โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ทำไม "เจ้าจอมสดับ" ถวายคืนเครื่องเพชรพระราชทาน หลังรัชกาลที่ 5 สวรรคต

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 11 พ.ค. 2567 เวลา 13.37 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. 2567 เวลา 13.34 น.
เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ในรัชกาลที่ 5

“เจ้าจอมสดับ” เป็นเจ้าจอมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานเครื่องเพชรแก่เจ้าจอมสดับ แต่เมื่อเสด็จสวรรคต เจ้าจอมสดับก็ได้คืน “เครื่องเพชรพระราชทาน” เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น?

ด้วยรัชกาลที่ 5 ทรงมีพระภรรยาเจ้าหลายพระองค์ เจ้าจอมมารดา และเจ้าจอมหลายท่าน ตอนปลายรัชกาลทรงเกิดความกังวลพระทัย โดยเฉพาะเจ้าจอมบางคนที่ไม่มีบุตรว่าจะขาดคนอุปถัมภ์ค้ำชู จึงพระราชทานที่ดิน บ้านเรือน และทรัพย์สินให้เจ้าจอมเหล่านี้ ด้วยพระเมตตาสงสารในชะตาชีวิตที่จะต้องตกยากในบั้นปลาย แต่ในความเป็นจริง บางครั้งก็มีการกล่าวหาว่า พระสนมนำของมีค่าออกไปจากวังโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้เกิดการทวงคืนของพระราชทานกันขึ้นก็มี

ตอนหนึ่งในบทความ “พระราชประสงค์ พระราชดำริ พระราชปรารภ ในสมเด็จพระปิยมหาราช เมื่อก่อนสวรรคต” เผยแพร่ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับกันยายน 2554 ไกรกฤษ์ นานา ผู้เขียนบทความ กล่าวถึงกรณี เจ้าจอม ม.ร.ว. สดับ ลดาวัลย์ ถวายคืน เครื่องเพชรพระราชทาน ว่า

ภายหลังรัชกาลที่ 5 สวรรคต คำครหาที่ไม่เป็นธรรมมีผลกระทบไปถึงเจ้าจอมคนสุดท้าย คือ เจ้าจอมสดับ ผู้ยืนยันว่าได้รับของพระราชทานมาเป็นกรรมสิทธิ์ด้วยความบริสุทธิ์ใจ อย่างไรก็ตาม เจ้าจอมสดับต้องจำใจส่งเครื่องเพชรพระราชทานคืนให้หลวง เพราะกลัวความผิด อันเป็นการค้านความรู้สึกของผู้เป็นเจ้าของโดยสิ้นเชิง เพราะเจ้าจอมสดับยืนยันว่า ได้รับพระราชทานมาด้วยความเต็มพระทัยตั้งแต่ยังไม่สวรรคต

คำให้การของผู้รู้เห็นเหตุการณ์ทั้ง 2 ฝ่ายค้านกันโดยหลักการ และเป็นอุทาหรณ์หนึ่งของเรื่องยุ่งๆ ปลายรัชกาลที่ 5 ที่หาข้อพิสูจน์ไม่ได้ทางโลก

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอธิบายถึงเรื่องยุ่งๆ จากฝ่ายในที่เคยใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท แต่มีอันถูกตราหน้าว่าเป็นผู้หยิบฉวยของมีค่าออกไปจากวงใน ขณะที่เกิดโกลาหลขึ้นเมื่อข่าวการสวรรคตแพร่ออกไปว่า

“อนึ่งมีข้อที่ควรจดไว้ข้อ 1 คือเมื่อคืนวันที่ 19 พฤศจิกายนนั้น ฉันได้รับลายพระหัตถ์เสด็จแม่ว่าด้วยเรื่องของต่างๆ ส่วนพระองค์ ของทูลกระหม่อม ลายพระหัตถ์ตอน 1 ฉันได้จดข้อความไว้ มีดังต่อไปนี้ –

ยังมีของอื่นๆ อีกของทูลกระหม่อมที่ไปตามเรียกเอามาได้ คือ แหวนนิลวง 1 ท่านรับสั่งให้หาไว้สำหรับจะประทานรัชทายาทเยอรมัน มีผู้ฉวยเอาไป นี่ไปเรียกของอื่นๆ ที่จำได้ แหวนวงนี้จึงพลัดขึ้นมาด้วยในวันสวรรคต ที่ให้เก็บของต่างๆ ในห้องที่พระบรรทม ได้ยินว่าเจ้าจอมที่เก็บกุญแจของได้ไขหยิบเอาของห่อผ้าลงมาห้องห่อเขื่องหน่อย แต่จะเป็นอะไรบ้างก็ไม่ทราบ เพราะไม่ได้ตรวจตราอะไรกัน กรมวังเข้าไปลั่นกุญแจตีตราภายหลัง

บางทีของจะรั่วไปมาก ของดีๆ ของท่านยังมีอยู่หลายสิ่ง ไม่ได้แจกจ่ายให้ใคร ของที่ซื้อมาจากยุโรป ก็ยังเหลือแต่จะเป็นสิ่งใดบ้างฉันก็ไม่เห็น ที่พูดนี้ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปด้วยโลภในสิ่งของเหล่านั้น แต่เห็นเป็นการไม่สมควรที่มีผู้กระทำเช่นนี้ ก็เล่าสู่กันฟังพอให้ทราบแลเห็นใจคนเท่านั้น ว่าเขาไม่ได้เศร้าโศกและรักใคร่อะไรท่านนักหนา มีแต่ต่างพากันวุ่นถึงตัวแลโลภต่างๆ เท่านั้น เดี๋ยวนี้ก็กำลัง “ไว้หนวด” (คือแค้น) เหลวๆ ถึงที่จะโกกฮาก็ไปขบขันกันได้ที่พระมหาปราสาท แลคลั่งต่างๆ นี่ก็กำลังร้องว่าจะลาออกกันแทบทั้งวัง…

เรื่องเจ้าจอมฉวยเอาของข้างที่ไปนั้น ที่จริงก็ออกจะเป็นข้อควรที่เสด็จแม่ทรงฉุนอยู่บ้างจริง แต่ภายหลังเมื่อให้ไปเรียกเอาคืนก็ได้คืนโดยมาก นอกจากที่เขาอ้างว่าเป็นของที่พระราชทานแก่ตัวเขาและมีพยานเบิกสม ก็ตกลงให้เขาไป ที่เกิดยุ่งและของพลัดผลูไปได้นั้น

ฉันเห็นว่าความผิดตกอยู่ที่กรมขุนสรรพสิทธิ์ ซึ่งเป็นเสนาบดีกระทรวงวังอยู่ในเวลานั้น เพราะฉันได้สั่งท่านตั้งแต่เมื่อทูลกระหม่อมสวรรคตลงว่าให้ท่านจัดการทุกๆ อย่างให้ถูกต้องตามแบบแผน ในห้องที่พระบรรทม กรมสรรพสิทธิ์สั่งช้าไปและท่านไม่ใคร่จะได้กวดขันจริงจังด้วย เจ้าจอมผู้ถือกุญแจจึ่งได้มีโอกาสไขตู้หยิบเอาของไปได้” [2]

ขณะที่วังหลวงโจมตีพระสนมนางกำนัลในอย่างดึงดันดุเดือด ข้อมูลอีกด้านก็กล่าวถึง “เจ้าจอมสดับ” ว่า

เมื่อสมเด็จพระปิยมหาราชเสด็จกลับจากยุโรป ก็ทรงพระมหากรุณาพระราชทานเครื่องเพชรจำนวนมหาศาล มีพระราชประสงค์ให้เป็นหลักทรัพย์เลี้ยงชีพในอนาคตแทนตึกแถวห้องเช่า พระราชประสงค์ดังกล่าวตรัสกับ พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ว่า เพชรนั้นสำหรับแต่งเป็นทรัพย์ถาวร

เมื่อสมเด็จพระปิยมหาราชเสด็จสวรรคตนั้น เป็นที่หวั่นวิตกกันในหมู่พระบรมวงศ์ชั้นสูงว่า เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับคงไม่สามารถครองตัวรักษาพระเกียรติยศตลอดไปได้ เพราะยังอยู่ในวัยสาว มีอายุเพียง 20 ปี ทั้งนอกจากจะมีรูปสมบัติแล้ว ยังอุดมไปด้วยทรัพย์สมบัติคือเพชรนิลจินดา และเครื่องประดับที่ได้รับพระราชทานไว้มากมาย ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้มีผู้หมายปอง แล้วใช้เล่ห์กลทำให้ลุ่มหลงไปในทางที่ผิด

อย่างไรก็ดี เมื่อเครื่องเพชรพระราชทานเป็นสิ่งที่ทำให้มีผู้คาดว่าจะเป็นชนวนทำให้เสีย พระวิมาดาเธอฯ จึงมีพระกรุณาแนะนำให้ทูลเกล้าฯ ถวายคืนเสีย เจ้าจอมสดับยินยอมในขั้นแรก พระวิมาดาเธอฯ ได้ถวายคืนพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ไม่ทรงรับ ตรัสว่าพระองค์ไม่ทรงมีพระราชสิทธิอันใด ที่จะทรงรับของที่ทูลกระหม่อมพระราชทานแล้วคืน

แต่เมื่อเห็นว่าควรคืน ก็ให้ถวายคืนไปที่ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เอกสารประกอบการค้นคว้า :

[1] “ศรุตานุสรณ์.” พิมพ์เป็นอนุสรณ์ ในงานพระราชเพลิงศพ เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ในรัชกาลที่ 5, 2526

[2] ราม วชิราวุธ ปร. ประวัติต้นรัชกาลที่ 6. กรุงเทพฯ: มติชน, 2550

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 5 กรกฎาคม 2564

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไม “เจ้าจอมสดับ” ถวายคืนเครื่องเพชรพระราชทาน หลังรัชกาลที่ 5 สวรรคต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...