โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BTG เจาะตลาดส่งออกใหม่ บุกแอฟริกาใต้-มอริเชียส ตั้งเป้าส่งออกปีนี้เติบโต 15%-20%

efinanceThai

เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 08.11 น.

BTG เจาะตลาดส่งออกใหม่ บุกแอฟริกาใต้-มอริเชียส ตั้งเป้าส่งออกปีนี้เติบโต 15%-20%

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 พ.ค. 68 15:11 น.

BTG ประกาศเจาะตลาดส่งออกใหม่ บุกแอฟริกาใต้ และมอริเชียส ตั้งเป้ายอดส่งออกในปีนี้เติบโตที่ 15%-20% ส่วนธุรกิจในประเทศคาดว่าจะยังมีโมเมนตัมการเติบโตที่ดีในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

ดร. โอลิเวอร์ ก็อตชัลล์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจอาหาร บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG เปิดเผยว่า ปีนี้เบทาโกรมุ่งยกระดับกลยุทธ์ธุรกิจส่งออกไปสู่การเป็นผู้ให้บริการอาหารแปรรูปแบบครบวงจร เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมการบริการและธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มทั่วโลก อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน และธุรกิจค้าปลีก โดยเน้นย้ำว่าการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งอย่างยั่งยืนต้องเริ่มจากความใส่ใจในคุณภาพ ความปลอดภัยและความอร่อยของผลิตภัณฑ์ นอกจากจะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคแล้ว ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบธุรกิจอาหาร และสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เรายังคงมุ่งเน้นการส่งออกไปยังตลาดหลักอย่างต่อเนื่อง เช่น ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป และสิงคโปร์ รวมถึงหาโอกาสเติบโตในตลาดใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพนอกภูมิภาคเอเชีย เช่น แอฟริกาใต้ และมอริเชียส โดยภาพรวมของตลาดส่งออกยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารสด อาหารแปรรูป และอาหารพร้อมรับประทานที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดส่งออกในปีนี้เติบโตที่ 15%-20%

ขณะเดียวกัน เรายังเห็นโอกาสการเติบโตที่ดีของตลาดอาหารในประเทศ โดยจับกระแสเทรนด์อาหารที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสนใจ ผนวกกับความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมอาหารของเบทาโกร ทำให้เราสามารถพัฒนาอาหารที่หลากหลายตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว จึงเชื่อมั่นว่าแบรนด์สินค้าของเบทาโกรจะสามารถครองใจผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี โดยในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ธุรกิจอาหารในประเทศโดยรวมของเราสามารถเติบโตได้มากกว่า 10% และคาดว่าจะยังมีโมเมนตัมการเติบโตที่ดีในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

โดยเบทาโกรได้ขยายพอร์ตสินค้าเข้าสู่กลุ่มสินค้าใหม่ที่ยังไม่เคยทำตลาดมาก่อน อาทิ แบรนด์ La Comida สินค้าในกลุ่มชาคูเทอรีเนื้อสัตว์พร้อมทานคุณภาพพรีเมียมเหนือระดับ ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบอาหารสไตล์ยุโรป แบรนด์ INSPIRE:D เมนูอาหารสุขภาพที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบ 5 หมู่ที่คิดค้นและพัฒนาสูตรอาหารร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากศิริราชวิทยวิจัย ตอบโจทย์ผู้บริโภคสายรักสุขภาพ แบรนด์ Arnies ขนมขบเคี้ยวที่อุดมด้วยโปรตีนจากเนื้อสัตว์ เอาใจผู้บริโภคกลุ่มนิวเจน และแบรนด์ BETAGRO Professional จับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร ด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูงจำหน่ายในบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ พร้อมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในการมอบบริการชั้นเลิศแบบครบวงจรแก่ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร

และอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเบทาโกร คือการที่ผลิตภัณฑ์ไส้กรอกแบรนด์เบทาโกรคว้ารางวัลระดับนานาชาติจากเวที IFFA 2025 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าระดับโลกด้านนวัตกรรมอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์และโปรตีนทางเลือก ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ Smoke Vienner Sausage, Baby Cocktail, Duo Cheese Sausage และ Pork Bacon ที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง รวมถึง Pork Ham และ Bologna ที่ได้รับรางวัลเหรียญเงิน สะท้อนถึงคุณภาพ รสชาติ และนวัตกรรมระดับสากลที่ได้รับการยอมรับในเวทีโลก และ Meatly ซาลาเปาจากพืช รสบาร์บีคิวที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ Best Taste ในการประกวด Alternative Protein Taste & Flavour Challenge 2025 จากงาน THAIFEX Anuga Asia 2025

ทั้งนี้ เบทาโกรได้ยกขบวนนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพและบริการทางธุรกิจร้านอาหารแบบครบวงจรที่พร้อมตอบโจทย์ผู้ประกอบการธุรกิจและผู้บริโภคทั่วไปแบบครบจบในที่เดียวได้ในงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำแห่งเอเชีย THAIFEX Anuga Asia 2025 ที่จัดขึ้น ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27-31 พฤษภาคมนี้

เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...