นิกเกอิ ปิดตลาดบวก 371.06 จุด จากทรัมป์เลื่อนเก็บภาษี 50% จาก EU
ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวกในวันนี้ (26 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 50% จากสหภาพยุโรป (EU) ออกไปเป็นวันที่ 9 ก.ค. จากเดิม 1 มิ.ย. หลังจากที่เขาได้พูดคุยกับเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC)
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 37,531.53 จุด เพิ่มขึ้น 371.06 จุด หรือ +1.00%
หุ้นบวกนำตลาด ได้แก่ กลุ่มเหล็กและเหล็กกล้า กลุ่มขนส่งทางอากาศ และกลุ่มบริการ
นอกจากนี้ ดัชนีนิกเกอิยังได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ขณะที่การปรับตัวลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ก็ช่วยคลายความกังวลเรื่องต้นทุนการกู้ยืมของภาคเอกชนที่สูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากราคาหุ้นในกลุ่มเหล็กและเหล็กกล้าที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะหุ้นนิปปอน สตีล (Nippon Steel) ที่ดีดตัวขึ้นขานรับความหวังถึงความคืบหน้าในแผนการเข้าซื้อกิจการบริษัท ยูไนเต็ด สเตทส์ สตีล คอร์ป (United States Steel Corp.) หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (23 พ.ค.) ทรัมป์ได้กล่าวสนับสนุน "แผนการเป็นพันธมิตร" ระหว่างสองบริษัท
หุ้นนิปปอน สตีล ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 61 เยน หรือ +2.12% แตะที่ระดับ 2,930 เยน หลังจากที่พุ่งขึ้นกว่า 7% ในระหว่างการซื้อขาย
มากิ ซาวาดะ นักกลยุทธ์ในแผนกเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระกล่าวว่า "ความคาดหวังต่อการเจรจาระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ น่าจะเป็นปัจจัยหนุนตลาด" โดยครอบคลุมตั้งแต่ประเด็นของนิปปอน สตีล ไปจนถึงโอกาสในการบรรลุข้อตกลงการค้าทวิภาคีภายในเดือนหน้า
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่สามในวันนี้ (26 พ.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มบริษัทผลิตรถยนต์
ทั้งนี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ระดับ 3,346.84 จุด ลดลง 1.53 จุด หรือ -0.04%
หุ้นบีวายดี (BYD) ผู้ผลิตรถไฟฟ้า (EV) รายใหญ่ของจีน ร่วงลง 5.9% หลังจากบริษัทประกาศลดราคารถ EV เมื่อส่งเสริมการขาย ส่งผลให้หุ้นบริษัทผลิต EV รายอื่น ๆ ร่วงลงตามกัน ซึ่งรวมถึงหุ้นซาเรส กรุ๊ป (Seres Group) ดิ่งลง 4.2%
BYD ประกาศลดราคารถ EV ลงมากถึง 35% ในช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว โดยบริษัทเสนอส่วนลดสำหรับรถ EV และรถยนต์ไฮบริดปลั๊กอินจำนวน 22 รุ่นจนถึงสิ้นเดือนมิ.ย. ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้ส่งผลให้สงครามราคาปะทุขึ้นอีกครั้ง โดยแม้ว่าในภาพรวมนั้นยอดขายรถ EV จะทำสถิติสูงสุดระดับใหม่รายปีหลายครั้ง แต่การเติบโตของยอดขายกลับชะลอตัวลง
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา BYD ได้พยายามเคลียร์สต็อกรถยนต์รุ่นเก่า รวมถึงรุ่นที่ไม่มีฟีเจอร์ใหม่ในการช่วยขับขี่ ซึ่ง BYD ประกาศเมื่อเดือนก.พ.ว่าจะเพิ่มฟีเจอร์ดังกล่าวให้กับรถยนต์รุ่นใหม่โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่การปรับเปลี่ยนดังกล่าวประสบปัญหาและส่งผลกระทบต่อตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในการรับมือกับธุรกิจ
ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดร่วงลงในวันนี้ (26 พ.ค.) นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะเก็บภาษีนำเข้าจากบริษัทสมาร์ตโฟนรายใหญ่อย่าง Apple และ Samsung
ดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดที่ระดับ 23,282.33 จุด ร่วงลง 318.93 จุด หรือ -1.35%
หุ้น BYD ดิ่งลง 9% หลังบริษัทประกาศลดราคารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ลงมากถึง 35% ในช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งฉุดหุ้นบริษัท EV รายอื่น ๆ ลดลงตามไปด้วย โดยหุ้น Geely Auto ร่วงลง 8.6%, Li Auto ลดลง 4.0%, NIO ลดลง 3.5% และ Xpeng ลดลง 4.4%
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ระบุว่า Apple จะต้องเผชิญกับภาษีนำเข้าอย่างน้อย 25% หากยังคงผลิต iPhone นอกสหรัฐฯ และมาตรการดังกล่าวจะถูกนำมาใช้กับ Samsung รวมถึงผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาจีนเปิดเผยกำไรของภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย. ในวันพรุ่งนี้ เพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจจีน หลังจากที่ก่อนหน้านี้จีนเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ซึ่งรวมถึงยอดค้าปลีกเดือนเม.ย. ที่เพิ่มขึ้น 5.1% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 5.5% และน้อยกว่าเดือนมี.ค. ที่ขยายตัว 5.9%
ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย. ปรับตัวขึ้น 6.1% เมื่อเทียบรายปี แม้ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 5.5% แต่การขยายตัวดังกล่าวชะลอตัวลงจากที่พุ่งขึ้นถึง 7.7% ในเดือนมี.ค.
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดบวกในวันนี้ (26 พ.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยี ขณะที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนเพิ่มขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ตกลงที่จะเลื่อนกำหนดการเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 50% จากสหภาพยุโรป (EU) ออกไปเป็นวันที่ 9 ก.ค.
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ 2,644.4 จุด เพิ่มขึ้น 52.31 จุด หรือ +2.02%
หุ้น Samsung Electronics เพิ่มขึ้น 0.92%, หุ้น SK hynix เพิ่มขึ้น 1.5% และ หุ้น LG Energy Solution เพิ่มขึ้น 3.73%