โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

แจก 2 สูตรจัดอันดับ Admission TCAS68 เน้นปลอดภัย ไม่หลุด 10 อันดับ

Dek-D.com

เผยแพร่ 05 พ.ค. 2568 เวลา 04.58 น. • DEK-D.com
มีคณะเต็มมือ แต่ไม่รู้จะจัดเรียง 10 อันดับแอดมิชชั่นยังไงให้ปลอดภัย ดูที่นี่เลย

สวัสดีค่ะ 6 พ.ค.นี้ น้องๆ จะต้องเลือกคณะจัดอันดับแล้ว หลังจากที่ได้ค้นหาตัวเองและพยายามทำคะแนนกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อยตลอดปี ซึ่งขั้นตอนของการจัดอันดับนี้ น้องๆ หลายคนจะกลัวว่าจะสอบไม่ติด เพราะแนวโน้มปีนี้คะแนนเฟ้อ แต่ไม่ต้องกังวลค่ะ วันนี้พี่มิ้นท์มีเทคนิคการจัดอันดับ 2 สูตรมาฝาก ใช้ได้กับทุกประเภทคณะ คะแนนเยอะ คะแนนน้อย ก็ใช้ได้ค่ะ ไปดูกันเลย

แจก 2 สูตรจัดอันดับ Admission TCAS68 เน้นปลอดภัย ไม่หลุด 10 อันดับ

ก่อนจัดอันดับแอดมิชชั่น ให้น้องๆ เช็กคณะให้เรียบร้อยค่ะ

  • ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ และไม่ติดเรื่องคุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์
  • มีคณะหลักและมีคณะสำรอง แนะนำให้เตรียมไว้ประมาณ 10-15 คณะ แต่ควรเป็นคณะที่อยากเรียนเท่านั้น มากน้อยไม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่อยากเรียนเลย ไม่ควรเลือกมา
  • ตรวจสอบข้อมูลคณะอย่างละเอียด ว่ามีเงื่อนไขเรื่องอันดับหรือไม่ เพราะบางที่ กำหนดไว้ว่าห้ามวางไว้ต่ำกว่าอันดับ 5 เป็นต้น
  • รู้จักคะแนนต่ำสุด และสามารถเช็กคะแนนต่ำสุดเทียบกับคะแนนของตัวเองได้
  • ปีนี้กระทรวง อว. สนับสนุนค่าสมัครให้ 600 บาท เทียบเท่ากับการเลือกคณะฟรี 7 อันดับ หากต้องการสมัครครบ 10 อันดับ จะต้องจ่ายเงินเพิ่ม 300 บาท

สูตรการจัดอันดับ แบบที่ 1

ค่อยเป็นค่อยไป เน้นคะแนนเซฟ

เหมาะกับคนที่คะแนนกลางๆ หรือคะแนนไม่สูงมาก เน้นปลอดภัย

สูตรนี้เป็นการจัดอันดับแบบ Basic ใช้ได้กับคณะทุกประเภท โดยเป็นการหาจุดกึ่งกลางระหว่างคณะที่ชอบกับคะแนนที่เหมาะสมเพราะเราจะยึดตามความปลอดภัยของคะแนนเป็นหลัก แต่ก็ยังเป็นคณะที่ชอบด้วย

โดยจะแบ่งประเภทคณะเป็น 4 Zone

Zone 1 คือ พื้นที่คณะในฝันอาจแบ่งไว้ 1-2 หรือ 1-3 อันดับ สามารถเป็นคณะที่คะแนนของเราต่ำกว่าคะแนนต่ำสุดของปีที่แล้ว หรือต่ำกว่าคะแนนคาดการณ์ในโปรแกรมคำนวณคะแนน App เด็กดี TCAS ได้ เพราะเหนื่อยกันมาทั้งปี อยากเรียนอะไรก็ขอให้ได้เลือกตามความฝันกันซักหน่อย

Zone 2 คือ พื้นที่น่าลุ้น แนะนำว่าเป็นอันดับ 3-5 หรือ 4-5 ยังเป็นคณะในฝันอยู่ แต่เมื่อดูคะแนนแล้ว ควรใกล้เคียงกับคะแนนต่ำสุดปีที่แล้ว ถ้าจะให้ดี ควรใกล้เคียงกับคะแนนคาดการณ์ปีนี้ด้วยค่ะ หากยังเป็นคะแนนติดลบอยู่ ไม่ควรติดลบมากเกินไป ไม่ควรลบมากกว่า 3 คะแนน

Zone 3 คือ พื้นที่อุ่นใจ ในอันดับถัดมา 6-7น้องๆ ควรเลือกคณะที่เราได้คะแนนสูงกว่าคะแนนต่ำสุดปีที่แล้ว 5-10% แต่ถ้ามากกว่าคะแนนคาดการณ์ได้ก็จะยิ่งดีค่ะ ไม่แนะนำให้เป็นคณะที่ติดลบหรือคะแนนคาบเส้นแล้วค่ะ เพราะจะเสี่ยงเกินไป

Zone 4คือ พื้นที่ติดชัวร์ 3 อันดับสุดท้ายควรเป็นคณะที่เราได้คะแนนสูงกว่าปีก่อนๆ มากกว่า 10% ขึ้นไป หากเกณฑ์ที่ใช้เป็นคะแนนเฟ้อ บวก 15% ขึ้นไปได้เลยยิ่งดีค่ะ นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่สังเกตเพิ่มเติม คือ ไม่ควรเลือกคณะเปิดใหม่ ไม่ควรเลือกคณะใช้เกรด 100% (ยกเว้นว่าได้เกรด 3.80 ขึ้นไป) รวมถึงไม่ควรเลือกคณะที่ยอดรับน้อยลงเยอะเกินไป (ยกเว้นว่า คะแนนเราบวกจนทะลุคะแนนสูงสุดปีก่อน แบบนี้ไม่น่าจะมีผลค่ะ)

ขอย้ำว่าในทุกๆ Zone ขอให้น้องๆ เลือกคณะที่อยากเรียนจริงๆ นะคะ เพียงแต่ถ้าคะแนนมันไม่ถึงหรือมันน้อยไปจริงๆ ก็ลองหาหลักสูตรใกล้เคียง หรือ เปลี่ยนมหาวิทยาลัย ก็อาจจะทำให้น้องๆ มีคณะที่นำมาใส่อันดับได้อย่างปลอดภัยค่ะ

สูตรการจัดอันดับแบบที่ 2

ทำตามความฝัน เน้นคณะที่อยากเรียน

ถึงไหนถึงกัน เพราะมีคณะไม่หลุดชัวร์

สูตรนี้เหมาะกับคนที่มีคณะที่ปลอดภัยอยู่ในมือแน่ๆ แล้ว อย่างน้อย 3-4 อันดับ แต่คณะที่อยากเรียนนั้น อาจจะคะแนนสูงบ้างต่ำบ้าง สูตรนี้จึงไม่ซีเรียสเรื่องการจัดเรียง 10 อันดับตามคะแนน แต่ให้เลือกเรียนตามคณะที่อยากเรียนได้เลย เพราะสุดท้ายก็มั่นใจติด 1 ใน 10 อันดับนี้แน่นอน

ยกตัวอย่างคะแนน+วิธีเรียงในสูตรนี้ เช่น

  • อันดับ 1 อยากเรียนเป็นอันดับ 1 (คะแนน +2)
  • อันดับ 2 อยากเรียนมาเป็นอันดับ 2 (คะแนน -6)
  • อันดับ 3 อยากเรียนมากรองลงมา (คะแนน -5)
  • อันดับ 4 อยากเรียนรองลงมา (คะแนน +12)
  • อันดับ 5 อยากเรียนรองลงมา (คะแนน -7)
  • อันดับ 6 อยากเรียนรองลงมา (คะแนน +19)
  • อันดับ 7 อยากเรียนรองลงมา (คะแนน +3)
  • อันดับ 8 อยากเรียนรองลงมา (คะแนน +15)
  • อันดับ 9 อยากเรียนรองลงมา (คะแนน +9)
  • อันดับ 10 อยากเรียนน้อยกว่าคณะอื่นๆ (คะแนน +3)

จากตัวอย่างนี้ บางคนอาจจะรู้สึกว่าเรียงคณะแปลกๆ ทำไมเอาคะแนน +3 ไปไว้อันดับท้ายๆ ถ้าหลุดอันดับบนๆ ก็จะเสี่ยงหลุดจากแอดมิชชั่นเลยนะ ตามหลักการก็ใช่ค่ะ แต่ถ้าไล่ดูอันดับดีๆ จะเห็นว่ามีหลายอันดับมากๆ ที่น่าจะติดตั้งแต่แรกแล้ว เช่น อาจจะติดตั้งแต่อันดับ 4 หรือ 6 หรือ 8 เป็นต้น ดังนั้น กรณีของคนที่มีคะแนนบวกอยู่ในมือเยอะ ก็สามารถเรียงอันดับได้ตามที่ตัวเองอยากเรียนเลย

หากถามว่า แล้ว 2 สูตรนี้ต่างกันตรงไหน ??

  • จุดที่เหมือนกัน คือ มีคณะที่อยู่ในโซนปลอดภัยแล้ว อย่างน้อย 3-4 อันดับ

  • จุดที่ต่างกัน คือ

  • สูตรแรก จะเหมาะกับคนที่ไม่รู้จะจัดอันดับยังไง มีทั้งคะแนนติดลบ คาบเส้น และบวกเล็กน้อย ก็จะต้องปรับโดยแบ่งครึ่งระหว่างคณะในฝัน กับคณะที่เป็นจริงตามคะแนน

    • สูตรที่สอง จะเหมาะกับคนที่ได้คะแนนค่อนข้างสูง หรือคะแนนทั่วไป แต่เมื่อเทียบกับคณะที่จะเข้าแล้ว เราได้คะแนนบวกจากคะแนนต่ำสุดปีก่อนๆ เยอะ คือ มั่นใจว่ายังไงก็ต้องติดซักคณะนึงใน 10 อันดับนี้แหละ ดังนั้น แบบนี้สามารถเรียงตามคณะที่อยากเรียนได้เลย

การจัดอันดับแอดมิชชั่น เปิดระบบเพียง 7 วันเท่านั้น คือ 6-12 พ.ค.นี้ ขอให้น้องๆ ตั้งใจ มีสติ เพราะไม่ใช่การดูแค่คณะ แต่ต้องดูถึงสาขาที่เราเลือกด้วยว่าถูกต้องมั้ย หากใครยังไฟันธง 10 อันดับไม่ได้ แนะนำให้ลองใช้โปรแกรมคำนวณคะแนนในแอป เด็กดี TCAS จัด 10 อันดับหลายๆ แบบไว้ก่อน แล้วเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย หรือเวอร์ชันที่เราจะมีความสุขที่สุด และค่อยยื่นสมัครจริงเวอร์ชันนั้นค่ะ

อ่านเรื่องก่อนหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...