พบ 37 หุ้นอัตรากำไรสุทธิเกิน 20% ต่อเนื่อง 4 ปี
ผลสำรวจข้อมูลจาก SETSMART พบ 37 หุ้น มี Net margin ทรงตัวสูงต่อเนื่อง 4 ปีหลัง (ปี 62 - 65) เฉลี่ยสูงสุดถึง 58.03% ส่วนใหญ่เป็นหุ้นกลุ่มเงินทุน - พลังงานฯ ขณะที่ข้อมูลจาก IAA Consensus พบหุ้นกลุ่มดังกล่าว มี 10 บริษัท กำไรปีนี้จ่อโตต่อเนื่อง มากสุดถึง 142% แถมยังมีอัพไซด์สูงสุดถึง 62.50% อีกด้วย
*** พบ 37 หุ้น มาร์จิ้นทรงตัวสูงตลอด 4 ปีหลัง
"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่มีคุณสมบัติพื้นฐานแข็งแกร่ง ผ่านโปรแกรม SETSMART ภายใต้เงื่อนไข บริษัทต้องมีอัตรากำไรสุทธิ (Net margin) ทรงตัวอยู่ในระดับสูง (มากกว่า 20%) ตั้งแต่ช่วงปี 62 - 65 และไม่ใช่บริษัท Holding Company พบ 37 บจ. มีคุณสมบัติเข้าเงื่อนไขดังกล่าว ประกอบด้วย
37 หุ้น Net Margin ทรงตัวสูงต่อเนื่อง 4 ปีหลัง (ปี 62-65)
ชื่อย่อหุ้น
ช่วงรายได้ปี 62 - 65 (ลบ.)
ช่วงกำไรปี 62 - 65 (ลบ.)
ช่วง %NP (ปี 62 - 65)
SPCG
4,471 - 5,323
2,320 - 2,732
55.15 - 60.67
TTW
5,705 - 6,193
2,951 - 3,128
47.99 - 53.59
TH
68 - 424
26 - 175
40.96 - 62.72
BCPG
3,447 - 5,558
1,801 - 2,630
42.41 - 52.25
SAWAD
9,793 - 12,275
3,756 - 4,508
39.32 - 49.24
THANI
4,226 - 4,443
1,709 - 1,964
39.45 - 46.33
BPP
6,402 - 25,407
2,969 - 5,739
24.2 - 57.96
IFS
375 - 473
134 - 232
35.66 - 48.97
SCAP
1,466 - 3,779
661 - 1,567
23.77 - 62.28
NETBAY
394 - 462
156 - 170
36.77 - 42.41
SSP
1,486 - 3,520
546 - 1,302
35.48 - 40.53
TPIPP
10,619 - 11,401
2,813 - 4,607
26.49 - 42.91
AMANAH
729 - 895
248 - 310
33.98 - 38.82
AMATA
4,350 - 8,138
1,103 - 2,341
32.22 - 38.87
NNCL
775 - 1,042
217 - 439
21.56 - 46.38
JMT
2,536 - 4,468
681 - 1,746
25.61 - 37.72
GUNKUL
7,157 - 9,868
2,147 - 3,412
22.82 - 39.84
BOL
538 - 699
144 - 271
26.74 - 38.72
EA
14,959 - 27,547
5,205 - 7,604
26.89 - 40.30
MTC
12,688 - 20,068
4,237 - 5,214
25.38 - 35.39
WHA
8,198 - 14,982
2,524 - 4,046
24.68 - 34.95
TISCO
20,784 - 24,856
6,063 - 7,270
26.52 - 34.76
CHAYO
318 - 1,057
111 - 251
25.96 - 34.93
KTC
18,891 - 23,170
5,524 - 7,079
27 - 30.44
CPN
30,398 - 38,707
7,148 - 11,738
23.78 - 30.75
AUCT
812 - 953
228 - 256
26.23 - 28.85
APCO
239 - 265
58 - 81
22.77 - 30.66
RJH
1,803 - 3,407
396 -1,029
21.99 - 32.32
KWC
316 - 393
83 - 102
21.17 - 28.76
ASK
3,346 - 5,624
870 - 1,512
24.56 - 27.25
PRM
5,405 - 7,785
1,023 - 2,215
20.77 - 29.89
ORI
10,933 - 15,267
2,662 - 3,775
22.12 - 28.89
LH
30,965 - 36,482
6,936 - 8,313
21.01 - 32.16
S11
1,618 - 2,027
352 - 529
21.74 - 27.63
SPALI
20,969 - 35,501
4,251 - 8,173
20.64 - 24.08
KKP
23,779 - 32,318
5,123 - 7,602
20.26 - 25.19
PB
7,246 - 7,849
1,679 - 1,707
21.67 - 23.27
*หมายเหตุ : ไม่รวม Holding Company
ที่มา SETSMART ณ 3 ส.ค.66
*** หุ้นเงินทุนฯ - พลังงานฯกอดคอติดโผเพียบ
37 บริษัทดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 34 บริษัท และเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) จำนวน 3 บริษัท โดยกลุ่มธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ ติดโผมากสุดถึง 12 บริษัท รองลงมา คือ กลุ่มธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค ที่ติดโผจำนวน 8 บริษัท
โดย 3 บริษัท ที่มีอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยสูงสุด ของกลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ.ตงฮั้ว โฮลดิ้ง (TH) ที่มีอัตรากำไรสุทธิปี 62 - 65 เฉลี่ยอยู่ที่ 47.29% ขณะที่รายได้ และกำไรสุทธิในช่วงดังกล่าว อยู่ระหว่าง 239 - 365 ล้านบาท และ 58 - 81 ล้านบาท ตามลำดับ
รองลงมา คือ บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) ที่มีอัตรากำไรสุทธิปี 62 - 65 เฉลี่ยอยู่ที่ 43.07% ขณะที่รายได้ และกำไรสุทธิในช่วงดังกล่าว อยู่ระหว่าง 9.7 พันล้านบาท - 1.2 หมื่นล้านบาท และ 3.7 - 4.5 พันล้านบาท ตามลำดับ
ด้าน บมจ.ราชธานีลิสซิ่ง (THANI) มีอัตรากำไรสุทธิปี 62 - 65 เฉลี่ยอยู่ที่ 42.46% ขณะที่รายได้ และกำไรสุทธิในช่วงดังกล่าว อยู่ระหว่าง 4.2 - 4.4 พันล้านบาท และ 1.7 - 1.9 พันล้านบาท ตามลำดับ
*** "SPCG" ขึ้นแท่นมาร์จิ้นเฉลี่ยสูงสุด 58.03%
ฟาก บมจ.เอสพีซีจี (SPCG) เป็นบริษัทที่มีอัตรากำไรสุทธิปี 62 - 65 เฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 58.03% ขณะที่รายได้ และกำไรสุทธิในช่วงดังกล่าว อยู่ระหว่าง 4.4 - 5.3 พันล้านบาท และ 2.3 - 2.7 พันล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่ อีก 2 บริษัทในกลุ่มพลังงานฯ ที่มีอัตรากำไรสุทธิปี 62 - 65 เฉลี่ยมากสุดรองจาก SPCG ประกอบด้วย บมจ.ทีทีดับบลิว (TTW) ที่มีอัตรากำไรสุทธิปี 62 - 65 เฉลี่ยอยู่ที่ 51.21% ขณะที่รายได้ และกำไรสุทธิในช่วงดังกล่าว อยู่ระหว่าง 5.7 - 6.1 พันล้านบาท และ 2.9 - 3.1 พันล้านบาท ตามลำดับ
และ บมจ.บีซีพีจี (BCPG) ที่มีอัตรากำไรสุทธิปี 62 - 65 เฉลี่ยอยู่ที่ 46.72% ขณะที่รายได้ และกำไรสุทธิในช่วงดังกล่าว อยู่ระหว่าง 3.4 - 5.5 พันล้านบาท และ 1.8 - 2.6 พันล้านบาท ตามลำดับ
*** พบอีก 2 บจ. มาร์จิ้นสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี
นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 บริษัท ที่อัตรากำไรสุทธิปี 62 - 65 เติบโตขึ้นต่อเนื่องทุกปี ประกอบด้วย บมจ.เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ (APCO) ที่อัตรากำไรสุทธิช่วงดังกล่าวอยู่ในระดับ 22.77%, 27.17%, 28.72% และ 30.66% ตามลำดับ โดยรายได้ และกำไรสุทธิช่วงดังกล่าว อยู่ระหว่าง 239 - 365 ล้านบาท และ 58 - 81 ล้านบาท ตามลำดับ
ส่วน บมจ.บิซิเนส ออนไลน์ (BOL) มีอัตรากำไรสุทธิช่วงปี 62 - 65 อยู่ในระดับ 26.74%, 28.50%, 35.85% และ 38.72% ตามลำดับ โดยรายได้ และกำไรสุทธิช่วงดังกล่าว อยู่ระหว่าง 538 - 699 ล้านบาท และ 144 - 271 ล้านบาท ตามลำดับ
*** 10 ใน 37 บจ. กำไรปีนี้ มีแนวโน้มโตต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เมื่อ"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลเพิ่มเติมจากบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ในIAA Consensus พบว่า มี 10 บริษัท จากทั้งหมด 37 บริษัท (นับเฉพาะที่มีบทวิเคราะห์รองรับ) ถูกโบรกเกอร์คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิปี 66 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากปีก่อน ประกอบด้วย
10 บจ. Net margin สูง กำไรปี 66 จ่อโตต่อเนื่อง
ชื่อย่อหุ้น
ช่วงกำไรปี 66 (ลบ.)
%chg YoY
ช่วงราคาเหมาะสม (บ.)*
%อัพไซด์**
SCAP
1,604
142
5.8
41.46
CHAYO
302 - 336
20 - 34
11.3 - 11.7
56.94 - 62.50
AUCT
281 - 317
12 - 26
12.4 - 13.2
16.98 - 24.53
SAWAD
4,590 - 5,400
3 - 20
62 - 64
35.52 - 39.89
JMT
2,036 - 2,100
17 - 20
46 - 50
21.85 - 32.45
CPN
12,027 - 12,678
12 - 18
78 - 84
16.85 - 25.84
ORI
3,870 - 4,290
3 - 14
12.5 - 13.15
20.19 - 26.44
KTC
7,400 - 7,778
5 - 10
58 - 68
26.09 - 47.83
TISCO
7,286 - 7,462
1 - 3
110 - 124
11.39 - 25.57
AMANAH
316
2
3.47 - 3.7
44.58 - 54.17
*ช่วงราคาเหมาะสมจาก IAA Consensus
**อัพไซด์เทียบราคาปิด 3 ส.ค.66
โดย 10 บริษัทดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 9 บริษัท และเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จำนวน 1 บริษัท กลุ่มธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ติดโผสูงสุด จำนวน 6 บริษัท รองลงมา คือ กลุ่มธุรกิจพัฒนสาอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 2 บริษัท
*** "SCAP" กำไรปี 66 จ่อโตสูงสุดถึง 142%
บมจ.ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 (SCAP) เป็นบริษัทที่ถูกคาดว่ากำไรสุทธิปี 66 มีแนวโน้มเติบโตสูงสุดถึง 142% จากปีก่อน หลังถูกโบรกเกอร์คาดการณ์กำไรสุทธิไว้ที่ 1.6 พันล้านบาท โดยราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัพไซด์ 41.46%
รองลงมา คือบมจ.ชโย กรุ๊ป (CHAYO) ที่ถูกนักวิเคราะห์ประเมินกำไรสุทธิปี 66 ไว้ระหว่าง 302 - 336 ล้านบาท เติบโตขึ้น 20 - 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อีกทั้ง ราคาหุ้น ยังมีอัพไซด์สูงสุดระหว่าง 56.94 - 62.50% อีกด้วย