โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

นิกเกอิ ปิดตลาดลบ 1.71 จุด แทบไม่ขยับ หุ้นชิป-ส่งออกพยุง แต่เจอแรงขายทำกำไร

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 พ.ค. 2568 เวลา 16.50 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 09.50 น.

ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดแทบไม่ขยับในวันนี้ (28 พ.ค.) โดยการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และกลุ่มผู้ส่งออกบางส่วนถูกหักล้างด้วยแรงเทขายทำกำไร หลังจากนิกเกอิปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 38,000 จุดในช่วงสั้น ๆ

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 37,722.40 จุด ลดลง 1.71 จุด หรือ -0.00%

หุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำตลาดได้แก่กลุ่มประกันภัย รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน ส่วนหุ้นปรับตัวลงได้แก่กลุ่มบริการ ตลอดจนกลุ่มเหล็กและเหล็กกล้า

โบรกเกอร์ระบุว่า ในช่วงเริ่มต้นการซื้อขาย ตลาดหุ้นได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ หลังมีรายงานว่า หุ้นอินวิเดีย (Nvidia) ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ราคาพุ่งขึ้นรับข่าวแผนการเปิดตัวชิป AI รุ่นใหม่ที่มีราคาถูกลงสำหรับตลาดจีนโดยเฉพาะ

มาซาฮิโระ อิชิกาวะ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของบริษัท ซูมิโตโม มิตซุย ดีเอส แอสเซต แมเนจเมนต์ กล่าวว่า "การเข้าซื้อดังกล่าวยังน่าจะได้รับแรงกระตุ้นจากความคาดหวังต่อผลประกอบการที่น่าพอใจ" เมื่ออินวิเดียเปิดเผยรายงานผลประกอบการในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี (29 พ.ค.) ตามเวลาญี่ปุ่น

นอกจากนี้ นิกเกอิยังได้อานิสงส์จากหุ้นในกลุ่มผู้ส่งออกอย่างกลุ่มยานยนต์ที่ปรับตัวขึ้นอย่างคึกคัก เนื่องจากเงินเยนที่อ่อนค่าลงช่วยเพิ่มผลกำไรจากต่างประเทศเมื่อแปลงกลับเป็นเงินเยน

อย่างไรก็ตาม ดัชนีนิกเกอิได้สูญเสียแรงส่งในเวลาต่อมา เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไร ขณะเดียวกัน การปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยระยะยาวของญี่ปุ่นก็เป็นปัจจัยกดดันตลาดด้วยเช่นกัน

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 5 ในวันนี้ (28 พ.ค.) โดยบรรยากาศการซื้อขายยังคงถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของความสัมพันธ์ด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการของจีนเพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจภายในประเทศ

ทั้งนี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ระดับ 3,339.93 จุด ลดลง 0.76 จุด หรือ -0.02%

หุ้นบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังคงถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการตัดราคาและการตรวจสอบที่เข้มงวดของทางการจีน โดยหุ้น BYD ร่วงลง 2.6%, หุ้น Eoptolink Technology ทรุดตัวลง 24.5%, หุ้น China Greatwall ดิ่งลง 5.7%, หุ้น Anhui Jianghuai Automobile ร่วงลง 5.6% และหุ้น Kunlun Tech ดิ่งลง 5.9%

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) มีกำหนดเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการประจำเดือนพ.ค.ในวันเสาร์นี้ (31 พ.ค.)

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดลบในวันนี้ (28 พ.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มอีคอมเมิร์ซ หลังบริษัทพีดีดี โฮลดิงส์ (PDD Holdings) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน เจ้าของแพลตฟอร์มเทมู (Temu) รายงานผลประกอบการที่น่าผิดหวัง โดยกำไรร่วงหนักถึง 47% ส่งผลให้เกิดความกังวลว่า การที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแห่ให้ส่วนลดเพื่อเรียกลูกค้านั้นจะกระทบอัตรากำไรในท้ายที่สุด

ทั้งนี้ ดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดที่ระดับ 23,258.31 จุด ลดลง 123.68 จุด หรือ -0.53%

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดบวกในวันนี้ (28 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ตกลงที่จะเลื่อนกำหนดการเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 50% จากสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งทำให้นักลงทุนเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคึกคัก

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ 2,670.15 จุด เพิ่มขึ้น 32.93 จุด หรือ +1.25%

หุ้น Samsung Electronics เพิ่มขึ้น 3.71%, หุ้น SK hynix เพิ่มขึ้น 2.72% และ หุ้น LG Energy Solution พุ่งขึ้น 6.06%

ปธน.ทรัมป์ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ (25 พ.ค.) ว่า เขาตกลงที่จะเลื่อนกำหนดการเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 50% จาก EU ออกไปเป็นวันที่ 9 ก.ค. จากเดิมวันที่ 1 มิ.ย. หลังจากที่ได้พูดคุยกับเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...