โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดาวโจนส์ พุ่ง 500 จุด- S&P 500 ทำนิวไฮนักลงทุนมั่นใจสหรัฐปิดดีลภาษีหลายประเทศก่อนเส้นตาย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 ก.ค. 2568 เวลา 08.27 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 01.27 น.

ดาวโจนส์ พุ่งกว่า 500 จุด ขณะ S&P 500 ปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศบรรลุข้อตกลงการค้าฉบับใหญ่กับญี่ปุ่น พร้อมเดินหน้าเจรจา EU และชาติอื่น ๆ ก่อนถึงเส้นตายภาษี 1 ส.ค.

วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ดัชนีหุ้นสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันพุธ (ตามเวลาท้องถิ่น) หลังความคืบหน้าล่าสุดในเรื่องข้อตกลงการค้ากระตุ้นความเชื่อมั่นในวอลล์สตรีทว่า สหรัฐจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพิ่มเติมได้ก่อนถึงเส้นตายการเก็บภาษีที่กำลังจะมาถึง

  • ดัชนี Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 507.85 จุด หรือ 1.14% ปิดที่ 45,010.29 จุด โดยห่างจากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เพียงประมาณ 4 จุด
  • ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.78% ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6,358.91 จุด ซึ่งนับเป็นการปิดที่จุดสูงสุดครั้งที่ 12 ของปีนี้ และยังแตะระดับสูงสุดระหว่างวันใหม่ระหว่างการซื้อขายอีกด้วย
  • ดัชนี Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 0.61% ปิดที่ 21,020.02 จุด ถือเป็นการปิดเหนือระดับ 21,000 จุดเป็นครั้งแรก

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยผ่าน Truth Social ในคืนวันอังคารว่า สหรัฐได้บรรลุข้อตกลงครั้งใหญ่กับญี่ปุ่น โดยข้อตกลงนี้รวมถึงการตั้งภาษีแบบต่างตอบแทน (reciprocal tariffs) ที่อัตรา 15% สำหรับสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นมายังสหรัฐ

และยังกล่าวเพิ่มเติมว่าสหรัฐกำลังเจรจากับเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรป (EU) เพื่อผลักดันให้เกิดข้อตกลงการค้าในลักษณะเดียวกัน

ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกในช่วงบ่ายของวันพุธ หลังจาก Financial Times รายงานว่าสหรัฐใกล้บรรลุข้อตกลงภาษี 15% กับสหภาพยุโรป ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับข้อตกลงระหว่างสหรัฐ–ญี่ปุ่น โดย Bloomberg ก็ยืนยันความคืบหน้านี้ โดยอ้างอิงจากนักการทูตที่ได้รับการสรุปผลการเจรจา

ทั้งนี้สหรัฐพยายามเร่งบรรลุข้อตกลงการค้ากับประเทศต่าง ๆ ให้ได้ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม โดยเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวเปิดเผยว่าสหรัฐกับอินโดนีเซียได้บรรลุกรอบของข้อตกลงการค้าแล้ว ซึ่งตามมาจากข้อตกลงอื่น ๆ ที่สหรัฐได้ลงนามกับจีน สหราชอาณาจักร และประเทศอื่น ๆ ก่อนหน้านี้

เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากทรัมป์เคยสร้างความปั่นป่วนให้ตลาดในวันที่ 2 เมษายน โดยประกาศการเก็บภาษีในวงกว้าง แต่ภายหลังได้เลื่อนการบังคับใช้

หลุยส์ นาเวลลิเยร์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนแห่ง Navellier & Associates กล่าวว่า “จนถึงตอนนี้ ยุทธศาสตร์ภาษีของทรัมป์ดูเหมือนมีแรงบันดาลใจสูง สร้างรายได้อย่างจริงจัง และดึงดูดการลงทุนมหาศาลเข้าสู่สหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี โดยยังไม่ก่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือเงินเฟ้ออย่างที่หลายฝ่ายเคยกังวล …ตลาดหุ้นก็สะท้อนให้เห็นว่าตลาดไม่ได้กลัวผลกระทบเชิงลบแต่อย่างใด”

การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นในวันพุธ ยังเป็นการปิดตลาดในระดับสูงติดต่อกันเป็นวันที่สองของ S&P 500

การพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดใหม่นี้ได้จุดประกาย “Animal Spirits” (ความเชื่อมั่นหรือแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจที่เกิดจากอารมณ์มากกว่าเหตุผล) ในวอลล์สตรีท โดยหุ้นของบริษัทขนาดเล็กที่มีชื่อเสียงแต่ฐานะการเงินไม่แข็งแรงเริ่มได้รับความสนใจจากนักลงทุน เช่น หุ้น Kohl’s พุ่งขึ้นในวันอังคาร หุ้น GoPro และ Krispy Kreme ปรับตัวขึ้นในวันพุธ

นักลงทุนยังรอผลประกอบการจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ อย่าง Alphabet (บริษัทแม่ของ Google) และ Tesla ซึ่งคาดว่าจะประกาศผลหลังปิดตลาดในวันพุธ โดยรายงานเหล่านี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูกาลประกาศงบการเงินของกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งนักลงทุนให้ความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นผู้นำตลาดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...