูปสิ่งก่อสร้างทางวัฒนธรรมจีน บนถนนหยางหูสุ่ย นครฉางซา มณฑลหูหนาน ทางตอนกลางของจีน วันที่ 4 พ.ค. 2021 (ขวา) ไอศกรีมรูปสิ่งก่อสร้างทางวัฒนธรรมจีน บนถนนหยางหูสุ่ย นครฉางซา มณฑลหูหนาน ทางตอนกลางของจีน วันที่ 4 พ.ค. 2021 ภาพจากแฟ้มภาพซินหัว

ไอศกรีมแท่ง หรือแบบ “หวานเย็น” ที่คนไทยบางกลุ่มเรียกกัน กลายเป็นของหวานยอดฮิตที่ผู้คนนิยมถ่ายรูป และเช็กอิน ปลุกการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในจีนในช่วงที่ผ่านมา

ช่วงปีที่ผ่านมา ผู้คนจำนวนมากต่างโพสต์ภาพถ่ายไอศกรีมที่มีรูปลักษณ์โดดเด่น ซึ่งมองแวบเดียวก็รู้ได้ในทันทีว่าพวกเขากำลังอยู่ที่ไหน โดยการ “เช็กอิน” เช่นนี้กำลังกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของการท่องเที่ยวที่จีนรอบปีที่ผ่านมา

กระแสดังกล่าวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2021 หลังพิพิธภัณฑ์ซานซิงตุยเปิดตัวไอศกรีม “หน้ากากสัมฤทธิ์” ที่มีต้นแบบจากหน้ากากสัมฤทธิ์ 2 ชิ้นที่ขุดพบในหลุมบูชายัญซานซิงตุย และได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในโลกอินเทอร์เน็ต

หลังจากนั้น จุดชมวิวหลายแห่งในจีนก็ทยอยเปิดตัวไอศกรีมที่มีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์เช่นนี้ จนการเฟ้นหาไอศกรีมประจำสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสร้างสรรค์เป็นเลิศ กลายมาเป็นหัวข้อยอดฮิตในสื่อสังคมออนไลน์

ในเมืองเย่ว์หยาง มณฑลหูหนานนั้น ไอศกรีมรูปหอเย่ว์หยางและโลมาหัวบาตรหลังเรียบได้รับความนิยมสูงสุด ส่วนมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ก็มีไอศกรีมรูปแพนด้าที่มัดใจชาวเน็ตได้อยู่หมัด มณฑลหูเป่ยก็ไม่น้อยหน้า ชูไอศกรีมหอนกกระเรียนเหลือง มูสกระบี่โกวเจี้ยน (เจ้าผู้ครองแคว้นเย่ว์) และระฆังช็อกโกแลต

ส่วนมณฑลเจียงซีมีไอศกรีมทรงหอเถิงหวังเก๋อ ที่ยังคงเก็บรายละเอียดองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมไว้ได้อย่างดี เช่นชั้นลอยที่ซ่อนอยู่ระหว่างชั้นต่างๆ แถมยังมีชื่อสถานที่ประดับอยู่ด้านล่างด้วย

ปิดท้ายด้วยหมู่ถ้ำหินโม่เกาของมณฑลกานซู่ ซึ่งนำเสนอไอศกรีมรูปหอ 9 ชั้น รสสตรอว์เบอร์รี ที่หลังรับประทานเสร็จแล้วยังสามารถนำไม้ไอศกรีมไปใช้เป็นที่คั่นหนังสือได้อีกด้วย

“มันน่าทึ่งมาก เพียงแค่กินไอศกรีมนี่คำเดียวเท่านั้น ก็เหมือนได้ลิ้มรสวัฒนธรรมหลายพันปี” ผู้ใช้บัญชีเวยโป๋รายหนึ่งที่ชื่อว่า “ห้องเรียนภาษาและวัฒนธรรมของครูหลิว” กล่าว

หลายปีมานี้ “ความคลั่งไคล้วัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์” ที่เพิ่มขึ้น ได้ช่วยคืนชีพให้โบราณวัตถุและสถานที่ทางประวัติศาสตร์ต่างๆ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ด้านวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์บางรายการได้ความนิยมจน “ฉุดไม่อยู่” บ่อยครั้ง ทั้งยังช่วยสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์สินค้าที่แปลกใหม่และน่ารัก แถมช่วยให้สาธารณชนได้สัมผัสกับวัตถุทางวัฒนธรรมในรูปแบบที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

“ปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์หลายแห่งในจีนได้ผสานศาสตร์สาขาต่างๆ ซึ่งช่วยเพิ่มชีวิตชีวาให้วัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ แสดงให้เห็นถึงพลังที่แข็งแกร่งของอุตสาหกรรมนี้” โจวอวิ้นชิง ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาของมหาวิทยาลัยอู่ฮั่นกล่าว

การค้นพบวัตถุโบราณ “ซานซิงตุย”

หากย้อนกลับไปที่จุดเริ่มของกระแสดังที่กล่าวข้างต้นว่าเริ่มมาจากการค้นพบโบราณวัตถุที่ขุดพบในหลุมบูชายัญซานซิงตุย

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2021 รายงานข่าวจากสำนักข่าวซินหัวเผยการค้นพบโบราณวัตถุรวมแล้วมากกว่า 500 ชิ้นที่ซากโบราณสถานซานซิงตุย ในเมืองกว่างฮั่น ห่างจากเฉิงตู ซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนราว 60 กิโลเมตร

โบราณวัตถุชิ้นสำคัญในจำนวนนั้น มีหน้ากากทองคำสภาพสมบูรณ์ชิ้นหนึ่งที่มีอายุย้อนไปถึง 3,000 ปี ซึ่งดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก

ขณะที่วัตถุโบราณที่ถูกค้นพบในหลุมบูชายัญแห่งใหม่ 6 หลุมของซากโบราณสถาน เช่น หน้ากากทองคำ สิ่งของที่ทำจากหยกและงาช้าง และเครื่องทองสัมฤทธิ์ต่างๆ ล้วนถูกสร้างขึ้นอย่างวิจิตรงดงามและมีรูปลักษณ์เฉพาะตัว

การค้นพบครั้งใหม่ทำให้จำนวนวัตถุที่ถูกค้นพบในซานซิงตุย เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 2,000 ชิ้น หลังการขุดค้นหลุมบูชายัญหมายเลข 3 ถึงหมายเลข 8 ที่เริ่มขึ้นในเดือนตุลาคม ปี 2020

ขณะที่ก่อนหน้านั้นยังค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมากจากหลุมหมายเลข 1 และหมายเลข 2 ในปี 1986 ซึ่งปลุกกระแสความสนใจจากทั่วโลก ต่อมาคณะนักโบราณคดีค้นพบหลุมบูชายัญเพิ่ม 6 หลุม เมื่อเดือนตุลาคม 2019 นำไปสู่การขุดพบโบราณวัตถุสำคัญมากกว่า 1,000 ชิ้น

ซากโบราณสถานซานซิงตุย ถูกค้นพบครั้งแรกในช่วงปลายทศวรรษ 1920 ครอบคลุมพื้นที่ 12 ตารางกิโลเมตร และได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในการค้นพบทางโบราณคดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของศตวรรษที่ 20 โดยเชื่อกันว่าเป็นซากปรักหักพังของอาณาจักรสู่ที่มีอายุย้อนหลังราว 4,500-3,000 ปี

อ่านเพิ่มเติม :

หมายเหตุ : เนื้อหานี้เรียบเรียงใหม่จากเนื้อหาในรายงานของบริการข่าวสารภาษาไทยโดยสำนักข่าวซินหัว เผยแพร่เมื่อ 7 พฤษภาคม 2564 (กำลังฮิต! ชาวจีนแห่เที่ยว ‘ลิ้มรส’ ประวัติศาสตร์ในก้อนหวานเย็น) และ 9 กันยายน 2564 (การค้นพบครั้งใหม่แห่ง ‘ซากปรักหักพังซานซิงตุย’ เผยพลังสรรสร้างยุคจีนโบราณ)

เผยแพร่เนื้อหานี้ในเว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรมครั้งแรกเมื่อ 25 มกราคม 2565

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...