โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จาก First Jobber ถึงวัยเกษียณ เปิดวิธี ออมเงิน แต่ละวัยให้ได้ผลจริง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 พ.ค. 2568 เวลา 14.25 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2568 เวลา 07.25 น.

การ "ออมเงิน" เป็นพื้นฐานสำคัญของความมั่นคงทางการเงิน หลายคนพยายามออมเงินมาตลอดแต่เก็บไม่เพิ่มสักที เปิดวิธีออมเงินที่เหมาะกับแต่ละวัย ทำอย่างไรให้ออมเงินแล้วได้ผลจริง มีเงินเก็บเพิ่มขึ้น

วัยไหนควรออมเงินอย่างไร

วัยเริ่มต้นทำงาน (20-30 ปี)

เป็นช่วงที่เริ่มมีรายได้และมีภาระน้อย จึงเป็นโอกาสดีในการสร้างพื้นฐานทางการเงินที่มั่นคง ควรตั้งเป้าหมายออม 10-20% ของรายได้ โดยเริ่มต้นจากจำนวนที่ทำได้จริงแล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้น การเปิดบัญชีออมเงินแยกจากบัญชีใช้จ่ายจะช่วยให้ไม่นำเงินออมมาใช้โดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ ควรเริ่มลงทุนในกองทุนรวมตั้งแต่อายุน้อยเพื่อให้ได้ประโยชน์จากพลังของการทบต้นที่มากขึ้น

วัยทำงาน (30-50 ปี)

ช่วงที่รายได้เพิ่มขึ้น แต่ภาระค่าใช้จ่ายก็อาจเพิ่มขึ้นด้วย ควรเน้นวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ ตั้งคำสั่งให้เงินเข้าบัญชีออมทันทีที่ได้รับเงินเดือนเพื่อไม่ให้นำไปใช้จ่าย ควรมีเงินสำรอง 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือนเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน และควรแบ่งเงินบางส่วนไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น

วัยสร้างครอบครัว (35-50 ปี)

ช่วงที่มีภาระครอบครัว ทั้งหนี้บ้าน และค่าเลี้ยงดูบุตร ควรวางแผนการเงินอย่างรอบด้าน ออมเงินเพื่อการศึกษาของบุตรตั้งแต่เนิ่นๆ ผ่านบัญชีเงินฝากหรือกองทุนรวม วางแผนการเงินเพื่อลดภาระในครอบครัวโดยบริหารหนี้ ไม่ก่อหนี้เกินความจำเป็น และสร้างสมดุลระหว่างการชำระหนี้และการออม ไม่ควรทุ่มเงินทั้งหมดไปกับการชำระหนี้จนไม่มีเงินออม

วัยเกษียณ (50 ปีขึ้นไป)

ช่วงที่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตหลังเกษียณที่ไม่มีรายได้ประจำ ควรเน้นความสม่ำเสมอและการวางแผนที่รอบคอบเพื่อเกษียณอย่างมั่นคง ปรับพอร์ตการลงทุนให้มีความเสี่ยงลดลง เน้นการรักษาเงินต้น และวางแผนการใช้เงินหลังเกษียณโดยคำนวณค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและวางแผนการเบิกถอนเงินอย่างเหมาะสม

2 เทคนิกการออมให้ได้ผลจริง

1. กฎ 50/30/20: การแบ่งรายได้เพื่อการออมอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยกฎ 50/30/20 เป็นแนวทางง่ายๆ ในการจัดสรรรายได้ โดยแบ่งเป็น 50% สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าเช่า ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ รวมถึงการชำระหนี้ 30% สำหรับค่าใช้จ่ายที่อยากได้ เช่น ท่องเที่ยว สันทนาการ และ 20% สำหรับการออมและการลงทุน วิธีนี้จะช่วยให้มีเงินเก็บอย่างต่อเนื่อง โดยไม่รู้สึกว่าตัวเองใช้ชีวิตอย่างจำกัดจนเกินไป

2. เปรียบเทียบบัญชีเงินฝาก

  • เงินฝากออมทรัพย์ มีข้อดีคือ ถอนได้ตลอดเวลา สภาพคล่องสูง แต่มีข้อเสียคือ ดอกเบี้ยต่ำ (ประมาณ 0.25-0.5% ต่อปี) เหมาะกับเงินสำรองฉุกเฉินและเงินที่ต้องใช้ในระยะสั้น
    • เงินฝากประจำ มีข้อดีคือ ดอกเบี้ยสูงกว่าออมทรัพย์ (ประมาณ 1-2% ต่อปี) แต่มีข้อเสียคือ ถอนก่อนกำหนดอาจไม่ได้รับดอกเบี้ยหรือได้ดอกเบี้ยลดลง เหมาะกับเงินที่ไม่จำเป็นต้องใช้ในระยะเวลาหนึ่ง

ที่มา : kasikornbank.com

พบกับโปรโมชั่นเงินฝากดอกเบี้ยพิเศษ ได้ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 25 MONEY EXPO 2025 BANGKOK ภายใต้แนวคิด “Resilient Wealth” ที่วารสารการเงินธนาคาร จัดขึ้นในวันที่ 15-18 พฤษภาคม 2568 ชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยเปิด 7 โซนบริการด้านการเงินการลงทุนครบวงจร พร้อมขนทัพแคมเปญโปรโมชั่นสุดพิเศษจากธนาคาร/สถาบันการเงิน/บล.บลจ./ บริษัทประกัน/หน่วยงานภาครัฐและเอกชนคับคั่ง พร้อมกิจกรรมสัมมนาจากกูรูชื่อดังแถวหน้าของเมืองไทย และกิจกรรมความบันเทิงมากมาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...