โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ล่าแก๊งพาเรือของกลาง 3 ลำ หนีไปถ่ายน้ำมันเกือบเกลี้ยงถัง

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 18 มิ.ย. 2567 เวลา 12.54 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2567 เวลา 05.54 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

18 มิ.ย. – ตำรวจเตรียมออกหมายจับผู้สั่งการลักเรือน้ำมันของกลาง 3 ลำ สัปดาห์นี้ พบข้อมูลผู้สั่งการคือ โจ้ ปัตตานี และน้ำมันที่เอาไปได้เอาไปขายในราคาลิตรละ 18-20 บาท เป็นเงิน 6.6 ล้านบาท ที่กัมพูชา

เวลา 19.40 น. วานนี้ (17 มิ.ย.) เรือ 3 ลำ ที่มีชื่อว่า กำไรเงิน, เจ.พี. และดาวรุ่ง ซึ่งขนน้ำมันเถื่อนกว่า 300,000 ลิตร และหายไปจากท่าเทียบเรือตำรวจน้ำ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน และถูกจับได้บริเวณน่านน้ำสากล ก่อนพากลับมาเทียบท่า ท่าเรือตำรวจน้ำสงขลา โดยมีลูกเรือ 8 คนที่หนีไปถูกพากลับมาด้วย

ทันทีที่เรือเทียบท่า พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบ พบว่าเรือ 1 ลำ ถูกดัดแปลงทาสีเรือใหม่ แต่เป็นการทาแบบเร่งรีบ ทายังไม่เสร็จเรียบร้อยดี ขณะที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่มาบัญชาการอยู่ที่ท่าเทียบเรือ ยอมรับน้ำมันเถื่อนถูกถ่ายออกไป เหลือแค่ก้นถัง หรือเรียกว่าแค่มีพอให้เรือได้ขับเคลื่อนไป ทำให้ต้องเค้นสอบลูกเรือโดยละเอียดว่าช่วงที่เอาเรือได้ไปทำอะไรบ้าง

สอบเครียด 8 ลูกเรือลากยาวยันเช้า 3 คน ปูดชื่อคนบงการ
การเค้นสอบเริ่มตั้งแต่ 4 ทุ่ม ถึง 7 โมงเช้า ลูกเรือ 3 คน ให้การเป็นประโยชน์ ขณะที่นายเล็ก ไต๋ก๋งเรือ กำลังสอบปากคำเพิ่ม ทราบว่ามีคนชื่อ “เอก” เป็นคนสั่งการให้ขึ้นสมอ และนำเรือไปกัมพูชา ก่อนมีเรืออีกลำมาดูดน้ำมัน และ “เสี่ยโจ้” จะรับซื้อเรือด้วย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ และหากสอบปากคำเสร็จ เย็นนี้ (18 มิ.ย.) จะส่งตัว 8 ลูกเรือไปสอบต่อที่กรุงเทพฯ ส่วนเรือ 3 ลำ ที่จอดเทียบท่าเช้านี้ มีเรือของตำรวจน้ำลอยลำประกบ และพิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจเพิ่มเติมจากเมื่อคืน โดยเน้นไปในเรื่องการดัดแปลงเรือ สีเรือ และหาดีเอ็นเอโดยละเอียด

ส่วนความเคลื่อนไหวที่สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด กรุงเทพฯ นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน ได้ร่วมกับอัยการผู้เชี่ยวชาญ รองผู้บังคับการปราบปราม ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และผู้เกี่ยวข้อง ได้ประชุมหารือทางคดี ซึ่ง พ.ต.อ.ชัชวาล ชูชัยเจริญ ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ยอมรับกรณีจับกุมเรือ 3 ลำ ได้ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะทางทะเล ทำให้คดีนี้กลายเป็นคดีนอกราชอาณาจักร แต่เนื่องจากเป็นการทำผิดตามกฎหมายไทย ต้องให้อัยการเข้าร่วมการสอบสวน ส่วนประเด็นการเอาผิดกับกลุ่มผู้ต้องหา และการขยายผลจะสาวไปถึงผู้บงการหรือไม่ กำลังประสานกับตำรวจปราบปราม

ขณะที่ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้จะหารืออัยการใน 3 ส่วน คือ 1.ในส่วนของคดีจับกุมเรือ ก่อนส่งมอบข้อมูลให้พนักงานสอบสวน บก.ปอศ. ไปดำเนินคดีเรื่องเกี่ยวกับภาษี 2.ประเด็นการขยายผลเครือข่ายและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดกับคดีเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน 3.การทำสำนวนให้รอบด้าน และการขยายผลจากกลุ่มผู้ต้องหาเดิมเชื่อมโยงถึงผู้บงการ 3-4 คน

พ.ต.อ.เอนก ยังให้รายละเอียดเพิ่มด้วยว่า ประเด็นลูกเรือ 15 คนที่ลงเรือ 3 ลำไปนั้น พนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับไว้แล้วทั้ง 15 คน ในข้อหาเกี่ยวกับการเอาไปหรือทำลายซ่อนเร้น ทำให้สูญหายซึ่งทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานยึดไว้เป็นหลักฐาน และการลักทรัพย์ผู้อื่น เพราะที่ผ่านมาผู้ต้องหา 28 คน ต่างคนต่างปฏิเสธการเป็นเจ้าของเรือและเจ้าของน้ำมัน ทำให้ทั้งเรือกับน้ำมันนับเป็นทรัพย์ของผู้อื่น การที่ผู้ต้องหา 15 คน นำเรือออกไป จึงเข้าข่ายลักทรัพย์ของผู้อื่น พร้อมย้ำว่าคดีนี้เมื่อวานตามจับลูกเรือกลับมาได้ 8 คน ส่วนอีก 7 คน ยังหลบหนี ฝ่ายสืบสวนกำลังเร่งติดตามตัว

มีรายงานล่าสุดจากในพื้นที่ จ.สงขลา ว่าตำรวจเตรียมออกหมายจับผู้สั่งการลักเรือน้ำมันในสัปดาห์นี้ โดยข้อมูลผู้สังการคือ โจ้ ปัตตานี และน้ำมันที่เอาไปได้เอาไปขายในราคาลิตรละ 18-20 บาท เป็นเงิน 6.6 ล้านบาท ที่กัมพูชา โดยเงินที่ได้มีการให้การว่า โจ้ ปัตตานี จะเอาไปใช้หนี้บ่อนพนันที่ติดอยู่กว่า 300 ล้านบาท ส่วนเรื่องเปลี่ยนสีเรือ โจ้ ปัตตานี สั่งให้เปลี่ยนทันทีที่ทราบว่ากัมพูชารู้เรื่องการค้าน้ำมันเถื่อนกลางทะเล.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...